ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

การประเมินผลการรู้เรื่องการอ่านตามแบบ PISA
   

การอ่าน เป็นพื้นฐานการเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ และหลายฝ่ายก็ยอมรับว่าเด็กนักเรียนของเราบางคนอ่านหนังสือไม่ออก และหลายๆ หน่วยงานต่างก็รณรงค์ส่งเสริมการอ่านเพื่อให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้ แต่คงไม่ใช่เพียงแค่การอ่านหรือการเขียนได้เท่านั้น เนื่องจากองค์กรความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจหรือที่เรียกย่อๆ ว่า OECD (Organization for Ecoonomic Cooperation and Development) ได้ริเริ่มโครงการประเมินผลทางการศึกษาที่มีชื่อย่อว่า PISA (Programme for International Student Assessment) เพื่อประเมินว่า นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับได้รับการเตรียมพ้อมทั้งในด้านความรู้ และทักษะที่จำเป็นสำหรับการเป็นประชาชนที่มีคุณภาพที่ดีในอนาคตมากน้อยเพียงใดโดยที่ PISA จะประเมินในส่วนที่มองไปถึงชีวิตในอนาคต ไม่ใช่เป็นการประเมินตามเนื้อหาในหลักสูตรที่เรียนอยู่ในปัจจุบัน โดยจะประเมินสิ่งที่ต้องใช้มากๆ ในอนาคต เป็นการประเมินเกี่ยวกับการรู้เรื่อง (Literacy) และประเมิน 3 ด้าน คือ

  • การรู้เรื่องการอ่าน (reading literacy)

  • การรู้เรื่องคณิตศาสตร์ (Mathemationliteracy) และ

  • การรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ (Scientific literacy)
ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วในปี ค.ศ.2000 2003 และ 2006 ส่วนในปี ค.ศ.2009 ก็จะมีการประเมินผลอีก ซึ่งเป็นรอบใหม่ของการประเมิน โดยจะเน้นเรื่องการรู้เรื่องการอ่านในบทความนี้จะกล่าวในส่วนของการประเมินการรู้เรื่องการอ่าน (reading literacy)

ความหมายของการรู้เรื่องการอ่าน

การรู้เรื่องการอ่านตามนิยามของ PISA จะหมายถึง "ความรู้และทักษะที่เข้าใจเรื่องราวและสาระของสิ่งที่ได้อ่าน ตีความหรือแปลความหมายของข้อความที่ได้อ่าน และคิดวิเคราะห์กลับไปถึงจุดมุ่งหมายของการเขียนได้ว่าต้องการส่งสาระอะไรให้กับผู้อ่าน" ทั้งนี้เพื่อประเมินว่านักเรียนได้พัฒนาศักยภาพในการอ่านของตนเองและสามารถใช้การอ่านให้เป็นประโยชน์ในการเรียนรู้ ตลอดจนการมีส่วนร่วมใน กิจกรรมและความเป็นไปของสังคมอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่เพียงใด PISA เน้น "การอ่านเพื่อการเรียนรู้" มากกว่าทักษะการอ่านที่เกิดจาก "การเรียนรู้เพื่อที่จะอ่าน" และ PISA ประเมินผลเพื่อสรักษาว่านักเรียนจะสามารถรู้เรื่องที่อ่าน สามารถขยายผลและคิดย้อนวิเคราะห์ความหมายของข้อความที่อ่านได้ เพื่อใช้ในสถานการณ์ต่างๆ อย่างกว้างขวางทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน โดยจะทำการประเมินทั้ง 3 ลักษณะ ได้แก่

  1. การอ่านเขียนในรูปแบบต่างๆ

    โดยยึดหลักการว่าเป็นสิ่งที่นักเรียนได้พบเห็นในโรงเรียนและต้องใช้ในชีวิตจริงเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต ซึ่งแยกได้เป็นความแบบต่อเนื่อง เช่น โคลง กลอน การบอกเล่า การพรรณนา และการโต้แย้ง เป็นต้น อีกแบบหนึ่งก็คือ ข้อเขียนที่ไม่ใช่ข้อความแบบต่อเนื่อง ได้แก่ การอ่านรายงาน ตาราง แบบฟอร์ม กราฟ และแผนผังต่างๆ ทั้งนี้ ได้คำนึงถึงสิ่งที่นักเรียนได้พบเห็นในโรงเรียน และจะต้องใช้ในชีวิตจริงเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่


  2. สมรรถนะด้านต่างๆ

    โดยยึดหลักว่านักเรียนที่มีอายุ 15 ปี ควรที่จะสามารถอ่านออกและเขียนได้ ดังนั้นในการประเมินการรู้เรื่องอ่านออกเขียนได้แล้ว ดังนั้นในการประเมินการรู้เรื่องการอ่านจะไม่ทำการประเมินเกี่ยวกับการอ่านออก อ่านได้คล่อง แบ่งวรรคตอนได้ถูกต้อง หรือออกเสียงควบกล้ำได้ แต่จะทำให้การประเมินถึงการแสดงออกของนักเรียนในด้านต่างๆ คือ

    • ค้นสาระ (Retrieving information) ความสามารถที่จะสกัดเอาสาระของสิ่งที่ได้อ่านออกมาได้


    • ตีความ (Interpretation) ความเข้าใจข้อความที่ได้อ่านตลอดจนสามารถตีความ แปลความสิ่งที่อ่านได้ คิดวิเคราะห์เนื้อหา และรูปแบบของข้อความที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ ในชีวิตหรือในโลก


    • การวิเคราะห์ (Reflection and Evaluation) ความเข้าใจข้อความที่ได้อ่าน การคิดวิเคราะห์เนื้อหาและรูปแบบของข้อความที่เกี่ยวข้องกับสิ่งอื่นในชีวิตหรือในโลกและสามารถประเมินข้อความที่ได้อ่านและสามารถที่จะโต้แย้งได้ด้วยความคิดของตนเอง

  3. ความสามารถในการอ่าน

    PISA ประเมินความสามารถในการอ่านที่สอดคล้องกับลักษณะของข้อเขียน เช่น ใช้นิยาย จดหมาย หรือชีวประวัติ เพื่อใช้ประโยชน์ส่วนตัวใช้เอกสารราชการหรือประกาศแจ้งความเพื่อสาธารณประโยชน์ ใช้รายงานหรือคู่มือต่างๆ เพื่องานอาชีพใช้ตำราหรือหนังสือเรียนเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา เป็นต้น
เกณฑ์การจำแนกทักษะของการรู้เรื่องการอ่าน

เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่านักเรียนมรขีดความสามารถในด้านการอ่านอยู่ในระดับใดแต่ทาง PISA ได้พัฒนาเกณฑ์เพื่อบอกว่านักเรียนมีความสามารถในการอ่านในระดับใด โดยจำแนกออกเป็น 5 ระดับ โดยใช้คะแนนที่นักเรียนทำแบบทดสอบได้ มาเป็นตัวกำหนดระดับความสามารถในการอ่าน 5 ระดับ แสดงดังตารางที่ 1 แม้ว่านักเรียนจะสามารอ่านออกเขียนได้ แต่อาจมีระดับความสามารถในการอ่านต่ำกว่า 1 ก็ได้ เพราะสิ่งที่นักเรียนอ่านออก เขียนได้ อ่านคล่องนั้นไม่ได้หมายความว่านักเรียน มีการรู้เรื่องการอ่าน (Reading literacy) ตามแบบ PISA

ตารางที่ 1

เกณฑ์ความรู้และทักษะการอ่านระดับต่างๆ

ระดับ
ความรู้และทักษะในการอ่านของนักเรียน
คะแนน
5
สามารถอ่านสิ่งที่ยากและซับซ้อน เช่น แสดงว่าสามารถจัดการกับข้อมูลหรือสาระที่ยากๆ และไม่ค่อยพบในข้อเขียนธรรมดาทั่วๆ ไป แสดงให้เห็นว่าสามารถเข้าใจข้อเขียน สามารถอ้างอิงสาระในข้อเขียนได้ตรงกับงานที่ต้องทำ และสามารถวิเคราะห์และประเมินการเขียนอย่างวิพากษ์วิจารณ์ สามารถสร้างสมมติฐานจากสิ่งที่อ่าน และดึงความรู้เฉพาะมาสร้างเป็นแนวคิดของตนเองได้ แม้จะไม่เหมือนกับสิ่งที่คนทั่วไปคาดหวังไว้ก็ตาม
มากกว่า 625
4
สามารถอ่านเข้าใจในเรื่องที่ยาก บอกตำแหน่งสาระต่างๆ ในเรื่องที่ได้อ่าน สามารถตีความและแปลความจากข้อเขียนที่ค่อนข้างซับซ้อน สามารถประเมินและวิ้คราะห์ทั้งเนื้อหาและรูปแบบของการเรียนแล้วสะท้อนออกมาเป็นแนวปฏิกิริยาตอบสนอง หรือแนวคิดของตนเองโดยมีข้อเขียนที่อ่านเป็นหลัก
553-625
3
สามารถอ่านเข้าใจเนื้อหาค่อนข้างยาก กล่าวคือสามารถบอกสาระสำคัญและตีความจากข้อความที่มีความซับซ้อนพอสามควร และมีจุดเน้นที่เด่นชัดหลายจุด และสามารถเชื่อมโยงความรู้เข้ากับเรื่องที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน สามารถประเมินและวิเคราะห์รูปแบบและสาระของสิ่งที่ได้ในระดับปานกลาง
481-552
2
มีความชำนาญในการอ่านในระดับพื้นฐาน กล่าวคือ สามารถอ่านและบอกสาระได้ก็ต่อเมื่อข้อความค่อนข้างตรงไปตรงมา สามารถอ้างอิง หรือเปรียบเทียบหรือเชื่อมโยงสิ่งที่เคยรู้ได้ในระดับต่ำ ประเมินและวิเคราะห์ได้ในระดับพื้นฐาน
408-480
1
เป็นการอ่านระดับที่ต่ำที่สุด นักเรียนจะจัดการการอ่านได้ในภารกิจง่ายๆ เช่น อ่านแล้วรู้ว่าสิ่งที่อ่านนั้นเกี่ยวกับอะไร สามารถบอกหรือค้นสาระได้เพียงอย่างเดียว สามารถเชื่อมโยงข้อเขียนที่ได้อ่านกับสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของตนได้น้อย ไม่สามารถอ้างอิงหรือเปรียบเทียบได้ ถ้ามีการคิดวิเคราะห์เพิ่มเติม
335-407
ต่ำกว่า 1
นักเรียนไม่แสดงความสามารถที่ต้องการวัด แม้ว่าจะอ่านออก อ่านคล่องก็็ตาม
ต่ำกว่า 335

หน้าถัดไป
ที่มาข้อมูล : วารสารวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีที่ 10 ฉบับที่ 1 มกราคม – มีนาคม 2550
จำนวนคนอ่าน 7296 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved