ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

เรียนฟรี 15 ปี นโยบายสำคัญพัฒนาคุณภาพการศึกษา
   


เป็นที่ทราบกันดีว่า กระทรวงศึกษาธิการได้จัดให้มีนโยบายเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มุ่งหวังที่จะให้เป็นโครงการหนึ่งเพื่อช่วยแก้สภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ตามมาตรการที่รัฐต้องการจะหมุนเวียนเงินในระดับพื้นที่และลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และที่สำคัญเป็นการขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กยากจน และเด็กด้อยโอกาสทั่วประเทศ

ก่อนหน้านี้กระทรวงศึกษาธิการได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน โดยจัดทั้งที่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อหาข้อสรุปสำหรับกำหนดวิธีการที่เหมาะสมโดยยึดหลัก 4 ประการ คือ

  1. ประหยัดเงินงบประมาณแผ่นดิน

  2. มีความโปร่งใส

  3. มีปัญหาในทางปฏิบัติตามาน้อยที่สุด

  4. มีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายของสถานศึกษา
สำหรับการจัดสรรรายการตามนโยบายเรียนฟรี แบ่งออกเป็น 5 หมวด ได้แก่ หมวดเล่าเรียน หมวดกนังสือเรียน หมวดอุปกรณ์การเรียน หมวดเครื่องแบบชุดนักเรียน และหมวดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน สรุปรายละเอียดของหมวดต่างๆ ได้ดังนี้

หมวดค่าเล่าเรียน

กระทรวงศึกษาธิการได้จัดสรรงบประมาณค่าเล่าเรียน ให้แก่ผู้เรียนทั้งประเทศ ตามอัตราค่าใช้จ่ายต่อหัวที่ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในแต่ละระดับและประเภท ดังนี้

ก. การศึกษาในระบบ

  • อนุบาลคนละ 1,700 บาทต่อปี

  • ประถมศึกษา คนละ 1,900 บาทต่อปี

  • มัธยมต้น คนละ 3,500 บาทต่อปี

  • มัธยม ปลาย คนละ 3,800 บาทต่อปี

  • ปวช.(ช่างอุตสาหกรรม) คนละ 6,500 บาทต่อปี,
    (พาณิชยกรรม) คนละ 4,900 บาทต่อปี,
    (คหกรรม) คนละ 5,500 บาทต่อปี
    (ศิลปกรรม) คนละ 6,200 บาทต่อปี
    (เกษตรกรรมทั่วไป) คนละ 5,500 บาทต่อปี
    (เกษตรกรรมปฏิรูป) คนละ 11,900 บาทต่อปี

  • ปวช.คนละ 4,240 บาทต่อปี
หมายเหตุ :

  1. เพิ่มการอุดหนุนแก่นักเรียนอนุบาล 3 ขวบในโรงเรียนเอกชน

  2. ปรับเพิ่มอัตราอุดหนุนให้โรงเรียนดอกชนอีกร้อยละ 10
หมวดหนังสือเรียน

กระทรวงศึกษาธิการได้จัดสรรงบประมาณค่าหนังสือเรียนให้แก่สถานศึกษา สำหรับบริหารจัดการได้เองตามวัตถุประสงค์ โดยกำหนดวิธีการให้ถูกต้องตามระเบียบของราชการ และให้มีการจัดระบบหนังสือยืมเรียนเพื่อส่งต่อให้นักเรียนในรุ่นต่อๆ ได้นำไปใช้ ทั้งนี้การดำเนินการคัดเลือกหนังสือเรียนของสถานศึกษานั้น กำหนดให้ต้องมีการพิจารณาตัดสินใจร่วมกันระหว่างคณะกรรมการสถานศึกษากับภาคี 4 ฝ่าย ซึ่งประกอบด้วยครู ผู้ปกครอง กรรมการนักเรียน และผู้แทนชุมชน สำหรับเกณฑ์ของเงินที่จะจัดสรรเป็นค่าหนังสือเรียนตามรายหัว มีดังนี้

ก. การศึกษาในระบบ

  • อนุบาล คนละ 200 บาท

  • ประถมศึกษาปีที่ 1 คนละ 483.20 บาท

  • ประถมศึกษาปีที่ 2 คนละ 347.20 บาท

  • ประถมศึกษาปีที่ 3 คนละ 365.60 บาท

  • ประถมศึกษาปีที่ 4 คนละ 580.00 บาท

  • ประถมศึกษาปีที่ 5 คนละ 424.00 บาท

  • ประถมศึกษาปีที่ 6 คนละ 496.00 บาท

  • มัธยมศึกษาปีที่ 1 คนละ 739.20 บาท

  • มัธยมศึกษาปีที่ 2 คนละ 564.80 บาท

  • มัธยมศึกษาปีที่ 3 คนละ 560.00 บาท

  • มัธยมศึกษาปีที่ 4 คนละ 1,160.80 บาท

  • มัธยมศึกษาปีที่ 5 คนละ 805.60 บาท

  • มัธยมศึกษาปีที่ 6 คนละ 763.20 บาท

  • ปวช.คนละ 1,000.00 บาท
ข. การศึกษานอกโรงเรียน

  • ประถมศึกษา คนละ 290 บาทต่อปี

  • มัธยมต้น คนละ 360 บาทต่อปี

  • มัธยมปลาย คนละ 400 บาทต่อปี

  • ปวช.คนละ 500 บาทต่อปี
หมวดอุปกรณ์การเรียน

กระทรวงศึกษาธิการได้จัดสรรงบประมาณให้สถานศึกษาดำเนินการจัดทำบัญชีจ่ายเงินสดให้แก่ผู้ปกครองของนักเรียนตามเกณฑ์ ค่าใช้จ่ายรายหัว โดยผู้ปกครองและนักเรียนเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการจัดซ้ออุปกรณ์การเรียนด้วยตนเอง และให้นำใบเสร็จรับเงินที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าเงินสดนั้น มาเป็นหลักฐานแสดงกับสถานศึกษา โดยมีการตรวจสอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาและภาคี 4 ฝ่ายอีกชั้นหนึ่ง

ตัวอย่างรายการอุปกรณ์การเรียน ได้แก่ แบบฝึกหัด สมุด ดินสอ ปากกา ยางลบ เครื่องมือเรขาคณิต วัสดุฝึกด้านคอมพิวเตอร์ (เช่น แผ่นซีดี) กระดาษ A4 สีเทียน ดินน้ำมัน เป็นต้น

สำหรับเกณฑ์ของเงินที่จะจัดสรรเป็นค่าอุปกรณ์การเรียนตามรายหัว มีดังนี้

  • อนุบาล คนละ 100 บาทต่อปี

  • ประถมศึกษา คนละ 150 บาทต่อปี

  • มัธยมต้น คนละ 210 บาทต่อปี

  • มัธยมปลาย คนละ 230 บาทต่อปี

  • ปวช.คนละ 230 บาทต่อปี
หมวดเครื่องแบบนักเรียน

กระทรวงศึกษาธิการจัดจัดสรรงบประมาณให้สถานศึกษาดำเนินการจัดทำบัญชีจ่ายเงินสดให้แก่ผู้ปกครองนักเรียนตามเกณฑ์ค่าใช้จ่ายรายหัว โดยผู้ปกครองและนักเรียนเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการจัดซื้อเครื่องแบบนักเรียนด้วยตนเอง และให้นำใบเสร็จรับเงินที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าเงินสดนั้น มาเป็นหลักฐานแสดงกับสถานศึกษา โดยมีการตรวจสอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาและภาคี 4 ฝ่ายอีกชั้นหนึ่ง

สำหรับเกณฑ์ของเงินที่จะจัดสรรเป็นค่าเครื่องแบบนักเรียนตามรายหัว ดังนี้

  • อนุบาล คนละ 300 บาต่อปี

  • ประถมศึกษา คนละ 360 บาทต่อปี

  • มัธยมต้น คนละ 450 บาทต่อปี

  • มัธยมปลาย คนละ 500 บาทต่อปี

  • ปวช.คนละ 900 บาทต่อปี
ทั้งนี้ รายการเครื่องแบบนักเรียนที่กำหนดจะจัดสรรคือ คนละ 2 ชุดต่อปี ตามราคามาตรฐานคุณภาพซึ่งหากผู้ปกครองรายใดจะซื้อเครื่องแบบนักเรียนที่มีราคาสูงกว่า ก็จะต้องรับภาระในราคาส่วนต่างเอง และหากผู้ปกครองมีชุดเครื่องแบบนักเรียนเพียงพออยู่แล้วก็สามารถนำเงินไปซื้อเข็มขัด รองเท้า ถุงเท้า ชุดกีฬา ชุดลูกเสือ ยุวกาชาด เนตรนารได้

นอกจากนี้ ได้มีการกำหนดให้สำรวจผู้ปกครองที่ประสงค์จะสละสิทธิ์ไม่รับเงินค่าเครื่องแบบนักเรียน โดยถือเป็นนโยบายที่ทุกสถานศึกษาต้องการรณรงค์ให้มีการเสียสละสำหรับผู้มีฐานะดี ซึ่งสถานศึกษาจะได้มีหนังสือตอบขอบคุณและเชิดชูเกียรติผู้ปกครองที่แสดงความประสงค์สละสิทธิ์ และจะมีการนำเงินกองทุนที่ได้จากการสละสิทธิ์ไปช่วยเหลือสถานศึกษาที่ด้อยโอกาสต่อไป

หมวดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน

กระทรวงศึกษาธิการได้จัดสรรงบประมาณให้แสถานศึกษา สำหรับบริหารจัดการกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้เองตามวัตถุประสงค์ใน 4 กิจกรรม ได้แก่

  1. กิจกรรมวิชาการ โดยจัดอย่างน้อย 1 ครั้ง ต่อคนต่อปี

  2. กิจกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรม เช่น ค่ายลูกเสือ ยุวกาชาด เนตรนารี โดยจัดอย่างน้อย 1 ครั้ง ต่อคนต่อปี

  3. ทัศนศึกษานอกสถานที่ โดยจัดอย่างน้อย 1 ครั้งต่อคนต่อปี

  4. บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือคอมพิวเตอร์ โดยจัดอย่างน้อย 40 ชั่วโมง ต่อคนต่อปี
สำหรับเกณฑ์ของเงินที่จะจัดสรรเป็นค่ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มีดังนี้

ก. การศึกษาในระบบ

  • อนุบาล คนละ 215 บาทต่อภาคเรียน

  • ประถมศึกษา คนละ 240 บาทต่อภาคเรียน

  • มัธยมต้น คนละ 440 บาทต่อภาคเรียน

  • มัธยมปลาย คนละ 475 บาทต่อภาคเรียน

  • ปวช.คนละ 475 บาทต่อภาคเรียน
ข.การศึกษานอกระบบ

  • ประถมศึกษา คนละ 140 บาทต่อภาคเรียน

  • มัธยมต้น คนละ 290 บาทต่อภาคเรียน

  • มัธยมปลาย คนละ 290 บาทต่อภาคเรียน

  • ปวช.คนละ 530 บาทต่อภาคเรียน
อีกหนึ่งโครงการสำคัญที่รัฐบาลมุ่งหวังที่จะให้เข้ามาเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนของชาติมีโอกาสได้รับการศึกษากันอย่างทั่วถึง เพื่อให้การขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและเกิดคุณภาพแก่ผู้เรียนมากที่สุด
ที่มาข้อมูล : วารสารการศึกษาไทย ปีที่ 6 ฉบับที่ 55 ประจำเดือนเมษายน 2552
http://www.onec.go.th
จำนวนคนอ่าน 4961 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved