ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

การประเมินความรู้สึกหรือความคิดเห็นของนักเรียนที่สะท้อนจากการเขียน
   



การประเมินความรู้สึกหรือความคิดเห็นของนักเรียน ที่ผู้สอนเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงออกโดยสะท้อนออกมาเป็นการเขียนหรือการพูดโดยอิสระ ในปัจจุบันนับวันจะได้รับความนิยมและเป็นที่ยอมรับกันมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพราะการประเมินในลักษณะนี้จะได้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ใกล้เคียงกับสภาพจริงของผู้เรียนมากที่สุด และในการประเมินนั้นหากครูได้ใช้วิธีการนี้บ่อยๆ และฝึกประเมินด้วยตนเอง มีการประเมินอย่างเป็นระบบก็สามารถนำมาเป็นข้อมูลสำหรับพิจารณาให้การช่วยเหลือและพัฒนาผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน

ในการประชุมสัมมนาร่วมกับครู ผู้สอนวิชาต่างๆ ในหลายครั้งหลายโอกาสที่ผ่านมา มักพบว่าผู้สอนจะให้นักเรียนเขียนความรู้สึกและความคิดเห็นต่อการสอนหรือต่อการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่ครูจัดให้นักเรียนได้กิจกรรมนอกห้องเรียน เช่น การเข้าค่ายพักแรม ค่ายภาษา เป็นต้น ก็มักจะพบอยู่เสมอว่า ผู้สอนส่วนใหญ่ไม่ได้นำข้อมูลที่ผู้เรียนได้เขียนความรู้สึกเหล่านั้นมาใช้ในการสรุปผลการสอน หรือผลการจัดกิจกรรมนั้นๆ และไม่ได้คิดที่จะนำเป็นข้อมูลในการปรับปรุงแก้ไขหรือพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน จะมีเพียงแต่อ่านแล้วผ่านไปเลย อาจจะเก็บความภาคภูมิใจที่นักเรียนชื่นชมการสอนหรือมีความรู้สึกที่ดีๆ ต่อครูผู้สอนไว้กับตนเองเป็นความภูมิใจเงียบเก็บเอาไว้ในใจคนเดียว บางคนสารภาพกับผู้เขียนว่าเก็บข้อมูลตามลักษณะที่ผู้เขียนกล่าวมาข้างต้นไว้ทุกปี เพราะได้ถามเด็กทุกปี พออ่านแล้วก็เก็บไว้เป็นความภาคภูมิใจของตนเองเท่านั้น

หากผู้สอนแต่ละท่านที่ได้ทำอย่างที่กล่าวมาข้างต้น จัดเก็บรวมรวมข้อเขียนหรือข้อความที่ ผู้เรียนได้เขียนสะท้อนความรู้สึก ความคิดเห็นเหล่านั้นมาจัดหมวดหมู่ จัดกลุ่มข้อมูลว่าผู้เรียนเขามีความคิดเห็นเป็นไปในทางใด ก็น่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์และมีคุณค่าต่อการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนในโอกาสต่อไป และยิ่งบอกได้ว่าสิ่งที่ผู้เรียนได้เขียนสะท้อนออกมานั้นหากเทียบเป็นจำนวนร้อยละแล้วจะมีผู้เรียนประมาณเท่าไร ที่ควรได้รับการแก้ไขหรือพัฒนา หรือผู้เรียนจำนวนร้อยละเท่าไรที่เขาเห็นว่าการสอนของครูดีหรือไม่ดีอย่างไรมีสิ่งใดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข เป็นต้น

นอกจากนี้ในบางความรู้สึกหรือความคิดเห็นที่ผู้เรียนสะท้อนออกมา หากผู้สอนนำมาจัดกลุ่ม โดยใช้เกณฑ์ระดับคุณภาพก็สามารถทำได้โดยไม่ยากนัก เพียงแต่ท่านมีขั้นตอนในการจัดระบบของข้อมูล และมีการกำหนดระดับเกณฑ์คุณภาพไว้โดยอาศัยทฤษฎีการพัฒนาการด้านจิตพิสัย ที่นักจิตวิทยาได้เสนอไว้อย่างหลากหลายก็สามารถนำมาเป็นเครื่องมือในการประเมินความรู้สึกของผู้เรียนได้

ในที่นี้จะขอเสนอแนวทางการประเมินความรู้สึกหรือความคิดเห็นของนักเรียนจากการเขียนโดยอิสระซึ่งเสนอไว้เป็นแนวทาง ดังนี้

  1. อ่านข้อเขียน/ข้อความที่ผู้เรียนเขียนสะท้อนความรู้สึกและหรือความคิดเห็นของผู้เรียน ที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างอิสระ (เป้าหมายที่ต้องการประเมิน)


  2. กลุ่มข้อเขียนที่สะท้อนความรู้สึกและหรือความคิดเห็นของผู้เรียนเป็นกลุ่มดังนี้

      2.1 ความรู้สึกโน้มเอียงไป ทางบวก (กลุ่มที่ 1)
      2.2 ความรู้สึกโน้มเอียงไปทางลบ (กลุ่มที่ 2)
      2.3 ความรู้สึกที่มีทั้งบวกและลบปนกัน (กลุ่มที่ 3)

  3. จัดกลุ่มข้อเขียนหรือความรู้สึกของผู้เรียน ที่โน้มเอียงไปทางบวกในกลุ่มที่ 1 และ กลุ่มที่ 3 รวมกัน และจัดกลุ่มความรู้สึกของผู้เรียนที่ โน้มเอียงไปในทางลบในกลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 3 มารวมกัน


  4. นำข้อเขียนหรือความรู้สึกของผู้เรียนในข้อ 3 มาคำนวณคิดค่าร้อยละ เช่นมีนักเรียนจำนวนร้อยละ 80 ที่มีความรู้สึกเป็นไปในทางบวกและมีจำนวนร้อยละ 20 ที่มีความรู้สึกเป็นไปในทางลบ เป็นต้น


  5. นำข้อเขียนหรือความรู้สึกของผู้เรียนที่โน้มเอียงไปในทางบวกที่ได้จากขั้นที่ 4 มาจัดระดับความเข้มที่แสดงทิศทางของความรู้สึกเป็นระดับคุณภาพ โดยใช้แนวคิดของบลูมและมาเซีย มาจัดระดับขั้นการพัฒนาคุณลักษณะของผู้เรียนซึ่งจัดไว้ 5 ระดับ คือ

      5.1 ขั้นรับรู้
      5.2 ตอบสนอง
      5.3 เห็นคุณค่าคุณค่า
      5.4 จัดระบบ
      5.5 กิจนิสัย

  6. เพื่อให้สอดคล้องกับการวัดประเมินผลตามสภาพจริงและการจัดระดับผลการเรียนที่กรมวิชาการเสนอไว้เป็น 4 ระดับ ผู้เขียนจึงปรับระดับคุณภาพการแสดงความรู้สึกของผู้เรียนที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้เป็น 4 ระดับ ดังนี้

    • ระดับ 1 ข้อเขียนสะท้อนถึงการตระหนักรับรู้และความเข้าใจที่มีต่อสิ่งนั้น

    • ระดับ 2 ข้อเขียนสะท้อนถึงการตอบสนองความสนใจตั้งใจกระตือรือร้น ที่มีต่อสิ่งนั้น

    • ระดับ 3 ข้อเขียนสะท้อนถึงการมองเห็นประโยชน์เห็นคุณค่าต่อสิ่งนั้น

    • ระดับ 4 ข้อเขียนสะท้อนถึงการนำสิ่งนั้นไปใช้ประโยชน์ หรือประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน

    ตัวอย่างข้อเขียนของผู้เรียนคนหนึ่งได้สะท้อนความคิดเห็นที่มีต่อการเรียนร่วมกับกลุ่มเพื่อน ไว้ดังนี้

    “การได้เรียนกับเพื่อนนั้นมีข้อดีหลายอย่าง เช่น เวลาฟังครูอธิบายไม่เข้าใจก็ถามเพื่อนได้ เพื่อนจะอธิบายให้เราเข้าใจ เวลาทำกิจกรรมในกลุ่ม บางครั้งข้าพเจ้าจะคิดไม่ค่อยออก พอเพื่อนในกลุ่มพูดขึ้นมาก็คิดออกทันที ข้าพเจ้าจึงชอบการเรียนเป็นกลุ่มมาก”

    ข้อเขียนนี้หากคุณครูจะตัดสินใจว่าผู้เรียนผู้นี้มีคุณลักษณะการทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยวัดจากการแสดงความรู้สึกโดยอิสระ และใช้เกณฑ์ระดับคุณภาพตามที่เสนอไว้ นักเรียนผู้นี้ควรมีคุณลักษณะด้านการทำงานร่วมกับผู้อื่นอยู่ในระดับ 3 เป็นต้น

  7. กรณีข้อเขียนที่ผู้เรียนสะท้อนความรู้สึก หรือความคิดเห็นที่แสดงออกมานั้น เมื่อพิจารณาตัดสินแล้วปรากฏว่ามีปะปนกันหลายระดับ ให้ผู้ตัดสินพิจารณาระดับสูงกว่าระดับอื่นเป็นเป้าหมายในการประเมินให้ระดับคุณภาพจากความรู้สึกนั้น


  8. เมื่อจัดกลุ่มผู้เรียนตามระดับคุณภาพได้แล้ว ก็สามารถนำมาแจงนับจัดกลุ่มผู้เรียนคิดเป็นร้อยละ ในแต่ละระดับคุณภาพและสามารถนำไปเป็นข้อมูลเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือ แก้ไขปรับปรุงหรือพัฒนาผู้เรียนเป็นรายบุคคลและรายกลุ่มได้


  9. สรุปรายงานผลการประเมิน เพื่อเป็นสารสนเทศของรายวิชา หมวดวิชา และของสถานศึกษา ว่าผู้เรียนที่เราได้พัฒนาไปแล้วนั้นมีคุณลักษณะในด้านใดอย่างไรบ้าง เช่น

    • ผู้เรียนมีคุณลักษณะการเรียนร่วมกับผู้อื่นอยู่ในระดับ 4

    • ผู้เรียนมีความรู้สึกหรือมีเจตคติที่มีต่อการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยอยู่ในระดับ 4

    • นักเรียนมีความรู้สึกต่อการเรียนการเข้าร่วมกิจกรรมนิสัยรักการอ่านอยู่ในระดับ 2 เป็นต้น

การวัดการประเมินผลตามสภาพจริง โดยวัดจากความรู้สึก ความคิดเห็น เจตคติ ค่านิยม ที่ผู้เรียนแสดงออกโดยสื่อสารออกมาในทางการพูด การเขียนนั้น ถือได้ว่าเป็นข้อมูลที่ผู้สอนหรือผู้ประเมิน สามารถนำไปประมวลกับการประเมินจากเทคนิควิธีการอื่นๆ เช่น จากการทดสอบ จากการสังเกตพฤติกรรม การสอบถาม การพูดคุย การสัมภาษณ์ การแสดงทัศนะต่างๆ และนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ แล้วจึงตัดสินสรุปผลการประเมินผู้เรียนเป็นรายบุคคลและ รายกลุ่ม ซึ่งจะได้ข้อมูลที่ใกล้เคียงกับสภาพจริงของผู้เรียน และเชื่อถือได้มากกว่าการสอบวัดโดยวิธีการเดียว


ที่มาข้อมูล : http://www.nitesonline.net/
จำนวนคนอ่าน 3035 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved