ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

การจัดมุมเสรีในห้องเรียนอนุบาล
   
มุมเสรี (หรือศูนย์การเรียน) เช่น มุมบล็อก มุมหนังสือ มุมวิทยาศาสตร์ มุมศิลปะ มุมดนตรี หรือมุมบทบาทสมมติ เป็นที่ยอมรับและปฏิบัติกันโดยทั่วไปในการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย เพราะช่วยส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่เด็ก เช่น การมีระเบียบวินัย การแก้ปัญหา การคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความรับผิดชอบ เป็นต้น (Paciorek & Munro, 2004 : 142-147) โดยปกติมุมต่างๆ เหล่านี้มักจัดในห้องเรียน โดยครูเป็นผู้จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์และกิจกรรมที่หลากหลายในบริเวณพื้นที่ที่เหมาะสม บางมุมอาจใช้พื้นที่มาก แต่บางมุมอาจใช้พื้นที่น้อย (Essa, 2011 : 196) การจัดมุมต่างๆ ไม่ว่าจะสอนหน่วยใด ครูผู้สอนควรจัดมุมให้เชื่อมโยงกับหน่วยที่สอนเพราะจะช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมายมากขึ้น

โดยปกติทั่วไปเรามักได้ยินชื่อมุมต่างๆ เช่น มุมหนังสือ มุมสร้างสรรค์ มุมศิลปะ มุมสื่อสัมผัส มุมคณิตศาสตร์ มุมวิทยาศาสตร์ และมุมบล็อก เป็นต้น ผู้สอนบางท่านอาจยึดชื่อของมุมเป็นหลัก ทำให้การจัดมุมค่อนข้างมีข้อจำกัดและส่งผลให้การเรียนรู้ของเด็กถูกจำกัดตามไปโดยปริยาย

ดังนั้นการกำหนดชื่อมุมต่างๆ ครูสามารถปรับเปลี่ยนชื่อมุมต่างๆ ให้น่าสนใจได้โดยการตั้งชื่อให้สอดคล้องกับกิจกรรมที่ครูจัดเตรียมไว้ให้เด็กในแต่ละมุม เช่น


อย่างไรก็ตามหน้าที่ของครูผู้สอนจำเป็นต้องคัดสรรและพิจารณาสื่อ วัสดุ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับหน่วยและจัดวางไว้ที่มุม ในที่นี้ผู้เขียนขอยกตัวอย่างการจัดกิจกรรมของแต่ละมุมดังกล่าวข้างต้น เพื่อให้ผู้อ่านได้นำไปปรับประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับหน่วยงานของท่าน ดังนี้

มุมหนังสือคือเพื่อน : หน่วยวันแม่


โดยทั่วไปแล้วการจัดประสบการณ์ทุกหน่วยสามารถจัดในมุมหนังสือคือเพื่อนได้ หากมีนิทานหรือหนังสือที่เกี่ยวข้องกับหน่วยที่กำลังสอน ยกตัวอย่างเช่นหน่วยวันแม่

ในมุมนี้นิทานเรื่อง “เจ้าตัวเล็ก” และ “เพราะว่าแม่รักลูกมากจ้ะ” มีเนื้อหาสอดคล้องกับหน่วย “วันแม่” ที่ครูกำลังสอน ดังนั้นเด็กๆ จะเรียนรู้อย่างมีความหมายมากขึ้นผ่านนิทานทั้งสองเล่มนี้

การจัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ในมุมหนังสือคือเพื่อน

ในมุมหนังสือคือเพื่อน ควรมีโต๊ะและที่นั่งรวมทั้งอุปกรณ์การขีดเขียนเพื่อให้เด็กได้พัฒนาทักษะทางภาษาทุกด้าน คือ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ทั้งนี้การเรียนรู้ควรเป็นไปตามธรรมชาติ ความสามารถตามวัยและความสนใจของเด็ก การกระตุ้นและส่งเสริมครูสามารถทำได้ แต่ไม่ควรเป็นลักษณะการบังคับเด็ก การรู้หนังสือสำหรับเด็กระดับอนุบาลควรเน้นเรื่องชื่อ หนังสือนิทานชื่อผู้แต่ง เลขหน้า และทิศทางการอ่าน (จากบนลงล่างและจากซ้ายไปขวา) (Justine & Sofka, 2010 : 14-15)

มหัศจรรย์รีไซเคิล : หน่วยโลกสวยด้วยมือเรา


วัสดุเหลือใช้ต่างๆ หรืออาจเป็นวัสดุรีไซเคิลทุกชนิดที่ไม่เป็นอันตราย ครูสามารถนำมาจัดไว้ที่มุมมหัศจรรย์รีไซเคิลได้ เช่น ที่ใส่ไข่ ขวดน้ำ ฝา ภาชนะใส่เครื่องดื่มชนิดต่างๆ กล่องเปล่า แกนทิชชู หลอดดูดน้ำ กระป๋อง ปฏิทิน เป็นต้นอกจานี้ครูผู้สอนสามารถจัดเตรียมสี กรรไกกาว เชือก และอุปกรณ์อื่นๆ ที่เด็กๆ อาจใช้เพิ่มเติเพื่อการทำกิจกรรมต่างๆ ในมุมนี้ไว้ด้วย

มุมเศรษฐกิจพอเพียง : หน่วยข้าว


มุมเศรษฐกิจพอเพียงจัดเป็นแปลงโมเดลจำลองให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการลงมือจัด ปรับเปลี่ยนและสร้างส่วนต่างๆ จากวัสดุที่ครูเตรียมไว้ให้ เช่น กิ่งไม้ ใบไม้ ก้อนหิน ดินน้ำมัน/แป้งโด เมล็ดข้าวเปลือก ฯลฯ นอกจากนี้เด็กๆ ยังสามารถประดิษฐ์และคิดออกแบบสวนของตนเองไปพร้อมกับการเรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างกลมกลืนอีกด้วย

มุมสัตว์โลกน่ารัก : หน่วยสัตว์


สัตว์ชนิดต่างๆ จากสื่อหลากหลายประเภท เช่น หุ่นสัตว์จำลองจากไม้ ปูนพลาสเตอร์รูปน้องหมี ตุ๊กตายางรูปนก หุ่นมือหมูทำจากผ้า หมวกกระดาษช้าง กระดาษพับครอบครัวกระต่าย ครูผู้สอนสามารถนำมาจัดรวมกันไว้ที่มุมสัตว์โลกน่ารักให้เด็กๆ ได้เข้ามาเล่นและเรียนรู้ร่วมกันอย่างสนุกสนาน

ร้านค้าน่าซื้อ : หน่วยอาหารดีมีประโยชน์


สื่อวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ใบไม้ชนิดต่างๆ ผลของต้นไม้ชนิดต่างๆ ที่ไม่เป็นอันตรายและครูผู้สอนสามารถหาเก็บได้ตามบริเวณโรงเรียนหรือในชุมชน สื่อที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ที่สามารถจัดให้มีในมุมนี้คือ กล่องนม หรือซองขนมที่เด็กๆ รับประทานแล้วซึ่งต้อทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนนำมาจัดวางในมุมของใช้ที่หมดแล้ว เช่น กระป๋องแป้ขวดแชมพู เป็นต้น หรือกล่งบรรจุภัณฑ์สินค้าต่างๆ ที่เหลือใช้ เช่น กล่องใส่ยาสีฟัน เป็นต้น นอกจานี้ยังมีธนบัตรและเงินเหรียญจำนวนต่างๆ ที่ผลิตจากกระดาษรีไซเคิลจัดเตรียมไว้ให้เด็กๆ ได้แสดงบทบาสมมติในการซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน

มุมดนตรีมหาสนุก : หน่วยเสียงในชีวิตประจำวัน

เครื่องดนตรีประเภทเคาะ เขย่า ตี มีความเหมาะสมสำหรับเด็กปฐมวัย เครื่องดนตรีส่วนหนึ่งทำมาจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่ กะลามะพร้าว อีกส่วนหนึ่งทำมาจากวัสดุเหลือใช้ เช่น กระป๋อง ขวดน้ำพลาสติก ฝาขวดน้ำหรือน้ำอัดลม เศษไหมพรม กระดาษสี เชือกที่เหลือใช้ นอกจากนี้ครูยังสามารถผลิตเครื่องดนตรีที่ช่วยอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านได้ เช่น “โปงลาง” เป็นเครื่องดนตรีทางภาคอีสาน เป็นต้น

การผลิตเครื่องดนตรีครูอาจลงทุนเพิ่มอีกเล็กน้อยโดยการประยุกต์ของใช้ราคาถูกมาทำเป็นเครื่องดนตรีที่เหมาะสมสำหรับเด็กเล่นได้ เช่น กล่องพลาสติกนำมาทำเป็นกลองให้เด็กๆ ได้ตี เคาะ ซึ่งถ้าตีในบริเวณที่ต่างกันเสียงก็จะต่างกันไปด้วย หรือเพิ่มเสียงให้น่าสนใจด้วยการใช้กระดิ่งหรือลูกกระพรวน นอกจากนี้ขวดแก้วบรรจุน้ำต่างระดับเป็นอีกวัสดุชนิดหนึ่งที่น่านำมาใช้ เพราะเมื่อเคาะที่ข้างขวดทำให้เกิดเสียงที่แตกต่างกันไป ช่วยให้เด็กเพลิดเพลินและยังฝึกการฟังและแยกแยะเสียงได้

มุมทรายหรรษา : หน่วยดิน

ในมุมทรายหรรษาเด็กๆ สามารถเล่นทรายพร้อมกับอุปกรณ์ประกอบการเล่น เช่น ที่ตัก (ช้อน, กระป๋อง) และภาชนะสำหรับบรรจุทรายชนิดต่างๆ (ขวด, ถ้วยพลาสติก, กะลามะพร้าว) การให้คำแนะนำเพื่อให้เด็กเกิดความปลอดภัยขณะเล่นในมุมทรายหรรษาเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ครูผู้สอนต้องทำ และควรดูแลอย่างใกล้ชิดขณะที่เด็กๆ เล่นกัน ถ้าเป็นไปได้ครูอาจร่วมเล่นกับเด็กๆ เพราะช่วยให้ครูได้ดูแลและส่งเสริมการเรียนรู้อื่นๆ ให้กับเด็กไปพร้อมกัน

มุมคณิตคิดสนุก : หน่วยคณิตศาสตร์พาเพลิน


สื่อวัสดุจากธรรมชาติหาได้ง่าย และช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และสื่อบางชนิดครูสามารถผลิตขึ้นจากเศษวัสดุเหลือใช้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กระดับปฐมวัยได้ หากมีงบประมาณในการจัดซื้อสื่อสำเร็จรูปครูควรคัดสรรสื่อที่เหมาะสมและมีคุณภาพที่ดี เช่น ผลิตจากวัสดุที่มีความคงทนและไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก (nontoxic materials) เป็นต้น โดยปกติราคาของสื่อสำเร็จรูปส่วนใหญ่ที่มีคุณภาพดีจะมีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นก่อนซื้อควรต้องพิจารณาให้รอบคอบเพื่อให้คุ้มค่าเงินที่ต้องใช้จ่ายไป

มุมนักวิทยาศาสตร์จิ๋ว : หน่วยวิทยาศาสตร์น่ารู้

มุมนักวิทยาศาสตร์จิ๋วเปิดกว้างให้เด็กๆ เข้ามาสำรวจ ทดลอง และเรียนรู้สิ่งต่างๆ โดยเฉพาะวัสดุจากธรรมชาติซึ่งถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญและมีประโยชน์ในการส่งเสริมความพร้อมทางวิทยาศาสตร์ของเด็ก ไม่ว่าจะเป็น ก้อนหิน ดินทราย ใบไม้ น้ำ ต้นไม้ในกระถาง ฯลฯ ส่วนสื่อตาชั่งที่ประดิษฐ์ขึ้นจากกิ่งไม้ กระดาษ เชือกฟาง และขวดพลาสติกบรรจุทรายซึ่งใช้เป็นฐานยึดช่วยเอื้อต่อการเรียนรู้และพัฒนาความพร้อมทางวิทยาศาสตร์ของเด็กได้เป็นอย่างดี

มุมธรรมชาติแสนงาม : หน่วยต้นไม้


ใบไม้ กิ่งไม้ ก้อนหิน และสื่อวัสดุธรรมชาติอื่นๆ สามารถนำมาจัดไว้ที่มุมธรรมชาติแสนงาม เด็กๆ สามารถช่วยกันร้อยใบไม้โดยใช้กิ่งไม้หรือเชือกก็ได้ ขณะที่ร้อยใบไม้ครูอาจแนะนำและชี้ชวนให้เด็กๆ สังเกตดูลักษณะใบไม้ เพราะใบไม้บางใบมีรู และบางใบมีรูหลายแห่งและหลายขนาดแตกต่างกันไป แต่ละใบมีสีหลากหลาย การชี้ชวนของครูช่วยสนับสนุนการเรียนรู้หลายๆ อย่างให้เกิดขึ้นไปพร้อมกันได้

มุมน้ำฉ่ำเย็น: หน่วยน้ำ

การจัดเตรียมอุปกรณ์ เช่น กะละมังใส่น้ำ ขวดพลาสติกสำหรับบรรจุน้ำหรืออาจมีอุปกรณ์อื่นที่ช่วยให้เด็กๆ ได้ลงมือทำ จะช่วยให้การเรียนรู้ในมุมน้ำฉ่ำเย็นเป็นไปอย่างสนุกสนาน การเน้นย้ำวิธีการเล่นและการปฏิบัติตนเมื่อเข้ามาเล่นในมุมนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ครูผู้สอนควรตระหนักเพื่อลดการเกิดปัญหาอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ (Pitcher, Feinburg, & Alexander, 1989 : 261)

มุมบล็อกก๊อกแก๊ก : หน่วยผลไม้แสนอร่อย

มุมบล็อกก๊อกแก๊ก นับได้ว่าเป็นมุมประจำสำหรับทุกห้องเรียนระดับปฐมวัย มุมนี้นอกจากจัดไว้เป็นประจำแล้วอาจจัดเป็นมุมสำรองไว้สำหรับให้เด็กที่ทำกิจกรรมในทุกมุมเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถทำกิจกรรมระหว่างรอเพื่อนๆ ได้ ในมุมบล็อกก๊อกแก๊ก ครูสามารถจัดหาแท่งบล็อกรูปทรงต่างๆ ทั้งทรงสามเหลี่ยม ทรงสี่เหลี่ยม ทรงกลม และทรงอื่นๆ ไว้ให้เด็กได้เล่นอิสระ ยิ่งเด็กอายุมากขึ้น จำนวนชิ้นบล็อกแต่ละแบบก็จะมากขึ้นด้วย เช่น บล็อกรูปทรงสี่เหลี่ยม

  • เด็กอายุ 3 ขวบ ครูควรจัดเตรียมไว้จำนวน 54 ชิ้น

  • เด็กอายุ 4 ขวบ ครูควรจัดเตรียมไว้จำนวน 96 ชิ้น

  • เด็กอายุ 5 ขวบ ครูควรจัดเตรียมไว้จำนวน 110 ชิ้น เป็นต้น (Wellhousen & Kieff, 2001: 102)
หากเป็นไปได้ครูผู้สอนสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมและกระตุ้นให้เด็กได้เล่นบล็อกที่เกี่ยวข้องกับหน่วยที่กำลังเรียนรู้ เช่น หน่วยผลไม้แสนอร่อยในมุมบล็อกครูสามารถเข้าไปช่วยกระตุ้นให้เด็กจินตนาการถึงผลไม้สุดโปรดว่ามีรูปร่างอย่างไร จากนั้นก็นำบล็อกมาต่อเรียงตามจินตนาการ หรือต่อเรียงเป็นผลไม้ที่ถูกผ่าออกเป็นชิ้นๆ ปรับเปลี่ยนรูปแบบของการต่อไปเรื่อยๆ โดยครูค่อยๆ ลดบทบาทการมีส่วนร่วมลง ทั้งนี้ลองให้ครูสังเกตก่อนว่าการเล่นในมุมบล็อกของเด็กๆ เป็นอย่างไร หากเป็นลักษณะที่ซ้ำๆ เดิมๆ ครูอาจเข้าไปมีบทบาทช่วยชี้แนะเพื่อเพิ่มเติมรูปแบบการเล่นให้มีความหลากหลายมากขึ้นได้ การที่ครูมีส่วนร่วมในการเล่นกับเด็กนั้น ช่วยให้ครูได้เรียนรู้เกี่ยวกับเด็กในแง่มุมอื่นๆ ที่อาจช่วยเหลือหรือส่งเสริมเพิ่มเติมได้ ฉะนั้นสัมพันธภาพอันดีระหว่างครูและเด็กจะสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งเป็นประโยชน์อันเกิดจากการที่ครูเล่นร่วมกันกับเด็ก (Casper & Theilheimer, 2010 : 116-117) นอกจากนี้ครูยังสามารถช่วยเหลือเด็กให้เรียนรู้การแก้ปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นขณะเล่นบล็อกร่วมกันกับเพื่อน โดยครูแสดงออกทางการกระทำหรือทางวาจา การเป็นส่วนหนึ่งของการเล่นหรือการแสดงบทบาทสมมติ หากเกิดปัญหาที่ร้ายแรงถึงขั้นบาดเจ็บหรือส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง ครูต้องดำเนินการเองโดยตรงไม่ต้องรอให้เด็กแก้ปัญหากันเอง (Wellhousen & Kieff, 2001 : 149)


สำหรับจำนวนมุมเสรีที่ควรจัดในการสอนแต่ละหน่วยนั้น ผู้เขียนมีความเห็นว่าควรจัดไม่น้อยกว่า 3 มุม และควรเป็นมุมที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับหน่วยที่สอน เพราะหากเป็นมุมที่สามารถจัดไว้เป็นกลางๆ ทั่วไป เช่น มุมบล็อกก๊อกแก๊ก หรือ มุมบทบาทสมมติ ครูควรคิดกิจกรรมในมุมเหล่านั้นให้สัมพันธ์กับหน่วยที่สอนซึ่งถือเป็นความท้าทายที่น่าสนใจสำหรับครูผู้สอนเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามจำนวนมุมที่จัดนั้นควรอยู่ระหว่าง 3-5 มุม ทั้งนี้อาจต้องพิจารณาขนาดพื้นที่ของห้อง จำนวนเด็ก และหน่วยที่สอนประกอบด้วย และหากครูมีศักยภาพในการจัดมุมได้มากกว่านี้ก็จะเป็นประโยชน์สำหรับเด็กมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย

สถานที่ : ศูนย์การเรียนรู้ทางการศึกษาปฐมวัย ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ผลิตสื่อและฝีมือการจัดมุม : นิสิตสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม






บรรณานุกรม :

Casper, V. and Theilheimer, R. (2010). Early Childhood Education. New York : McGraw-Hill.

Essa, E.L. (2011). Introduction to Early Childhood Education, Annotated Student’s Edition. (6th ed). Belmont : WADSWORTH CENGAGE Learning.

Justice, L.M. & Sofka, A.E. (2010). Engaging Children with Print : Building Early Literacy Skills through Quality Read-Alouds. New York : The Guilford Press.

Paciorek, K.M., &Munro, J.H. (2004). Learning Centers : Why and How. Annual Editions : Early Childhood Education. 2003/2004. (24th ed.). Connecticut: McGraw-Hill/Dushkin.

Pitcher, E.G., Feinburg, S.G, & Alexander, D.A. (1989). Helping Young Children Learn. (5th ed.). Columbus, Ohio : Merrill.

Wellhousen, K. and Kieff, J. (2001). A Constructivist Approach to Block Play in Early Childhood. Albany : DELMAR.
ที่มาข้อมูล : ศรีกัญภัสสร์ รังษีบวรกุล อาจารย์ประจำสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ภาควิชาหลักสูตรและการสอน
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ฉบับเดือนมกราคม - มีนาคม พ.ศ.2555
จำนวนคนอ่าน 57581 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved