ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | Tips & Tricks
   

การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
   
การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยใช้นวัตกรรมโครงงานโรงเรียนบ้านโนนชาด
โดยใช้กระบวนการวงจร PAOR แบบขดลวด



ผู้เขียนได้ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ผู้บริหารโรงเรียนเมื่อต้นเดือนมิถุนายน ปีการศึกษา 2553 จากการศึกษาสภาพบริบทของโรงเรียน ชุมชน พบว่า โรงเรียนมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน โดยจุดแข็งของโรงเรียน คือ ผู้ปกครองนักเรียนส่วนใหญ่ถึงแม้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้างทั่วไป แต่ก็ให้ความสำคัญกับการศึกษาเพราะมีความเข้าใจและเชื่อว่าการที่บุตรหลานได้เรียนหนังสือจะทำให้คุณภาพชีวิตดีกว่าที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน ประกอบกับคณะกรรมการสถานศึกษาเข้าใจและรู้บทบาทหน้าที่ของตนเองเป็นอย่างดี จากความกังวลและห่วงใยต่อจำนวนนักเรียนและนโยบายภาครัฐที่มีต่อโรงเรียนขนาดเล็กในการยุบรวม ซึ่งถือเป็นโอกาสของโรงเรียนที่ผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการพัฒนาโรงเรียนและระดมทรัพยากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่องทั้งตัวผู้ปกครอง ชุมชน และศิษย์เก่า ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้ร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้ ตามวิถีสังคมชนบทและความเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นแก่บุตรหลาน

บนความจริงที่มีจุดแข็งแต่สิ่งที่เป็นอุปสรรคและปัญหาจากการวิเคราะห์ของบุคลากรในสถานศึกษาและจากการประเมินของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา ซึ่งแบ่งออกเป็นด้านๆ ดังนี้

ด้านครู ครูมีคุณวุฒิ มีความรู้ ความสามารถตรงกับงานที่รับผิดชอบและมีครูเพียงพอตามจำนวนครูต่อนักเรียน แต่ไม่ครบชั้นเรียน ความสามารถในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพและเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญอยู่ในเกณฑ์พอใช้

ด้านผู้เรียน ผู้เรียนยังขาดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์มีวิจารณญาณ ความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทัศน์ ทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ผู้เขียนได้เสนอแนวทางอย่างหลากหลายเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาทางเลือกเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยใช้กิจกรรมโครงงานโดยกระบวนการวงจร PAOR แบบขดลวด เพราะจะทำให้ครูมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครูได้ใช้เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองในการศึกษาวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทำโครงงาน ได้ฝึกทักษะการคิดในการเลือกและกำหนดชื่อโครงงานตลอดจนวางแผนจัดทำเค้าโครงของโครงงาน ฝึกทักษะการทำงานเป็นทีมในการปฏิบัติโครงงาน ฝึกทักษะการเขียนรายงานโครงงาน ฝึกทักษะการพูดและการแสดงความคิดเห็นในการนำเสนอโครงงาน นั่นคือ ทั้งครูและผู้เรียนได้รับการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานที่เป็นปัญหาอยู่ไปพร้อมๆ กัน โดยกิจกรรมโครงงาน โดยกระบวนการวงจร PAOR แบบขดลวด มีขั้นตอนดังนี้


1. การวางแผน (Planning)

การวางแผน (Planning) เริ่มต้นด้วยการสำรวจปัญหาร่วมกันระหว่างบุคลากรภายในโรงเรียน เพื่อให้ได้ปัญหาสำคัญที่ต้องการให้แก้ไข ตลอดจนการแยกแยะรายละเอียดของปัญหานั้นว่าเกี่ยวข้องกับใคร แนวทางแก้ไขอย่างไร และจะต้องปฏิบัติอย่างไร ที่ประชุมร่วมของคณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาและผู้ปกครองสรุปสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาในการจัดการศึกษาและเลือกแนวทางพัฒนาที่เห็นว่าเหมาะสมและจะบรรลุผลสูงสุด มีดังนี้

  1. ห้องสมุดโรงเรียนมีสภาพไม่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้และการพัฒนานิสัยรักการอ่าน การฝึกทักษะการคิด การเขียน การนำเสนอความรู้และทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง


  2. ชุมชนในเขตพื้นที่บริการเป็นชุมชนขนาดเล็ก เยาวชนวัยเรียนมีน้อย นักเรียนทุกระดับชั้นมีเพียงสี่สิบกว่าคน อัตรากำลังครูเพียง 3 คน ในขณะที่โรงเรียนต้องรับผิดชอบการสอนตั้งแต่อนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ทำให้โรงเรียนมีครูไม่ครบชั้น


  3. ครูผู้สอนไม่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขาดความรู้ความเข้าใจและทักษะการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ขาดทักษะการผลิตและพัฒนาสื่อนวัตกรรมเพื่อนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน ส่งผลให้นักเรียนมีความสามารถในการคิดแบบต่างๆ ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งที่ประชุมได้กำหนดกิจกรรมพัฒนาแต่ละกลยุทธ์ ดังนี้

ภาพประกอบ แสดงกระบวนการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยใช้กิจกรรมโครงงานโรงเรียนบ้านโนนชาด


2. การปฏิบัติ (Action)

เป็นการนำแนวคิดที่กำหนดเป็นกิจกรรมในขั้นวางแผนมาดำเนินการโดยการวิเคราะห์ วิจารณ์ปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นร่วมกันของทีมงานประกอบไปด้วย เพื่อทำการแก้ไขปรับปรุงแผน แผนที่กำหนดจะมีความยืดหยุ่นปรับตามสถานการณ์ได้ ผู้เขียนได้นำปัญหาเหล่านี้เสนอต่อที่ประชุมร่วมของคณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาและผู้ปกครอง เพื่อวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา แสดงความคิดเห็น เสนอแนะแนวทางการดำเนินการพัฒนาในแต่ละกลยุทธ์ดังนี้

  1. กลยุทธ์การอบรมเชิงปฏิบัติการ

    1. กิจกรรมฝึกอบรมภาคทฤษฎี ผู้เขียนได้สร้างหลักสูตรการฝึกอบรมแล้วนำเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอความเห็นชอบ ซึ่งกำหนดหลักสูตรเนื้อหาสาระ ดังนี้
      • การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญโดยใช้กิจกรรมโครงงาน

      • ความหมาย ความสำคัญ และประเภทของโครงงาน

      • ขั้นตอนการทำโครงงาน วิธีการสอนแบบโครงงาน

      • การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้แบบโครงงาน

    2. กิจกรรมฝึกอบรมภาคปฏิบัติ เพื่อให้ครูสามารถนำความรู้ความเข้าใจไปใช้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยใช้กิจกรรมโครงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จัดกิจกรรมฝึกอบรมภาคปฏิบัติ การฝึกเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ประเมินผลการจัดการเรียนรู้โดยคณะกรรมการ

  2. กลยุทธ์การจัดการเรียนการสอน

    1. กิจกรรมพัฒนาห้องสมุดมีชีวิต กำหนดบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างโรงเรียนกับชุมชน โดยสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของและความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างโรงเรียนกับชุมชน มีการแต่งตั้งคณะกรรมการรับผิดชอบและปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาห้องสมุดมีชีวิต ดังนี้
      • คณะกรรมการพัฒนาห้องสมุด มีหน้าที่ดำเนินการปรับปรุงอาคารเรียนเป็นห้องสมุดโรงเรียน ตลอดจนจัดหาครุภัณฑ์ที่จำเป็นในห้องสมุด

      • คณะกรรมการจัดหาหนังสือ สื่อ และเทคโนโลยี มีหน้าที่จัดหาหนังสือเรียน หนังสืออ่านประกอบ คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้ และสื่อดิจิทัลที่สำคัญและจำเป็น

      • คณะกรรมการพัฒนาทักษะการใช้ห้องสมุดมีชีวิตและประเมินผลมีหน้าที่พัฒนาให้ครูและนักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ สามารถใช้ห้องสมุดในการอ่านค้นคว้า และฝึกทักษะการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการสืบค้นข้อมูลความรู้ และดำเนินการประเมินผลสำเร็จของการดำเนินงานกิจกรรมพัฒนาห้องสมุดมีชีวิต

    2. กิจกรรมส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน ผู้เขียนได้ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนแบบโครงงาน ดำเนินการเป็น 2 วงรอบ คือ วงรอบที่ 1 ระหว่างเดือนมิถุนายน 2554 - ตุลาคม 2554 วงรอบที่ 2 ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2554 - มีนาคม 2555 โดยกำหนดนโยบายให้ครูผู้สอนจัดให้นักเรียนทุกระดับชั้นได้ทำโครงงานการเรียนรู้ระดับชั้นละ 1 โครงงานโดยดำเนินการดังนี้
      • ครูผู้สอนจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมโครงงานระดับชั้นละ 1 แผน

      • ครูผู้สอนจัดทำแผน นำเสนอแผนการจัดการเรียนรู้ต่อที่ประชุมคณะครู เพื่อพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะ

      • ครูนำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการแล้วไปดำเนินการจัดการเรียนการสอนตามขั้นตอนและวิธีสอนแบบโครงงาน

      • ครูผู้สอนในฐานะที่ปรึกษาโครงงานจะนิเทศติดตามการดำเนินงานของนักเรียนในขั้นตอนต่างๆ และเป็นคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลการเรียนรู้แบบโครงงานของนักเรียน

  3. กลยุทธ์การนิเทศ

    1. กิจกรรมนิเทศการพัฒนาครู ผู้เขียนในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนได้ดำเนินการนิเทศครูในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ดังนี้
      • นิเทศครูเป็นรายบุคคลในช่วงเวลาที่ครูคนนั้นสะดวกที่จะรับการนิเทศ

      • นิเทศเป็นรายกลุ่มสัปดาห์ละครั้งเพื่อติดตามความก้าวหน้าในการพัฒนา

      • จัดเอกสารความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยใช้กิจกรรมโครงงานไว้ในห้องพักครู เพื่อให้ครูสะดวกในการศึกษาค้นคว้า

      • เยี่ยมชั้นเรียนสังเกตการณ์การจัดการเรียนการสอนของครูสัปดาห์ละครั้ง

      • เชิญผู้เชี่ยวชาญมาเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงาน 1 ครั้งในทุกสิ้นภาคเรียน

      • นำคณะครู กรรมการสถานศึกษาศึกษาดูงานโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบโครงงาน

    2. กิจกรรมนิเทศการทำโครงงานการเรียนรู้ของนักเรียน ดำเนินการจัดกิจกรรมนิเทศการทำโครงงานการเรียนรู้ของนักเรียน ผู้เขียนได้มอบหมายให้ครูผู้สอนในฐานะครูที่ปรึกษาโครงงานเป็นผู้รับผิดชอบและนิเทศการดำเนินงานของกลุ่มนักเรียนที่ปฏิบัติโครงงาน

3. การสังเกต (Observation)

เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นด้วยความรอบคอบ ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งที่คาดหวังและไม่คาดหวัง โดยอาศัยเครื่องมือการเก็บข้อมูลเข้าช่วย ผู้เขียนได้ดำเนินการสังเกตผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาดำเนินการพัฒนา โดยใช้เครื่องมือประเภทแบบทดสอบ แบบประเมิน แบบรายงาน และแบบบันทึกข้อมูล ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาศึกษาผลการดำเนินการพัฒนาด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลและแปลผล โดยเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้


4. การสะท้อนผล (Reflection)

เป็นขั้นสุดท้ายของวงจรการทำงาน คือ การประเมินหรือตรวจสอบกระบวนการแก้ปัญหา หรือสิ่งที่เป็นข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติการ ผู้เขียนร่วมกับผู้เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นในแง่มุมต่างๆ ที่สัมพันธ์กับสภาพของสังคมและสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนและของระบบการศึกษา โดยผ่านการอภิปรายปัญหาการประเมิน โดยกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง ทำให้ได้แนวทางของการพัฒนาขั้นตอนการดำเนินกิจกรรมและเป็นพื้นฐานข้อมูลที่นำไปสู่การปรับปรุงและการวางแผนการปฏิบัติต่อไป




◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊


การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยใช้กิจกรรมโครงงานโดยใช้กระบวนการ วงจร PAOR แบบขดลวด ทำให้ครูมีความรู้ความเข้าใจและสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญโดยใช้นวัตกรรมโครงงานเป็นอย่างดี ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อด้านต่างๆ ดังนี้

ด้านสถานศึกษา

มาตรฐานการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ของสถานศึกษาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การทดสอบระดับชาติการศึกษาขั้นพื้นฐานปีการศึกษา 2554 สูงขึ้นจากปีการศึกษา 2553 ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้

ด้านผู้เรียน

ได้รับคัดเลือกจากศูนย์เครือข่ายการศึกษาอำเภอเกษตรสมบูรณ์ เข้าร่วมการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 ได้รับรางวัลกิจกรรมโครงงานในกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี และกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 4 เหรียญทองในปีการศึกษา 2553 และปีการศึกษา 2554 ทั้งยังได้รับรางวัลชนะเลิศกิจกรรมประดิษฐ์เศษวัสดุในท้องถิ่นเป็นของใช้ เป็นตัวแทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 เข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ จังหวัดมหาสารคาม ครั้งที่ 61 ได้รับรางวัลเหรียญทอง

ด้านครู

ได้รับรางวัลครูดีศรีเกษตร จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 จำนวน 1 คน ได้รับรางวัลหนึ่งแสนครูดีจากสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สคค.) จำนวน 1 คน ได้รับรางวัลบันทึกความเป็นครูดีจากสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนครูที่ได้รับรางวัล

ด้านชุมชน

มีความเชื่อมั่น รัก และศรัทธาต่อการจัดการศึกษา ให้ความร่วมมือในกิจกรรมที่ทางโรงเรียนดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ร่วมเสียสละทั้งแรงกาย กำลังทรัพย์ ระดมทรัพยากรทางการศึกษาและที่สำคัญมีความรับผิดชอบและรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของโรงเรียนอย่างแท้จริง ผู้เขียนในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนได้รับรางวัลหนึ่งแสนครูดีจากสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาและที่สำคัญได้รับตำแหน่งเพิ่มจากผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้บริการชุมชนด้วยความภาคภูมิใจ





เอกสารอ้างอิง :

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา. 2552 : 1 - 5 บ้านโนนชาด, โรงเรียน. รายงานการประเมินภายในปีการศึกษา 2554. ชัยภูมิ : 2555.

Sheldon Shaeffer. 2004 : อ้างถึงใน ดวงกมล สินเพ็ง. 2551 : 3
ที่มาข้อมูล : เมืองมนต์ บำรุงเผ่า ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนนชาด สำนักเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2
ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ฉบับเดือนเมษายน - มิถุนายน พ.ศ.2555
จำนวนคนอ่าน 2392 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved