ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

การศึกษาดูงานการจัดการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กในประเทศออสเตรเลีย
   
"การนำหลักการและแนวคิดในการศึกษาและดูงานโรงเรียนขนาดเล็ก ประเทศออสเตรเลีย ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น
ควรมีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย
ส่งเสริมและแสวงหารูปแบบการบริหารจัดการศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กที่มุ่งเน้นการกระจายอำนาจ
ขจัดเงื่อนไขอุปสรรคที่จำเป็น และมุ่งเน้นการบริหารจัดการโดยยึดโรงเรียนเป็นฐานอย่างแท้จริง"


ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับว่า สามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการบริหารจัดการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็ก แต่จากการศึกษาดูงานการจัดการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กมีข้อค้นพบบางประการที่เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กในประเทศไทยเราให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หากมองในด้านระบบ โครงสร้างการจัดการศึกษา หลักสูตรการศึกษาของไทยและประเทศออสเตรเลียไม่แตกต่างกันมากนัก แต่จะแตกต่างกันมากในเชิงแนวคิด (Concept) กระบวนทัศน์ (Paradigm) นโยบาย และการบริหารจัดการในระดับกระทรวงศึกษาธิการ เขตพื้นที่การศึกษา และที่สำคัญคือการบริหารจัดการศึกษาในระดับหน่วยปฏิบัติการ คือ "โรงเรียนขนาดเล็ก" นั่นเอง

ออสเตรเลีย กำหนดภาพความสำเร็จของโรงเรียน หรือ Blueprint for Government Schools ว่า

"นักเรียนทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพสูงและบรรลุความสำเร็จ"

บทบาทการจัดการศึกษาส่วนใหญ่มุ่งเน้นการกระจายอำนาจให้โรงเรียนบริหารจัดการด้วยตนเอง โรงเรียนเพียงยึดกรอบและนโยบายของรัฐบาลเป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอน โรงเรียนสามารถบริหารงานบุคคลและบริหารจัดการด้านงบประมาณของตนเองได้ถึงร้อยละ 90 โดยรัฐกำหนดกรอบความรับผิดชอบและภารกิจหลักของโรงเรียน (School Accountability and Improvement Framework) รวมทั้งกำหนดประสิทธิภาพของโรงเรียน (Effective School) ที่มุ่งเน้นภาวะผู้นำ (Professional leadership) และมุ่งเน้นการเรียนการสอน (Focus on teaching) เป็นสำคัญ การจัดทำแผนของโรงเรียนขนาดเล็กในประเทศออสเตรเลีย (Levels of School planning) กำหนดเป็น 4 ระดับ คือ แผนพัฒนาระยะ 3-4 ปี แผนพัฒนาประจำปี แผนปฏิบัติการ และแผนรายบุคคล

เมื่อย่างก้าวเข้าไปในโรงเรียนขนาดเล็กหลายๆ โรงเรียนในประเทศออสเตรเลีย ผู้บริหารโรงเรียนจะรายงานให้ทราบว่า โรงเรียนมีเป้าหมายอย่างไร ผลการจัดการศึกษาที่ผ่านมาเป็นอย่างไร โรงเรียนมีแผนงานโครงการเพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างไร เป็นการแสดงถึงบทบาทภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบ (Accountability) ที่แท้จริง


การบริหารจัดการศึกษาโรงเรียนขนาดเล็กของประเทศออสเตรเลียทำอย่างไร ?

เมื่อสิ้นปีการศึกษาโรงเรียนจะสรุปผลและรายงานผลการจัดการศึกษาประจำปี (Self Assessment Report : SAR) ต่อคณะกรรมการสถานศึกษาผู้ปกครอง ชุมชน และเขตพื้นที่ เพื่อให้รับทราบผลการจัดการศึกษา ส่งเสริม สนับสนุน ตามแผนงานและโครงการของโรงเรียน จากนั้นโรงเรียนจะร่วมกันจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามสภาพปัญหาและความต้องการของโรงเรียน โดยมีผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา และชุมชนมีส่วนร่วมกำหนดเป้าหมาย (Goal) และตัวชี้วัดความสำเร็จ (School Indicator) ของโรงเรียนร่วมกัน

โครงสร้างการบริหารจัดการของโรงเรียนมีด้านการบริหารงานบุคคล ด้านวิชาการ ด้านหลักสูตรการเรียนการสอน ด้านการบริหารงบประมาณที่ได้จากภาครัฐ ที่โรงเรียนเสนอโครงการและจากแหล่งอื่นๆ เช่น เอกชน ผู้ปกครอง และชุมชน ด้านงานบริหารทั่วไป เช่น งานอาคารสถานที่ งานประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา ชมรมผู้ปกครอง และงานกลุ่มเครือข่ายโรงเรียน มีประมาณ 6 - 8 โรง ที่คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะกิจกรรมทางด้านวิชาการ

การจัดชั้นเรียนจะจัดแบบคละชั้นในแต่ละระดับ เช่น ชั้นอนุบาลรวมกับ ชั้น ป.1, ชั้น ป.1-2, ป.3-4, ป.5-6 และจัดคละเป็นช่วงชั้น เช่น ชั้น ป.1-3, ป.4-6 นอกจากนี้ ยังจัดกลุ่มผู้เรียนตามความรู้ความสามารถจัดกลุ่มตามกิจกรรมและจัดตามความสนใจของผู้เรียนด้วย โดยครูจะรู้จักผู้เรียนแต่ละคนเป็นอย่างดี

บรรยากาศและการตกแต่งในชั้นเรียนส่วนใหญ่จะเป็นวัสดุอุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอน มุมหนังสือ ผลงานของนักเรียนแต่ละคน แม้ดูจะไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยมากนัก แต่ทุกอย่างมีความหมาย เป็นบทเรียนและเอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนบางห้องจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ ประมาณ 4-5 ตัว ที่นักเรียนใช้ร่วมกัน ที่น่าสนใจ คือ Software ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ทั้งเด็กเก่งและเด็กเรียนช้าได้เป็นอย่างดี

การจัดการเรียนการสอนในช่วงเช้ามีสาระทักษะทางภาษา สาระคณิตศาสตร์ ในช่วงบ่ายจัดกิจกรรมการเรียนรู้บูรณาการ โดยคณะครูได้ร่วมกันกำหนดหัวเรื่อง (Theme) ที่จะสอนในแต่ละเทอม เลือกหัวเรื่องที่จำเป็น เตรียมสื่อ กิจกรรม และจัดการเรียนการสอนตามกำหนด มีหลักสูตรสนาม (Ground Curriculum) เป็นหลักสูตรบูรณาการหลายสาระ เช่น บูรณาการทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรม พลศึกษา วิทยาศาสตร์ มีกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เช่น กิจกรรมกีฬา ค่ายวิชาการ กิจกรรม Research Group เป็นการกำหนดหัวเรื่องให้นักเรียนไปศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองทั้งรายกลุ่มและรายบุคคล กลุ่มสาระคอมพิวเตอร์ ครูแต่ละคนมีพื้นฐานมาพอสมควร มีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อนักเรียน เช่น บางโรงเรียนมีนักเรียนจำนวน 4 คนต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ 1 ตัว มี Lab Top ประมาณ 20 เครื่อง บางครั้งจะมีเจ้าหน้าที่หรือผู้เชี่ยวชาญเชิงเทคนิคมาช่วยสอน แนะนำและซ่อมแซมดูแลรักษา มีครูบางคนที่ได้เรียนรู้กับนักเรียนที่เก่ง ส่วนใหญ่มีวิทยากรบุคคลภายนอกมาช่วยสอน เช่น สาระดนตรี มีห้องสื่อ มีห้องสมุด บางโรงเรียนมีรถโมบายห้องสมุดเคลื่อนที่มาบริการที่โรงเรียน มีใบงานและแบบฝึกหัด ฯลฯ

ตัวอย่างเช่น ที่โรงเรียน Skipton รัฐวิกตอเรีย จัดรวมนักเรียนชั้นอนุบาลกับชั้น ป.1 เรียนด้วยกัน มีนักเรียน 21 คน ครู 2 คน มีลักษณะการสอนแบบเป็นทีม มีครูอาสาสมัครวิทยากรสอนด้านดนตรี การจัดกิจกรรมและประสบการณ์ส่วนใหญ่จัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นกลุ่มตามความสนใจและตามที่ครูกำหนดร่วมกันไว้ เช่น

  1. กลุ่มการสนุกกับคำ (Fun with words)

  2. กลุ่มเรียนคอมพิวเตอร์ (Cloze)

  3. กลุ่มกิจกรรมการอ่านคำ (Reading Response)

  4. กลุ่มกิจกรรมวรรณกรรมจากนิทาน (Literacy Activity)
ส่วนชั้นอื่นๆ มีการเรียนการสอนทักษะทางภาษา คณิตศาสตร์ และกิจกรรมบูรณาการ เหมือนโดยทั่วไป

การวัดผลและประเมินผล

เน้นการประเมินตามสภาพจริง ครูจะมีข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคล จัดเก็บข้อมูลและผลงานของนักเรียนแต่ละคนเป็นกล่องๆ แยกเป็นระดับชั้น และในขณะที่ครูคนหนึ่งกำลังจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ครูอีกคนหนึ่งจะคอยสังเกตพฤติกรรมและพัฒนาการของนักเรียน เพื่อวัดและประเมินผลตามสภาพจริง

การประเมินผลการจัดการศึกษา

ส่วนใหญ่เป็นการดำเนินการภายในโรงเรียน โดยมีคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานต้นสังกัดเขตพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วม โรงเรียนจะได้รับการทดสอบผลสัมฤทธิ์ระดับชาติ (National Test) ในสาระหลักๆ ผลการประเมินการจัดการศึกษาใช้เทียบเคียงกับโรงเรียนที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน และมุ่งเน้นความก้าวหน้าหรือพัฒนาการของโรงเรียนเป็นสำคัญ

ระบบการนิเทศ กำกับติดตามผล

ส่วนใหญ่ร้อยละ 70 เป็นการช่วยเหลือ สนับสนุนส่งเสริมและนิเทศกันเองภายในโรงเรียน มีประมาณร้อยละ 30 ที่มีศึกษานิเทศก์หรือผู้เชี่ยวชาญในแต่ละรัฐมาช่วยเหลือแนะนำแก้ปัญหาและพัฒนาทางวิชาการ เช่น ในกรณีโรงเรียนไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน หรือต้องการพัฒนาบุคลากร เป็นต้น


สรุปบทเรียนการศึกษาดูงานโรงเรียนขนาดเล็ก

ด้านหลักการที่ค้นพบ

โรงเรียนขนาดเล็ก ประเทศออสเตรเลีย มีหลักการบริหารจัดการศึกษาที่สำคัญ คือ

  1. หลักการกระจายอำนาจ

  2. หลักการมีส่วนร่วม

  3. หลักการบริหารจัดการโดยยึดโรงเรียนเป็นฐาน (School Based Management : SBM) หรือโรงเรียนเข้มแข็ง

  4. หลักการบริหารงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน (Performance Based Budgeting)

  5. หลักการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

  6. หลักการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment)
ด้านวัฒนธรรมที่ค้นพบ

  1. เป็นวัฒนธรรมที่มุ่งผลสัมฤทธิ์และวัฒนธรรมแห่งคุณภาพ

  2. มุ่งเน้นความสำนึกรับผิดชอบ (Accountability)

  3. มุ่งเน้นระบบการประกันคุณภาพการศึกษา

  4. เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization : L.O.)
วาระที่ซ่อนเร้น หรือเงื่อนไขสู่ความสำเร็จ

  1. ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Paradigm shift) ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

  2. มุ่งสร้างภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาและครูซึ่งเป็นกุญแจสำคัญ

  3. มุ่งเน้นความสำนึกรับผิดชอบ (Accountability)

  4. เน้นความร่วมมือและการมีส่วนร่วม เช่น คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชน

  5. เน้นการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุด
การนำหลักการและแนวคิดในการศึกษาและดูงานโรงเรียนขนาดเล็ก ประเทศออสเตรเลีย ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ควรได้มีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ส่งเสริมและแสวงหารูปแบบการบริหารจัดการศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กที่มุ่งเน้นการกระจายอำนาจ ขจัดเงื่อนไขอุปสรรคที่จำเป็นและมุ่งเน้นการบริหารจัดการโดยยึดโรงเรียนเป็นฐานอย่างแท้จริง
ที่มาข้อมูล : สมจิต สุวรรณบุษย์ ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 1
ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ฉบับเดือนเมษายน - มิถุนายน พ.ศ.25555
จำนวนคนอ่าน 1770 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved