ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

การพัฒนาทักษะการคิดและสร้างความมั่นใจในตนเองในชั้นเรียน คณิตศาสตร์ ที่สอนโดยปัญหาเป็นฐาน
   

การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เป็นวิธีการสอนหนึ่งที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ บริบทการเรียนการสอนจะเน้นให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการแก้ปัญหา และการประยุกต์ความรู้ เพื่อนำมาแก้ปัญหา ทั้งนี้วิธีการสอนนี้ส่งเสริมและช่วยให้นักเรียนสร้างความรู้ที่ครอบคลุมเนื้อหาที่สอนและอยู่บนฐานความรู้ ที่ยึดหรือเปลี่ยนแปลงได้ นักเรียนได้พัฒนาทักษะการคิด ทักษะการให้เหตุผลและทักษะการแก้ปัญหา

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ในสิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ และจุดมุ่งหมายของหลักสูตรข้อหนึ่งที่สำคัญคือ ผู้เรียนมีความรู้ คิดเป็น แก้ปัญหาเป็น มีทักษะในการสื่อสารและทักษะชีวิต จากกรอบแนวคิดดังกล่าว หลักสูตรการสอนคณิตศาสตร์ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพ ทั้งกระบวนการเรียนรู้ ความรู้ ทักษะและกระบวนการคณิตศาสตร์ และจะเห็นว่าการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ เป็นทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์หนึ่งที่สำคัญ โดยการแก้ปัญหาจะเป็นกระบวนการที่อำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนได้ฝึกคิดอย่างสร้างสรรค์และพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาจากยุทธวิธีที่นักเรียนคิดค้นด้วยตนเอง เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ และนำนักเรียนเข้าไปสู่การคิดอย่างมีวิจารณญาณหรือทักษะการให้เหตุผลเชิงวิเคราะห์ ทั้งนี้จากที่กล่าวมาข้างต้น

วิธีการสอนนี้เป็นนวัตกรรมหนึ่งที่สำคัญและนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ในการสอนคณิตศาสตร์ โดยใช้ปัญหา เป็นเครื่องมือในการนำนักเรียนเข้ามาสู่บริบทของการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ และวิธีการสอนนี้ เป็นวิธีการที่คณิตศาสตร์จะน่าสนใจในการนำมาใช้ในการสร้างบริบทการเรียนรู้ใหม่ๆ ในชั้นเรียนคณิตศาสตร์

สำหรับจุดมุ่งหมายสำคัญในการวิจัยนี้เพื่อสร้างบริบทการเรียนรู้คณิตศาสตร์แนวใหม่ และพัฒนากระบวนการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 40 คน โดยกรอบเวลาในการวิจัยดำเนินในภาคเรียนที่ 1 2552 กรอบเนื้อหาคณิตศาสตร์ที่สอนในการวิจัยนี้ ได้แก่ ปัญหาชวนคิด และการเสริมทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ รายวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม 1 รหัสวิชา ค 21201 และการวิจัยนี้ดำเนินการภายใต้กรอบคำถามวิจัยที่ว่า ผลที่เกิดขึ้นจากการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานเป็นเช่นไร เมื่อนักเรียนอยู่ในบริบทการเรียนรู้ที่นักเรียนไม่คุ้นเคยมาก่อน

สำหรับการวิจัยนี้ผู้วิจัยออกแบบปัญหาสำหรับการสอนจำนวน 6 ปัญหา ซึ่งแบ่งออกเป็นปัญหาค้นหาแบบรูป จำนวน 2 ปัญหา ได้แก่ การหาผลบวกจำนวนคี่ และมีอะไรอยู่เท่าไหร่ ปัญหาการคิดย้อนกลับจำนวน 2 ปัญหา ได้แก่ การเรียงแผ่นไม้และไปจ่ายตลาด ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่มีโครงสร้างเปิด มีแนวทางการหาคำตอบที่หลากหลายและมีเนื้อหาคณิตศาสตร์ที่เชื่อมโยงหลายสาระหลายกระบวนการสอนโดยใช้ปัญหาพื้นฐานนั้น ผู้วิจัยออกแบบขั้นตอนการสอนตามกรอบแนวคิดของ Savery ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

  1. เริ่มต้นกิจกรรมการสอนโดยใช้ปัญหาการนำเข้าทำกิจกรรมของนักเรียน


  2. นักเรียนอภิปราย นำเสนอแนวคิดหรือลงมือแก้ปัญหาที่ได้รับหรือแก้ปัญหาในกลุ่มย่อยเพื่อจัดหรือเลือกข้อมูล ข้อเท็จจริงและลงความเห็นนำมาใช้แก้ปัญหา


  3. นักเรียนเปรียบเทียบและรวบรวมข้อค้นพบหรืออภิปรายหาข้อสรุป หากมีปัญหาใหม่ๆ จากการอภิปราย (ถ้าเกิดกรณีนี้)


  4. นักเรียนย้อนกลับไปแก้ปัญหาหรือกิจกรรมใหม่ให้เกิดขึ้นกลายเป็นวงจรการแก้ปัญหาใหม่
ในระหว่างการสอนผู้วิจัยดำเนินการสังเกตและบันทึกพฤติกรรมการแก้ปัญหาของนักเรียน ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายทั้งการทำกิจกรรมกลุ่ม การทำกิจกรรมรายบุคคล การนำเสนอผลงาน การอภิปรายร่วมกันในชั้นเรียน อีกทั้ง เมื่อนักเรียนทำกิจกรรมประจำวันแล้วให้นักเรียนเขียนสะท้อนผลการเรียนประจำวัน เมื่อผู้วิจัยดำเนินการสอนประจำวันเสร็จสิ้นแล้ว ดำเนินการประเมินผลการเรียนรู้ โดยเน้นการประเมินผลงานนักเรียนด้วยเกณฑ์การประเมินคุณภาพของผลงาน ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จากนั้นผู้วิจัยมีการสะท้อนผลการประเมินทุกครั้งที่สอนเพื่อเปิดประเด็นในการอภิปรายด้วย วิธีการปฏิบัติการสอนของผู้วิจัยมีวงจรการปฏิบัติทั้งจัดกิจกรรมการสอนการประเมินผลการเรียนรู้ และการบันทึกข้อมูลพร้อมกัน ข้อมูลที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์ผลการวิจัย ได้มาจากวิธีการที่หลากหลาย ทั้งจากการสังเกต รายงานการประเมินผลการการเรียนรู้ประจำวัน การเขียนสะท้อนผลการเรียนรู้ของนักเรียน การประเมินผลงาน ซึ่งผลที่เกิดขึ้นจาการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐานพบว่า

  1. ผลการประเมอนผลงาน ของนักเรียนจากการแก้ปัญหาทั้ง 6 ปัญหา ทั้งจากการจัดกิจกรรมกลุ่มและกิจกรรมรายบุคคล โดยนักเรียนเฉลี่ยร้อยละ 90 ผ่านเกณฑ์การประเมิน โดยผลการประเมินได้คะแนนระดับ 3 ซึ่งเป็นคะแนนเต็มของการประเมินผลของนักเรียน


  2. วิธีการแก้ปัญหา จากการจัดกิจกรรมการแก้ปัญหาจำนวน 6 ปัญหา สรุปได้ ดังนี้ วิธีการลองผิดลองถูก ซึ่งเป็นวิธีการที่นักเรียนนำมาใช้ในการแก้ปัญหาที่ไม่คุ้นเคยวิธีการแรก ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่วิธีการอื่นๆ ทั้งวิธีการค้นหาแบบรูป การสร้างโมเดลคณิตศาสตร์ วิธีการใช้สมบัติทางคณิตศาสตร์ วิธีการทดลอง วิธีการทำให้พื้นที่แต่ละส่วนเท่ากัน วิธีการคิดแบบย้อนกลับและวิธีการแจกแจง กรณี ความสำเร็จในการแก้ปัญหานำไปสู่การพัฒนาหรือขยายปัญหาไปสู่ปัญหาใหม่ๆ หรือเกิดข้อคาดการณ์ใหม่ๆ เชื่อมโยงการคิดไปสู่สาระคณิตศาสตร์อื่นๆ


  3. การเชื่อมโยงแนวคิดคณิตศาสตร์ ผลการวิเคราะห์การเชื่อมโยงแนวคิดคณิตศาสตร์จากการวิจัยพบว่า นักเรียนเชื่อมโยงสมบัติการดำเนินการของจำนวนในการแก้ปัญหาผลบวกจำนวนคี่ การวัดขนาดพื้นที่และความยาวด้าน สมบัติรูปเรขาคณิตเชื่อมโยงกับการแก้ปัญหาการค้นหา แบบรูป ปัญหาแทนแกรม ปัญหาแบ่งที่ดินปลูกผัก ปละปัญหาการเรียงแผ่นไม้ และเชื่อมโยงทศนิยมกับการแก้ปัญหาไปจ่ายตลาด


  4. พฤติกรรมการเรียนรู้ จากการสังเกตพฤติกรรม พบว่า ระหว่างแก้ปัญหานั้น นักเรียนมีความสนุกสนานกับการทำกิจกรรมด้วยตนเอง การตอบสนองต่อกิจกรรมการแก้ปัญหาที่ไม่คุ้นเคย นักเรียนลงมือทำด้วยตนเองซึ่งทุกคนไม่มีใครว่างหรือไม่ทำกิจกรรมการแก้ปัญหาที่ไม่คุ้นเคย นักเรียนลงมือทำด้วยตนเอง ซึ่งทุกคนไม่มีใครว่างหรือทำกิจกรรม พฤติกรรมการแก้ปัญหา
นักเรียนอ่านและพิจารณาปัญหาลงมือทำกิจกรรมด้วยความอดทน พิจารณาหาข้อมูลจากเงื่อนไขของปัญหา และรวบรวมข้อมูลเพื่อแก้ปัญหา และสุดท้ายการแระเมินตรวจสอบวิธีการด้วยตนเอง นักเรียนมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนรู้กลายมาเป็นผู้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ที่ดี และเป็นผู้สร้างแรงดลใจการเรียนรู้ด้วยตนเอง

ผลจากการวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการสอนในชั้นเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งหากมองไปถึงพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนก่อนที่จะจัดกิจกรรมการสอนนี้ นักเรียนมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงมีพัฒนาการเป็นลำดับ วิธีการสอนนี้ส่งเสริมและช่วยให้นักเรียนได้พัฒนาความมั่นใจในทักษะการแก้ปัญหาด้วยตนเอง และการอภิปรายและการสะท้อนผลการประเมินส่งเสริมให้นักเรียนได้ท้าทายกับปัญหาใหม่ๆ ที่ทั้งเกิดจากการเปิดประเด็นโดยนักเรียนหรือเกิดจากการให้คำถามเพิ่มขึ้นสำหรับหารแก้ปัญหาที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ความมั่นใจที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลมาจากนักเรียนได้คิดและลงมือทำด้วยตนเอง และสามารถที่จะประเมินตนเองได้ ประกอบกับบทบาทการสอนของครูที่เข้ามาจัดบริบทหรืออำนวยความสะดวกต่างๆ ทำให้นักเรียนได้ยืนหยัดหรือเผชิญปัญหาด้วยตนเองและสนุกกับการทำกิจกรรม ผลที่เกิดจากการใช้ปัญหาเป็นฐาน

ปัญหาที่นำมาใช้สอนทั้ง 6 ปัญหา ที่นำมาใช้ในการสอนนี้ เป็นปัญหาที่นักเรียนสามารถสะท้อนกลับและประเมินประสิทธิภาพของยุทธวิธีหรือความรู้ของนักเรียนได้ อีกทั้งสนับสนุนให้เกิดข้อคาดการณ์และเกิดการอนุมานได้อย่างหลากหลาย ทำให้เกิดวิธีการแก้ปัญหาที่จะคลายปมปัญหาอย่างเพียงพอ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับความคิดเห็นของนักเรียน และกระตุ้นให้นักเรียนอยากที่จะเรียนรู้หรือมีความสนใจปัญหา ตัวปัญหาเชื่อมโยงเข้าสู่ประสบการณ์ของนักเรียนและปัญหาที่สร้างขึ้นมีเงื่อนไขคณิตศาสตร์ที่ดีและเหมาะสม อีกทั้งมีความท้าทายและนำไปสู่ความเข้าใจคณิตสาสตร์ของนักเรียน

กระบวนการกลุ่มและการอภิปรายในชั้นเรียน เป็นกระบวนการที่ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสังคม ซึ่งทั้ง ให้ความสำคัญกับกระบวนการกลุ่ม ซึ่งเป็นกระบวนการธรรมชาติการเรียนรู้ของนักเรียน ในกระบวนการกลุ่มนี้เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนหาข้อสนับสนุนไปสู่การแก้ปัญหาที่ยากๆ เป็นเวทที่เปิดโอกาสให้นักเรียนนำเสนอ สมมติฐาน ข้อคาดการณ์ รวมทั้งปกป้องแนวคิด โต้แย้ง ตรวจสอบ และแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน จากการสอนในการวิจัยนี้จะเห็นว่า นักเรียนมีความสุขและมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันในกลุ่มเป็นอย่างดี สมาชิกในกลุ่มมีส่วนร่วมทุกคน มีการนำเสนอข้อมูล เกิดการโต้แย้งและตรวจสอบซึ่งกันและกัน จนกระทั่งนักเรียนได้วิธีการแก้ปัญหา หรือเหตุผลในการอธิบายที่ดีที่สุด บทบาทของนักเรียนกลายเป็นผู้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ที่ดีและกลายเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ด้วยตนเอง

การสอนคณิตศาสตร์โดยเน้นการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ เป็นแนวทางหนึ่งที่ฝึกให้นักเรียนคิดอย่างสร้างสรรค์หรือพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหา (เน้นที่ยุทธวิธีที่นักเรียนช่วยเหลือตนเอง) ให้แนวทางใหม่ๆ ในการแก้ไขหรือนำเข้าไปสู่การคิดอย่างมีวิจารณญาณหรือทักษะการให้เหตุผลเชิงวิเคราะห์ อีกทั้งทำให้ครูมีศักยภาพในการมองเห็นเกี่ยวกับยุทธวิธีแก้ปัญหาที่นักเรียนค้นคว้าด้วยตนเอง จากการวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นว่า นักเรียนได้เรียนรู้คณิตศาสตร์และฝึกทักษะการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ ผ่านกระบวนการแก้ปัญหา ทั้งนี้ปัญหาการนำนักเรียนเข้าไปสู่การประยุกต์ใช้ความรู้พื้นฐานเดิม ของนักเรียนมาเชื่อมโยงกับความรู้ วิธีการแก้ปัญหาที่หลากหลายสะท้อนให้เห็นศักยภาพและความรู้พื้นฐานเดิมของนักเรียนมีความแตกต่างกันและผลที่เกิดจากการทำกิจกรรมนั้น แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางความคิดและการให้เหตุผลของนักเรียนที่อยู่บนฐานของหกลักการทางคณิตศาสตร์มากกว่าความรู้สึกส่วนตัว จะเห็นได้จากการเชื่อมโยงแนวคิดไปสู่สาระคณิตศาสตร์อื่นๆ ในระหว่างการแก้ปัญหาเพื่อยุติในการโต้แย้งและการประเมินตรวจสอบยุทธวิธีของนักเรียน

การนำเอาวิธีการสอนนี้ไปใช้ในการสอนคณิตสาสตร์สาระอื่นๆ สิ่งสำคัญที่ผู้สอนควรพิจารณาเป็นประเด็นแรก คือ การสร้างหรือออกแบบปัญหาที่นำมาใช้สอน ผู้สอนควรมีความเข้าใจและมองเห็นโครงสร้างการสอนคณิตศาสตร์ในระยะนั้นๆ โดยปัญหาที่ดีที่จะนำมาใช้สอนเป็นงานที่ยุ่งยากและซับซ้อน รวมทั้งต้องพิจารณาถึงความสนใจของผู้เรียน อีกทั้งศักยภาพและกลไกการสร้างความรู้ หรือกระบวนการเรียนรู้ของและสะท้อนผลการประเมินให้นักเรียนทราบถึงการพัฒนาการของตนเองสม่ำเสมอ ประเด็นสุดท้ายครูต้องมีความอดทนและไม่เข้าไปแทรกแซงระหว่างการทำกิจกรรมหรือระหว่างการแก้ปัญหาของนักเรียน เพราะปัญหาเป็นเครื่องมือที่กระตุ้นให้นักเรียนอยู่ในบริการเรียนรู้ร่วมกันทั้งชั้นเรียน

โดย ปรีชากร ภาชนะ
ที่มาข้อมูล : วารสารวิชาการ ปีที่ 13 ฉบับที่ 1 มกราคม – มีนาคม 2553
จำนวนคนอ่าน 9102 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved