ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

ปฐมวัยศึกษา : จุดเริ่มต้นของการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในจังหวัดชายแดนใต้
   
ปฐมวัยศึกษา คือ การจัดการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนกลุ่มอายุ 3 - 5 ปี เพื่อให้มีความพร้อมด้านพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ก่อนที่เด็กกลุ่มนี้จะเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเป็นชั้นแรกของการศึกษาภาคบังคับ กล่าวได้ว่า การจัดการศึกษาระดับนี้นั้นมุ่งเน้นการอบรมเลี้ยงดูให้เด็กมีความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของโรงเรียนซึ่งเป็นที่อยู่ใหม่ของเด็ก คุ้นเคยกับเพื่อนใหม่ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสังคมของเด็ก และคุ้นเคยกับกระบวนการศึกษา ซึ่งเขาจะต้องเรียนรู้ไปตลอดชีวิต

ในปัจจุบัน มีหน่วยงานทั้งของรัฐและเอกชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่รับผิดชอบการศึกษาปฐมวัยหลายหน่วยงาน ได้แก่

  • โรงเรียนประถมศึกษา (ทั้งของรัฐและเอกชน)

  • ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา)

  • ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์การบริหารส่วนตำบล
หน่วยงานดังกล่าวนี้ใช้หลักสูตรปฐมวัยศึกษา พุทธศักราช 2546 เช่นเดียวกัน การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จึงเหมือนหรือคล้ายกับการจัดการศึกษาปฐมวัยศึกษาในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ กล่าวคือ มีการบูรณาการเนื้อหาสู่กิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมเล่นเสรีตามมุม กิจกรรมเสริมประสบการณ์ (ในวงกลม) กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมเล่นกลางแจ้ง และกิจกรรมเกมการศึกษา

แต่ผู้เขียนเห็นว่าการจัดการศึกษาปฐมวัยศึกษาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้นั้นผู้บริหารและครูผู้สอนควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ จะจัดให้เหมือนพื้นที่ปกติคงเป็นไปได้ยาก ทั้งนี้ เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางแล้วว่าการจะบริหารบ้านเมืองใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ให้มีความสงบ ไม่เกิดสถานการณ์เลวร้ายรายวัน ประชาชนในพื้นที่มีความอยู่เย็นเป็นสุขนั้น รัฐบาลและทุกภาคส่วนจะต้องให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษา


สำหรับกรณีปฐมวัยศึกษานั้น ผู้เขียนเห็นว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดการศึกษาเพื่อสร้างความมั่นคงในจังหวัดชายแดนใต้ จึงมีข้อเสนอแนะ ดังนี้

1. ครูผู้สอนปฐมวัย ควรพูดได้ทั้งภาษามลายูท้องถิ่นควบคู่กับภาษาไทย เนื่องจากจะเป็นประโยชน์ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของตัวครูเอง ในบางกิจกรรมครูควรใช้ภาษามลายูท้องถิ่น เช่น เกมการศึกษา แต่บางกิจกรรมครูควรใช้ภาษาไทย เช่น กิจกรรมเสริมประสบการณ์ (ในวงกลม) การใช้ทั้ง 2 ภาษาบูรณาการกันไปจะทำให้เด็กมีความอบอุ่น ไม่กลัวโรงเรียน ขณะเดียวกันการใช้ภาษาไทยด้วยจะทำให้เด็กเรียนรู้ภาษาไทยควบคู่กันไป ซึ่งทำให้เด็กมีความรู้สึกรักโรงเรียน อยากมาโรงเรียน อันจะเป็นการบ่มเพาะสู่ความรักชุมชน ท้องถิ่นและประเทศชาติของตนเองในอนาคต

การใช้ 2 ภาษาในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนนั้น มีผลงานวิจัยของประดิษฐ์ ระสิตานนท์ และคณะ (2550 : บทสรุป) ยืนยันว่านักเรียนปฐมวัยส่วนใหญ่มีผลการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาดีขึ้น การทำกิจกรรมเสริมประสบการณ์ต่างๆ นักเรียนสามารถปฏิบัติได้อย่างคล่องแคล่ว และมีประสิทธิภาพ เนื่องจากนักเรียนเข้าใจภาษาที่ครูพูดจึงสามารถร่วมกิจกรรมได้เต็มที่ สอดคล้องกับงานวิจัยของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (2551 : 111) ที่ได้ข้อสรุปว่า การจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ คือ การสอนภาษาไทยให้แก่เด็กที่ใช้ภาษามลายูท้องถิ่นเป็นภาษาแรก และการใช้ภาษาไทยมาตรฐานเป็นภาษาที่สองทำให้นักเรียนปฐมวัยมีความเข้าใจและใช้ภาษาพูดได้มากขึ้น กล้าแสดงออก และมีความสุขในการมาโรงเรียนมากขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่จะช่วยคัดเลือกครูผู้สอนปฐมวัย ที่สามารถพูดภาษามลายูท้องถิ่นควบคู่กับภาษาไทย และหมั่นนิเทศติดตามการจัดกิจกรรมการเรียนอย่างสมํ่าเสมอ เมื่อใดก็ตามที่เด็กปฐมวัยใน 3 จังหวัดชายแดนใต้สามารถเริ่มต้นใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร และเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ในชั้นสูงขึ้น ก็จะช่วยลดหรือขจัดปัญหาการตกเป็นเครื่องมือในการแสวงหาอำนาจของบุคคลบางกลุ่ม จนกลายเป็นปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศชาติในปัจจุบัน



2. เนื่องจากปรัชญาของการศึกษาปฐมวัย คือ การพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 5 ปี บนพื้นฐานของการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กแต่ละคนตามศักยภาพภายใต้บริบทของสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และความเข้าใจของทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเองและสังคม จึงเป็นหน้าที่ทั้งของครูและผู้ปกครองที่จะต้องร่วมมือกันเตรียมการตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์มารดา ครูปฐมวัยควรมีความรู้เรื่องพัฒนาการทางสมองของเด็ก หมั่นให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเกี่ยวกับอาหาร นํ้าดื่ม การออกกำลังกาย การทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส แนวทางการเลี้ยงดูเด็กเล็กอายุแรกเกิดถึง 5 ขวบ ความรู้เกี่ยวกับเพลงกล่อมเด็ก เทคนิคการเล่านิทาน ตลอดถึงการผลิตหรือเลือกซื้อของเล่นที่จะช่วยพัฒนาสมองของเด็ก หรือมีบริการให้ผู้ปกครองยืมของเล่นไปเล่นที่บ้าน เป็นต้น

ขณะเดียวกันผู้บริหาร ควรเป็นผู้อำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการจัดสื่อ เครื่องเล่น และสภาพแวดล้อมสำหรับเด็กปฐมวัย ซึ่งจะต้องพิจารณาดูว่าเด็กปฐมวัยชอบอะไร ธรรมชาติและการเรียนรู้ของเด็กเป็นอย่างไร เด็กแต่ละวัยนั้นมีความคล้ายคลึงกันในบางเรื่องและมีความแตกต่างกันเป็นรายบุคคล การเรียนรู้ของเด็กส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม เพราะเด็กปฐมวัยมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้จากสภาพแวดล้อมรอบตัวโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 และเรียนรู้จากสิ่งที่เป็นรูปธรรม

ดังนั้น การจัดสภาพแวดล้อมจึงเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนั้นเครื่องเล่น สื่ออุปกรณ์ ที่จัดให้เด็กปฐมวัยเรียนรู้ควรเป็นสิ่งที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก ส่วนบรรยากาศของโรงเรียน อาคารสถานที่ ห้องเรียน และมุมประสบการณ์ มีความสำคัญที่จะต้องพิจารณาให้เหมาะสม ถูกต้องตามหลักการปฐมวัย เพราะจะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้และมีความสามารถใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งสื่อ อุปกรณ์ต่างๆ จะทำให้เด็กมีประสบการณ์มากขึ้น เรียนรู้และเข้าใจสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ และส่งเสริมให้เด็กได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพในทุกด้าน (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2551 : 1)


◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊

ที่กล่าวมานี้ ก็เพื่อยืนยันว่าสื่อหรือของเล่นและอุปกรณ์เสริมสร้างพัฒนาการต่างๆ นั้น มีความสำคัญมากต่อเด็กปฐมวัย ผู้บริหารจึงต้องจัดสรรงบประมาณไว้ในสัดส่วนที่มากพอที่จะซื้อสื่อเหล่านี้ สำหรับโรงเรียนใดที่มีงบประมาณน้อย อาจร่วมมือกับชุมชน ผู้ปกครอง ผลิตสื่อขึ้นเอง โดยอาศัยอุปกรณ์สิ่งเหลือใช้ที่มีอยู่ในท้องถิ่น เช่น ของเล่นจากกะลามะพร้าว เมล็ดยางพารา กระป๋อง ขวดนํ้าพลาสติก เครื่องปีนป่ายต่างระดับที่ทำจากท่อนไม้หรือปีกไม้เหลือใช้ ยางล้อรถยนต์ ตาข่ายใยแมงมุมทำจากเชือกอวนเรือประมง หรือเถาวัลย์จากป่า เหล่านี้เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าในการเลี้ยงดูและเตรียมความพร้อมเหล่านี้ จะต้องอาศัยการประสานงานระหว่างครูผู้สอนกับผู้ปกครองอย่างต่อเนื่องและสมํ่าเสมอ จึงจะนำมาสู่ความสัมพันธ์ความเข้าใจที่ดีต่อกันระหว่างสถานศึกษาและชุมชน ด้วยเหตุนี้ การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครูผู้สอนปฐมวัยกับผู้ปกครอง จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสมัครสมานสามัคคีปรองดองและมิตรภาพของคนในชุมชนท้องถิ่นนั้น เมื่อใดก็ตามที่คนในชุมชนท้องถิ่นมีความรักและผูกพันกับโรงเรียนและบุคลากรในโรงเรียน การลอบวางเพลิงเผาอาคารเรียนการลอบทำร้ายเข่นฆ่าครู คงไม่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันพวกเขาเหล่านั้นจะกลับกลายเป็นบุคคลที่คอยสอดส่องระวังภัยไม่ให้ผู้ที่ไม่หวังดีก่อเหตุร้ายรายวันได้






เอกสารอ้างอิง :

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สำนักงาน. 2551. สื่อ เครื่องเล่นสนาม และการจัดสภาพแวดล้อม
สำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

เลขาธิการสภาการศึกษา, สำนักงาน. 2551. รายงานการวิจัยการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทย
ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้. กรุงเทพฯ : บริษัทพริกหวานกราฟฟิค จำกัด.

ประดิษฐ์ ระสิตานนท์ และคณะ. 2550. การศึกษาการบริหารและผลการจัดการเรียนรู้ระบบสองภาษา
(ไทย - มลายู) แบบประยุกต์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2549. กรุงเทพฯ : กลุ่มนโยบาย
พิเศษด้านสังคมจิตวิทยา สำนักผู้ตรวจราชการประจำเขตตรวจราชการที่ 12.
ที่มาข้อมูล : สันติภัทร โคจีจุล รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3
ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม - มีนาคม 2554
จำนวนคนอ่าน 3165 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved