ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | สหกรณ์เพื่อนครู

:: สหกรณ์เพื่อนครู
ระเบียบ ว่าด้วยเจ้าหน้าที่และลูกจ้างสหกรณ์ (สุราษฎร์ธานี)
   
ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุราษฎร์ธานี จํากัด
ว่าด้วยเจ้าหน้าที่และลูกจ้างสหกรณ์
พ.ศ.2550

........................................
...

อาศัยอํานาจตามความในข้อ 85, 86 และข้อ 91 (8), (9) แห่งข้อบังคับสหกรณ์ฯ ที่ประชุมคณะกรรมการดําเนินการ ครั้งที่ 12/2550 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2550 ได้กําหนดระเบียบว่าด้วยเจ้าหน้าที่และลูกจ้างสหกรณ์ฯ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1.
ระเบียบนี้ เรียกว่า “ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุราษฎร์ธานี จํากัด ว่าด้วยเจ้าหน้าที่และลูกจ้างสหกรณ์ พ.ศ.2550”
ข้อ 2.
ระเบียบนี้ให้บังคับใช้ ตั้งแต่ วันที่ 1 กันยายน 2550 เป็นต้นไป
ข้อ 3.

ให้ยกเลิกระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุราษฎร์ธานี จํากัด ว่าด้วยเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง พ.ศ.2547 รวมทั้งมติคณะกรรมการดําเนินการ หรือหลักเกณฑ์อื่นใดที่ขัดแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อ 4.
ให้ประธานกรรมการเป็นผู้รักษาระเบียบนี้
หมวดที่ 1
หมวดทั่วไป
ข้อ 5.
ในระเบียบนี้
  • "สหกรณ์" หมายความว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุราษฎร์ธานี จํากัด
  • "ประธานกรรมการ" หมายความว่า ประธานกรรมการดําเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุราษฎร์ธานี จํากัด
  • "คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการดําเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุราษฎร์ธานี จํากัด
  • "เจ้าหน้าที่สหกรณ์" หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานในตําแหน่งเจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุราษฎร์ธานี จํากัดทุกตําแหน่ง ซึ่งรับเงินเดือนจากสหกรณ์
  • "ลูกจ้าง" หมายความว่า บุคคลที่สหกรณ์จ้างเพื่อปฏิบัติงานอย่างใด อย่างหนึ่งทั้งในลักษณะชั่วคราวหรือประจํา
  • "ผู้จัดการ" หมายความว่า ผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุราษฎร์ธานี จํากัด
หมวดที่ 2
อัตรากำลังตำแหน่งเจ้าหน้าที่ และลูกจ้าง
ข้อ 6.
ให้สหกรณ์จัดจ้างเจ้าหน้าที่และลูกจ้างตามจํานวนที่จําเป็นแก่การปฏิบัติงานประจําของสหกรณ์ใน แต่ละฝ่ายงานตามที่สหกรณ์ฯ กําหนด โดยใช้เกณฑ์มาตรฐานกรมส่งเสริมสหกรณ์ตามสัดส่วน สมาชิก
ข้อ 7.
ตําแหน่งเจ้าหน้าที่สหกรณ์และลูกจ้าง หมายถึง ตําแหน่งดังต่อไปนี้
  1. เจ้าหน้าที่ ได้แก่

    ก. ผู้จัดการ
    ข. รองผู้จัดการ
    ค. หัวหน้าฝ่าย หรือ หัวหน้างาน
    ง. เจ้าหน้าที่ประจําฝ่ายงานต่างๆ ตามที่สหกรณ์กําหนด

  2. ลูกจ้าง
หมวดที่ 3
เงินเดือนและ อัตราเงินเดือน
ข้อ 8.
อัตราเงินเดือนสําหรับเจ้าหน้าที่ ให้คณะกรรมการดําเนินการประกาศใช้เป็นคราวๆ ตามบัญชีเงินเดือน เจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ หรือ บัญชีที่คณะกรรมการจัดทําขึ้น โดยคํานึงถึง ทุนดําเนินการของสหกรณ์ และภาวะเศรษฐกิจ (ตามตารางแนบท้ายระเบียบนี้)
สําหรับตําแหน่ง สหกรณ์ ตามข้อ 7 (2) ให้กําหนดใช้อัตราค่าจ้าง ไม่ต่ํากว่าค่าจ้างขั้นต่ำ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และกระทรวงมหาดไทยในเขตจังหวัดเป็นรายปีนั้นๆ หรือ ตามอัตราที่สหกรณ์กําหนด
หมวด 4
การรับสมัคร การคัดเลือกหรือสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขัน
การบรรจุ และการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง
ข้อ 9.
ผู้ที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่และลูกจ้างสหกรณ์ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
  1. มีสัญชาติไทย
  2. มีอายุไม่ต่ํากว่า 18 ปีบริบูรณ์
  3. เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ
  4. ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ทั้งไม่เป็น โรคเรื้อน วัณโรค ในระยะอันตราย ติดยาเสพติดให้โทษ โรคพิษสุราเรื้อรัง หรือ โรคอย่างอื่นที่คณะกรรมการดําเนินการกําหนด
  5. ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี
  6. ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
  7. ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษถึงต้องออกจากสหกรณ์ หรือออกจากราชการ หรือออกจาก องค์การของรัฐบาล หรือสถาบันอื่น
  8. ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่ความผิด ลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทําโดยประมาท
  9. ไม่เป็นผู้เคยลาออกจากสหกรณ์โดยได้กระทําผิดวินัย จะได้รับโทษไล่ออก ปลดออก หรือ ให้ออกตามระเบียบว่าด้วยข้อบังคับเกี่ยวกับการทํางานของเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง
ข้อ 10.
ให้คณะกรรมการดําเนินการมีอํานาจพิจารณา กําหนดการรับสมัครคัดเลือก หรือสอบคัดเลือก หรือ สอบแข่งขัน ตามที่ผู้จัดการเสนอขอความเห็นชอบตามหลักเกณฑ์ของระเบียบนี้
ข้อ 11.
การรับสมัคร ให้ประธานกรรมการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการดําเนินการ ประกาศรับสมัคร มีกําหนดเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยปิดประกาศไว้ ณ สํานักงานสหกรณ์
ข้อ 12.
ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้ารับการคัดเลือก หรือสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขัน ยื่นใบสมัครตามแบบที่ สหกรณ์กําหนด พร้อมด้วยหลักฐานแสดงพื้นความรู้ สําเนาทะเบียนบ้าน และหนังสือรับรองของ แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง หรือเอกสารหลักฐานอื่นตามที่สหกรณ์กําหนด
การดําเนินการรับสมัคร การสอบ การตัดสินผลการสอบ ค่าธรรมเนียมการสมัคร หรือ รายละเอียดอื่นๆ ให้เป็นตามประกาศสหกรณ์ในคราวนั้นๆ
ข้อ 13.
ในการสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขัน คณะกรรมการอาจจัดให้สอบในวิชาดังต่อไปนี้
  1. ความรู้ความสามารถทั่วไป
  2. ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ และวิธีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสหกรณ์
  3. พิมพ์ดีดภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  4. ความรู้เกี่ยวกับงานในตําแหน่งหน้าที่
  5. อมพิวเตอร์
  6. วิชาอื่นๆ ตามความเหมาะสมกับตําแหน่งและหน้าที่
ข้อ 14.
เมื่อการคัดเลือกหรือสอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขันเสร็จสิ้นแล้ว ให้ประธานกรรมการคัดเลือก หรือ สอบคัดเลือก หรือสอบแข่งขัน ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกหรือสอบคัดเลือกหรือ สอบแข่งขัน ได้ตามลําดับคะแนนไว้ ณ สํานักงานสหกรณ์ฯ และให้เสนอผลการคัดเลือก หรือ สอบแข่งขันต่อ คณะกรรมการดําเนินการโดยเร็ว
ข้อ 15.
ให้คณะกรรมการดําเนินการพิจารณาบรรจุและแต่งตั้งผู้ได้รับคัดเลือก หรือสอบคัดเลือก หรือ สอบแข่งขันได้เรียงคะแนนจากสูงมาหาต่ําเป็นเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ ถ้ามีผู้สอบคัดเลือกได้คะแนน รวมเท่ากันหลายคน ให้ถือคะแนนสูงกว่าตามลําดับของวิชา ตามข้อ 13 (1) - (6) เป็นเกณฑ์ตัดสิน และถ้าคะแนนในวิชาดังกล่าวยังเท่ากันอยู่อีก ให้คณะกรรมการดําเนินการจัดให้มีการคัดเลือกโดย สอบสัมภาษณ
ข้อ 16.
การบรรจุแต่งตั้งหรือเลื่อนตําแหน่งเจ้าหน้าที่และลูกจ้างให้ดํารงตําแหน่ง ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
  1. เจ้าหน้าที่ตามข้อ 7 (1) ง. ต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิไม่ต่ํากว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง
  2. หัวหน้าฝ่ายหรือหัวหน้างานตามข้อ 7 (1) ค. ต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพซึ่งเทียบเท่าไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี
  3. รองผู้จัดการ

    ก. มีวุฒิปริญญาตรี หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ ซึ่งเทียบเท่าไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ในทางที่สหกรณ์ต้องการ
    ข. ต้องดํารงตําแหน่งเจ้าหน้าที่ในสหกรณ์นี้มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี

  4. ผู้จัดการ

    ก. ต้องมีพื้นฐานความรู้วุฒิปริญญาโท และดํารงตําแหน่ง รองผู้จัดการ หรือ หัวหน้าฝ่ายงานในสหกรณ์นี้มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือดํารงตําแหน่งเจ้าหน้าที่
    ในสหกรณ์นี้มาแล้วไม่น้อยกว่า 7 ปี
    ข. มีวุฒิอื่นที่เหมาะสมกับตําแหน่ง ตามที่คณะกรรมการดําเนินการกําหนด

  5. ลูกจ้าง

    ต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิไม่ต่ํากว่าประโยคมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่าในกรณีที่มีเหตุ อันควรยกเว้นการปฏิบัติตามเกณฑ์ในข้อนี้ ให้ผู้จัดการเสนอประธานกรรมการดําเนินการพิจารณา เป็นรายๆ ไป
ข้อ 17.
การบรรจุและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ใน ข้อ 16 (3) และ (4) คณะกรรมการดําเนินการอาจมีมติให้บรรจุ และแต่งตั้งจากผู้ที่มีประสบการณ์ด้านบริหารธุรกิจการเงิน หรือ ผู้มีตําแหน่งด้านบริหารราชการซึ่งมี ความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตําแหน่งก็ได้
ข้อ 18.
การจัดจ้างเจ้าหน้าที่ ข้อ 7 (2) ให้ผู้จัดการมีอํานาจจัดจ้างลูกจ้าง โดยความเห็นชอบของ ประธานกรรมการ และเสนอคณะกรรมการดําเนินการรับทราบ
ข้อ 19.
ในการบรรจุและแต่งตั้ง หรือ เลื่อนตําแหน่งเจ้าหน้าที่ ตามข้อ 7 (1) ให้ประธานกรรมการพิจารณา ผู้มีคุณวุฒิ ความสามารถ ความชํานาญ และเหมาะสมกับตําแหน่ง เสนอขอความเห็นชอบต่อ คณะกรรมการดําเนินการก่อน เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว ประธานกรรมการจึงสั่งบรรจุและ แต่งตั้งได้
ข้อ 20.
การบรรจุและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่และลูกจ้างสหกรณ์ ตามข้อ 7 ให้บรรจุในอัตราเงินเดือนตามประกาศ ข้อ 8 โดยการบรรจุและแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง รองผู้จัดการ หรือผู้จัดการ จากผู้ที่มีประสบการณ์ด้าน บริหารธุรกิจการเงิน หรือ ผู้มีตําแหน่งด้านบริหารราชการ ซึ่งมีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับ ตําแหน่งที่จะแต่งตั้ง ให้คณะกรรมการดําเนินการพิจารณาบุคคลกําหนดอัตราเงินเดือนตามความ เหมาะสมกับความรู้ความสามารถ ประสบการณ์หรือตําแหน่ง หรือ หน้าที่เดิมของผู้นั้น และปริมาณ
ธุรกิจของสหกรณ์เป็นองค์ประกอบการพิจารณา
เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง หรือ เลื่อนขั้นขึ้นดํารงตําแหน่งหัวหน้าฝ่าย รองผู้จัดการ หรือผู้จัดการ จะได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ําสุดของตําแหน่งนั้นไม่ได้ แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนเดิม สูงกว่าขั้นต่ําสุดของตําแหน่งใหม่ ก็ให้ได้รับขั้นที่เท่ากับเงินเดือนเดิม
ลูกจ้างผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งขึ้นดํารงตําแหน่งเจ้าหน้าที่ จะได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของตําแหน่งนั้นไม่ได้ แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนเดิมสูงกว่าขั้นต่ําสุดของตําแหน่งใหม่ก็ให้ได้รับขั้นที่ เท่ากับเงินเดือนเดิม และให้นับอายุการทํางานต่อเนื่อง
ข้อ 21.
การบรรจุและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการดําเนินการเห็นสมควร หรือเป็นไปตามที่ประชุมใหญ่ฯ ให้ความเห็นชอบแผนงบประมาณประจําปี
หมวด 5
การปฏิบัติหน้าที่แทนตําแหน่งรองผู้จัดการ หรือผู้จัดการ
ข้อ 22.
ถ้าตําแหน่งผู้จัดการว่างลง และยังมิได้แต่งตั้งให้ผู้ใดดํารงตําแหน่งนั้นหรือผู้ดํารงตําแหน่งไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นครั้งคราว ประธานกรรมการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการดําเนินการมีอํานาจสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เห็นสมควร รักษาการในตําแหน่ง หรือ ทําการแทนชั่วคราวได้ เว้นแต่
ตําแหน่งอื่นให้เป็นอํานาจของผู้จัดการ
ข้อ 23.
ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ดํารงตําแหน่งผู้จัดการ ให้ประธานกรรมการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการดําเนินการจัดให้มีผู้ตรวจสอบหลักฐานทางบัญชีและการเงินกับบรรดาทรัพย์สินของ สหกรณ์เพื่อทราบฐานะอันแท้จริงของสหกรณ์ก่อนที่จะได้ส่งมอบงานต่อไป
หมวด 6
หลักประกันของเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง
ข้อ 24.
ในการบรรจุและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่และลูกจ้างสหกรณ์ ต้องให้เจ้าหน้าที่และลูกจ้างทําหนังสือสัญญา จ้างไว้เป็นหลักฐานตามแบบที่สหกรณ์กําหนด และให้คณะกรรมการดําเนินการกําหนดให้มี หลักประกันอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ดังนี้
  1. มีเงินสด โดยฝากบัญชีออมทรัพย์ต่อสหกรณ์เป็นประกัน จํานวนไม่ต่ํากว่า 60 เท่าของ อัตราค่าจ้างรายวันโดยเฉลี่ยที่เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างได้รับเป็นประกัน
  2. มีบุคคลซึ่งคณะกรรมการดําเนินการเห็นสมควรอย่างน้อย 1 คน เป็นผู้ค้ําประกันอย่างไม่จํากัดวงเงิน
  3. มีหลักทรัพย์ของรัฐบาลไทยหรือหลักทรัพย์อย่างอื่นจํานําเป็นประกัน
  4. มีอสังหาริมทรัพย์อันปลอดภาระผูกพันจํานองเป็นประกันต่อสหกรณ
ให้คณะกรรมการดําเนินการกําหนดจํานวนรวมแห่งมูลค่าของทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกันตามที่เห็นสมควรแก่ลักษณะและปริมาณของงานในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง
สหกรณ์แต่ละคน เพื่อให้คุ้มแก่ความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้น
ข้อ 25.
ให้คณะกรรมการดําเนินการกําหนดรายละเอียดของหลักประกันตามข้อ 25 ไว้ในบัญชีแนบท้ายระเบียบนี้
หมวด 7
การเลื่อนเงินเดือน
ข้อ 26.
เจ้าหน้าที่และลูกจ้างสหกรณ์ ซึ่งมีเวลาทํางานในสหกรณ์ครบ 8 เดือนในรอบปีทางบัญชีของสหกรณ์ จึงมีสิทธิได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือน และให้สหกรณ์สั่งเลื่อนเงินเดือนเจ้าหน้าที่ ปีละ 1 ครั้ง ในวันแรกของปีบัญชี
ข้อ 27.
ในการเลื่อนเงินเดือนเจ้าหน้าที่และและลูกจ้าง ให้พิจารณาถึงความสามารถ การริเริ่ม ความอุตสาหะ ความรับผิดชอบ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของงานในหน้าที่ ตลอดจนความประพฤติ และศักยภาพในการปฏิบัติงานในรอบปีทางบัญชีที่แล้วของสหกรณ์ ทั้งนี้ ต้องอยู่ภายในวงเงิน
งบประมาณรายจ่ายสําหรับเลื่อนเงินเดือนประจําปี แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 7.5 ของเงินเดือนรวม เดือนสุดท้ายของปีบัญชีนั้น โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการดําเนินการ
กรณีเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างรายใดได้รับเงินเดือน ค่าจ้างถึงขั้นสูงสุดของบัญชีอัตราเงินเดือน ซึ่งไม่สามารถเลื่อนขั้นประจําปีได้ หากในรอบปีบัญชีที่ผ่านมาได้รับการประเมินผลการปฏิบัติงานถึง เกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาให้เลื่อนขั้นเงินเดือนค่าจ้าง 1 ขั้น , 1.5 ขั้น หรือ 2 ขั้น คณะกรรมการ
อาจจะพิจารณาให้ได้รับค่าตอบแทนพิเศษในอัตราไม่เกินร้อยละ 2 ร้อยละ 4 ร้อยละ 6 ของอัตราเงินเดือนที่ผู้นั้นได้รับอยู่ตามลําดับ
ข้อ 28.
ให้ผู้จัดการเสนอขอเลื่อนขั้นเงินเดือน และค่าตอบแทนพิเศษของเจ้าหน้าที่และลูกจ้างตําแหน่งไม่สูงกว่ารองผู้จัดการในรอบปีเพื่อขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการดําเนินการ
ข้อ 29.
การเลื่อนเงินเดือนผู้จัดการ ให้ประธานกรรมการเสนอขอเลื่อนขั้นเงินเดือนเพื่อขอความเห็นชอบต่อ คณะกรรมการดําเนินการ
หมวด 8
การจ่ายเงินโบนัส ค่าชดเชย และเงินบําเหน็จ
ข้อ 30.
เมื่อสิ้นปีทางบัญชีหนึ่งๆ สหกรณ์อาจจัดสรรกําไรเป็นเงินโบนัสแก่เจ้าหน้าที่และลูกจ้างของสหกรณ์ได้ ตามข้อบังคับของสหกรณ์
คณะกรรมการดําเนินการพิจารณากําหนดจํานวนเงินโบนัสที่จะจ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่และ ลูกจ้างของสหกรณ์ตามส่วนแห่งอัตราเงินเดือนของแต่ละคน โดยการประเมินผลการปฏิบัติงานตาม วิธีการที่คณะกรรมการกําหนดซึ่งเป็นไปตามสถานะและผลประกอบการของปีนั้นๆ
เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของสหกรณ์ผู้ใด มีเวลาทํางานไม่เต็มปีทางบัญชี ให้ได้รับเงินโบนัสลดลงตามส่วนแห่งเวลาทํางานในปีนั้นๆ
ข้อ 31.
คณะกรรมการดําเนินการอาจพิจารณาไม่จ่ายเงินโบนัส ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่เจ้าหน้าที่และลูกจ้างของสหกรณ์คนใดก็ได้หากปรากฏว่าเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของสหกรณ์นั้นปฏิบัติหน้าที่
ผิดพลาดหรือบกพร่องอยู่เป็นประจํา ไม่อุทิศเวลาให้แก่สหกรณ์ ลาหยุดในระหว่างปีทางบัญชีเกิน สมควร ทั้งไม่พยายามแก้ไขข้อผิดพลาด หรือข้อบกพร่องของตน
ข้อ 32.
เจ้าหน้าที่และลูกจ้างของสหกรณ์ออกจากสหกรณ์เพราะสหกรณ์เลิกจ้าง มีสิทธิได้รับค่าชดเชยจาก สหกรณ์ตามระยะเวลาและอัตรา ดังนี้
  1. เจ้าหน้าที่และลูกจ้างซึ่งทํางานติดต่อกันครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี จะได้รับค่าชดเชยเท่ากับ ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน
  2. เจ้าหน้าที่และลูกจ้างซึ่งทํางานติดต่อกันครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี จะได้รับค่าชดเชยเท่ากับ ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน
  3. เจ้าหน้าที่และลูกจ้างซึ่งทํางานติดต่อกันครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี จะได้รับค่าชดเชยเท่ากับ ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน
  4. เจ้าหน้าที่และลูกจ้างซึ่งทํางานติดต่อกันครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี จะได้รับค่าชดเชยเท่ากับ ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 240 วัน
  5. เจ้าหน้าที่และลูกจ้างซึ่งทํางานติดต่อกันครบ 10 ปีขึ้นไป จะได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้าง อัตราสุดท้าย 300 วัน
ข้อ 33.
เจ้าหน้าที่และลูกจ้างของสหกรณ์คนใดทํางานในสหกรณ์นี้ด้วยความเรียบร้อยเป็นเวลาติดต่อกันมา ไม่น้อยกว่า 5 ปีขึ้นไป และขอลาออกมีสิทธิได้รับเงินบําเหน็จเมื่อออกจากตําแหน่ง เว้นแต่การ ออกเพราะถูกลงโทษ ไล่ออก หรือเลิกจ้าง และมีสิทธิได้รับเงินค่าชดเชยแล้วตาม ข้อ 33
การคํานวณเงินบําเหน็จให้เอาเงินเดือนเดือนสุดท้ายคูณด้วยจํานวนปีที่ปฏิบัติงานในสหกรณ์ เศษของปีถ้าครบ 180 วัน ให้นับหนึ่งปี หากไม่ครบตามที่กําหนดจะไม่นํามาใช้นับคํานวณ
จํานวนปีที่ทํางาน หมายถึง ระยะเวลาวันบรรจุเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างเข้าปฏิบัติงานในสหกรณ์ จนถึงวันที่ออกจากสหกรณ์ของผู้นั้น
ในกรณีคํานวณเงินบําเหน็จตามระเบียบนี้มีจํานวนมากกว่าเงินชดเชยที่เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างพึงได้รับตามข้อ 33 ให้สหกรณ์จ่ายเงินบําเหน็จเพิ่มได้ตามส่วนที่เกินกว่าเงินชดเชยนั้น
เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของสหกรณ์ซึ่งออกจากตําแหน่งเพราะตาย สหกรณ์จะจ่ายเงินบําเหน็จ ให้กับทายาท
ข้อ 34.
สหกรณ์ไม่ต้องจ่ายเงินค่าชดเชยให้แก่เจ้าหน้าที่และลูกจ้างของสหกรณ์ ซึ่งเลิกจ้างในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้
  1. ทุจริตต่อหน้าที่
  2. กระทําความผิดอาญาโดยเจตนาแก่สหกรณ์
  3. จงใจทําให้สหกรณ์ได้รับความเสียหาย
  4. ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้สหกรณ์ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
  5. ได้รับโทษจําคุกตามคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่ ความผิดที่ได้กระทําโดย ประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ข้อ 35.
สหกรณ์จะไม่จ่ายค่าชดเชยให้แก่เจ้าหน้าที่และลูกจ้างที่สหกรณ์จ้างไว้ โดยมีกําหนดระยะเวลาการจ้างแน่นอนตามสัญญาจ้าง และถูกเลิกจ้างตามกําหนดระยะเวลาของสัญญาจ้างนั้น
ข้อ 36.
เพื่อประโยชน์แก่การจ่ายเงินบําเหน็จและค่าชดเชยแก่เจ้าหน้าที่และลูกจ้างของสหกรณ์ ให้สหกรณ์ ตั้งเงินสํารองจ่ายบําเหน็จ และค่าชดเชยไว้ตัดจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายประจําปี ตามจํานวนที่ คณะกรรมการดําเนินการพิจารณาเห็นสมควร
ข้อ 37.
ภาษีเงินได้พึงชําระตามกฎหมาย ให้ผู้รับเงินตามความในหมวดนี้เป็นผู้จ่ายทั้งสิ้น
หมวด 9
การพ้นจากตำแหน่ง
ข้อ 38.
เจ้าหน้าที่และลูกจ้างออกจากงาน ด้วยเหตุดังนี้
  1. ตาย
  2. ลาออก
  3. ขาดคุณสมบัติตามข้อ 9
  4. เกษียณอายุตามที่กําหนดไว้ในข้อ 41
  5. ถูกเลิกจ้าง
  6. ถูกให้ออก
  7. ถูกไล่ออก
ข้อ 39.
เจ้าหน้าที่ ตามข้อ 7 (1) ผู้ใดประสงค์จะลาออกจากงานก็ย่อมทําได้ โดยยื่นหนังสือขอลาออกต่อ ผู้บังคับบัญชา เพื่อเสนอตามลําดับจนถึงคณะกรรมการดําเนินการ เมื่อคณะกรรมการดําเนินการ พิจารณาอนุญาตแล้ว จึงให้ถือว่าออกจากงานได้
ส่วนลูกจ้างตาม ข้อ 7(2) ให้ผู้จัดการดําเนินการโดยขอความเห็นชอบต่อประธานกรรมการ เพื่ออนุญาต
ข้อ 40.
เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างสหกรณ์ ซึ่งขาดคุณสมบัติตามข้อ 9 นั้น ให้ถือว่าออกจากงานตั้งแต่วันที่ คณะกรรมการดําเนินการมีมติ
ข้อ 41.
เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างสหกรณ์คนใดมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ให้เป็นอันออกจากงานเมื่อสิ้นปีทาง บัญชี เว้นแต่ บุคคลผู้ดํารงตําแหน่งที่คณะกรรมการดําเนินการเห็นว่ามีความจําเป็นต่อกิจการ สหกรณ์ หรือต่อการประชุมใหญ่สามัญประจําปี อาจอนุโลมให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปโดยได้รับ เงินเดือนหรือค่าจ้างในอัตราเดิมไปจนกว่าจะเสร็จสิ้นการประชุมใหญ่สามัญประจําปีนั้นๆ
ข้อ 42.
คณะกรรมการดําเนินการมีอํานาจเลิกจ้างเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างสหกรณ์ในกรณี ดังต่อไปนี้
  1. เมื่อสหกรณ์ยุบตําแหน่งที่ผู้นั้นดํารงอยู่
  2. เมื่อมีเหตุอันสมควร ซึ่งคณะกรรมการดําเนินการเห็นว่าผู้นั้นหย่อนสมรรถภาพในการ ปฏิบัติงาน หรือ มีความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่อยู่เนืองๆ หรือไม่อาจไว้วางใจ ผู้นั้นในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
  3. เมื่อมีมลทินหรือมัวหมองในกรณีความผิดวินัยอย่างร้ายแรง หรือในกรณีมีความผิดทาง อาญา เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทําโดยประมาท
  4. เมื่อต้องโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษหรือความผิด อันได้กระทําโดโดยประมาท
  5. เลิกจ้างตามสัญญาจ้าง
ข้อ 43.
การลงโทษเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของสหกรณ์ ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยข้อบังคับการทํางานของ เจ้าหน้าที่และลูกจ้าง พ.ศ.2547 หมวด 7 วินัยและโทษทางวินัย
บทเฉพาะกาล
ข้อ 44.
สําหรับเจ้าหน้าที่สหกรณ์ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งก่อนระเบียบนี้ใช้บังคับและยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบนี้ เว้นแต่
  1. หลักประกันการทํางานและสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ ให้มีผลตามเงื่อนไขและข้อผูกพัน สัญญาที่มีอยู่เดิมหรือก่อนระเบียบนี้บังคับใช้
  2. เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างสหกรณ์คนใด ที่เข้าปฏิบัติงานก่อนระเบียบนี้บังคับใช้ตามความ
ในข้อ 41 ให้มีผลเป็นไปตามระเบียบและข้อผูกพันสัญญาที่มีอยู่ในขณะนั้น

จำนวนคนอ่าน 910 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved