ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

การจัดการเรียนรู้ เส้นทางสู่ความสำเร็จในการนำหลักสูตรสู่ชั้นเรียน
   

ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 และจะใช้ในโรงเรียนทั่วประเทศที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในปีการศึกษา 2553 การนำหลักสูตรดังกล่าว สู่การจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน ถือว่าเป็นกระบวนการที่สำคัญ ซึ่งจะทำให้หลักสูตรประสบผลสำเร็จ ประกอบกับขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการ ให้มีการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 พ.ศ.2561 ซึ่งในการปฏิรูป ดังกล่าว มีความคาดหวังที่จะพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เป็นกลไกที่สำคัญในการสร้างคนไทยยุคใหม่ ดังนี้

  • สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง รักการอ่าน และมีนิสัยใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต


  • มีจิตสาธารณะมีระเบียบวินัย เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม สามารถทำงานเป็นกลุ่ม


  • มีความสามารถในการสื่อสาร สามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา คิดริเริ่มสร้างสรรค์


  • มีศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม จิตสำนึกและความภูมิใจในความเป็น ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รังเกียรติการทุจริต และต่อต้านการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และสามารถก้าวทันโลก
จากลักษณะคนไทยที่คาดหวังจากกรปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง เมื่อมองย้อนหลังกลับมาที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ที่มีการกำหนดเป้าหมายคุณภาพผู้เรียนไว้ตั้งแต่มาตร ฐานการเรียนรู้/ตัวชีวัด ซึ่งเป็นการกำหนดคุณภาพผู้เรียนที่มีความครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะเข้าไว้ สมรรถนะของผู้เรียน เพื่อเตรียมรองรับการพัฒนาเยาวชนสำหรับทศวรรษที่ 21 และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ จะเห็นว่ามีความสอดคล้องกัน แต่สิ่งสำคัญคือ ทำอย่างไรจะนำสิ่งที่กำหนดไว้ไปพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยเหตุนี้จึงต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ ด้วยเป็นกระบวนการที่จะนำหลักการแนวคิดดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัตินั้น ครูผู้สอนซึ่งเป็นผู้มีบทบาทในการพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุเป้าหมายของหลักสูตรจะต้องมีความรู้และเข้าใจในหลักการแนวคิด และจุดเน้นการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางฯ และนำไปออกแบบการจัดการเรียนรู้ซึ่งสามารถดำเนินการได้ดังนี้

แผนภาพ : แสดงการเชื่อมโยงระหว่างหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 หลักสูตรสถานศึกษาสู่การจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน


จากแผนภูมิดังกล่าว กระบวนการที่นำหลักสูตรสู่การปฏิบัติในชั้นเรียน เริ่มตั้งแต่การจัดทำโครงสร้างรายวิชา ซึ่งเป็นการกำหนดขอบข่ายของรายวิชาช่วยให้เห็นภาพรวมของแต่ละรายวิชาประกอบด้วยหน่วยการเรียนรู้จำนวนเท่าใด มีสาระสำคัญอย่างไรบ้าง แต่ละหน่วยจะพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุตัวชี้วัดใด ใช้เวลาเท่าไร และมีสัดส่วนเก็บคะแนนของรายวิชานั้นเป็นอย่างไร เมื่อกำหนดโครงสร้างรายวิชาแล้ว จึงนำหน่วยการเรียนรู้นั้นมาออกแบบ ในการออกแบบหน่วยการเรียนรู้สามารถออกแบบได้หลายวิธี แต่ขอให้ยึดมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดเป็นเป้าหมายที่จะพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ เมื่อจัดการเรียนรู้จบในแต่ละหน่วย สำหรับแนวทางหนึ่งที่สามารถนำไปใช้เป็นแนวคิดในการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ ที่มีมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดเป็นเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียนอย่างชัดเจน คือ การออกแบบหน่วยการเรียนรู้แบบย้อนกลับ (Backward Design) ซึ่งมีขั้นตอนการออกแบบใน 3 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ เป็นขั้นตอนที่สำคัญ ซึ่งครูผู้สอนต้องกำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ที่ต้องการให้ผู้เรียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัดและนำพาไปสู่การพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

ขั้นที่ 2 การกำหนดหลักฐานการเรียนรู้ จากเป้าหมายการเรียนรู้ การที่จะรู้ว่าผู้เรียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ต้องมีหลักฐานร่องลอยชิ้นงาน/ภาระงาน เพื่อยืนยันว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามเป้าหมากยที่ตั้งไว้ ซึ่งอาจเป็นผลงานหรือผลการปฏิบัติงานของผู้เรียน หรือการผลิตชิ้นงานได้อย่างสร้างสรรค์ด้วยตัวของผู้เรียนเอง

ขั้นที่ 3 การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ เป็นการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ตามเป้าหมายการเรียนรู้ สามารถสร้างชิ้นงาน/ภาระงานตามที่กำหนด ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะนำผู้เรียนให้บรรลุเป้าหมาย และสะท้อนให้เห็นว่าผู้เรียนเกิดคุณภาพตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551


การออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธสักราช 2551 นั้น จะต้องใช้กระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย สำหรับเป็นเครื่องมือพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุตามเป้าหมายของหลักสูตร ซึ่งครูผู้สอนจะต้องรู้และเข้าใจแนวคิดหลักการจัดการเรียนรู้ตลอดจนกระบวนการจัดการเรียนรู้และผลที่เกิดกับผู้เรียนของกระบวนการเรียนรู้แต่ละวิธี แล้วนำมาจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการพัฒนาผู้เรียนเพื่อเตรียมเข้าสู่คนไทยยุคใหม่ ได้แก่

  1. กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ

  2. กระบวนการสร้างความรู้

  3. กระบวนการคิด

  4. กระบวนการทางสังคม

  5. กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา

  6. กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

  7. กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทำจริง

  8. กระบวนการจัดการ

  9. กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง

  10. กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย ฯลฯ
กระบวนการเรียนรู้ที่กล่าวมาเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่จะทำให้ผู้เรียนๆ ได้รับการฝึกฝนพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามเป้าหมายของหลักสูตร ครูผู้สอนจึงควรจัดสรรและเลือกนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ การเลือกว่าวิธีใดเหมาะสมที่สุด ต้องพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมว่าต้องการให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อะไร สามารถนำพาให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ใด กระบวนการเหล่านี้หากนำมาใช้แล้วจะมีผลเพียงใด จึงเป็นหน้าที่จองครูผู้สอนที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ครูผู้สอนจึงจำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับกระบวนการจัดการการเรียนรู้ที่จะนำมาพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานกรเรียนรู้/ตัวชี้วัดของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 รายละเอียดตัวอย่างการจัดการเรียนรู้ในแต่ละวิธีข้างต้น สามารถศึกษาได้จากเอกสารแนวทางการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทะสักราช 2551

หลังจากจัดทำหน่วยการเรียนรู้แล้ว เพื่อให้การจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้ ครูผู้สอนควรวางแผนการจัดแบ่งเนื้อหาสาระ เวลา ให้ครอบคลุมหน่วยการเรียนรู้ จากนั้นจึงนำมาจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเวลา และการพัฒนาผู้เรียน ในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอนจะต้องกำหนดเป้าหมายสำหรับผู้เรียนในการจัดการเรียนรู้ โดยสามารถกำหนดเป็นจุดประสงค์การเรียนรู้ของแผนการเรียนรู้นั้นๆ ซึ่งจุดประสงค์การเรียนรู้ในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ ต้องนำพาผู้เรียนไปสู่มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่กำหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้ จากนั้น จึงกำหนดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุเป้าหมายในการจัดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูผู้สอนควรใช้เทคนิค/วิธีสอนที่หลากหลาย โดยพิจารณาเลือกกระบวนการเรียนรู้ที่จะพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ซึ่งสวามารถนำหระบวนการเรียนรู้ ที่กล่าวมาข้างต้นนำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับธรรมชาติวิชา เช่น กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ การะบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม ฯฯลฯ ในการจัดการเรียนรู้ครูผู้สอนต้องรู้จักเลือกใช้สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการจัดกิจกรรม สื่อที่นำมาใช้ต้องกระตุ้นส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้

กิจกรรมในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนมีความสามารถที่จะทำชิ้นงาน/ภาระงาน เมื่อครบทุกแผนการจัดการเรียนรู้ของหน่วยการเรียนรู้นั้นๆ ผู้เรียนต้องสร้างชิ้นงาน/ภาระงานรวบยอดได้ นอกจากนี้ในการจัดการเรียนให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด ดังนั้นในการวัดและประเมินผลครูผู้สอนต้องประเมินผู้เรียนตลอดการจัดการเรียนรู้ โดยเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับลักษณะกิจกรรมและสิ่งที่ต้องการวัดนอกเหนือจากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน

อนึ่ง ในการนำหลักสูตรสู่กาปฏิบัติในชั้นเรียนให้ประสบผลสำเร็จ นอกจากครูผู้สอน และผู้เกี่ยวข้องต้องมีความรู้ ความเข้าใจในเป้าหมายของการจัดการเรียนรู้ ละสามารถนำไปออกแบบการจัดการเรียนรู้ได้ตามเจตนารมณ์ของหลักสูตรแล้ว บุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของสถานศึกษา และผู้ปกครองชุมชน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานล้วนมีบทบาทที่สำคัญยิ่งในการเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการเข้ามามีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ เพื่อนำพาผู้เรียนไปสู่คุณภาพตามความคาดหวัง...

โดย กัญนิกาพราหมณ์พิทักษ์
ที่มาข้อมูล : วารสารวิชาการ ปีที่ 13 ฉบับที่ 1 มกราคม – มีนาคม 2553
จำนวนคนอ่าน 47211 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved