ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | แผนการสอน
   

:: แผนการสอน วิชา วิทยาศาสตร์ ระดับชั้น ม.3
ระบบนิเวศ (ม.3 แผน 10)
   
หัวข้อ :
ชนิดของระบบนิเวศและถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ (3 ชั่วโมง)

สาระสำคัญ :
ระบบนิเวศ (ecosystem) หมายถึง กลุ่มสิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกัน และมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต ระบบนิเวศแต่ละระบบมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะของสิ่งมีชีวิตและแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต โลกจัดได้ว่า เป็นระบบนิเวศที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งเรียกว่า โลกของสิ่งมีชีวิต (biosphere)

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง :
  1. ระบุประเภทและชนิดของระบบนิเวศได้

  2. อธิบายและยกตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งสิ่วมีชีวิตในระบบนิเวศ

  3. อธิบายการถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศได้


สาระการเรียนรู้ :
ประเภทของระบบนิเวศ

ระบบนิเวศบนโลกนี้มีหลายระบบตั้งแต่ขนาดใหญ่จนกระทั่งเล็ก โลกของเราเป็นระบบนิเวศที่มีขนาดใหญ่ ประกอบด้วยระบบนิเวศหลายชนิด ซึ่งจัดประเภทของระบบนิเวศได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

  1. ระบบนิเวศตามธรรมชาติ เป็นระบบนิเวศที่เกิดขึ้นและเป็นไปตามธรรมชาติ เช่น ระบบนิเวศป่าไม้ ระบบนิเวศน้ำจืด เป็นต้น


  2. ระบบนิเวศที่มนุษย์สร้างขึ้น มีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เช่น ระบบนิเวศบ้านเรือน ระบบนิเวศตู้ปลา เป็นต้น
ชนิดของระบบนิเวศ

ระบบนิเวศมีหลายชนิด แต่ละระบบนิเวศมีสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันตามสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นความหลากหลายทางชีวภาพ แต่อาจมีสิ่งมีชีวิตบางชนิดเหมือนกันได้ในสภาพแวดล้อมทางสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่แตกต่างกัน ในระบบนิเวศหนึ่งๆ จึงมีสิ่งมีชีวิตหลายชนิดทั้งพืชและสัตว์ซึ่งมีจำนวนชนิดและจำนวนประชากรต่างกัน เป็นความหลากหลายในระบบนิเวศ โดยทั่วไประบบนิเวศแบ่งออกเป็น 5 ชนิด

  1. ระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด

  2. ระบบนิเวศทะเล

  3. ระบบนิเวศป่าชายเลน

  4. ระบบนิเวศป่าไม้

  5. ระบบนิเวศชมชนเมือง
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ

สิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ในระบบนิเวศมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน และมีความสัมพันธ์กันในลักษณะต่างๆ เช่น มดกินซากอแมลงที่ตาย จิ้งจกกินแมลงเป็นอาหาร วัวกินหญ้า และต้นหญ้าเจริญเติบโตจากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต เมื่อพิจารณาจากลักษณะการอยู่ร่วมกันในระบบนิเวศพบว่ามีทั้งสัมพันธ์แบบพึ่งพากัน การเป็นศัตรู ไม่เป็นศัตรู สิ่งมีชีวิตหนึ่งได้รับประโยชน์ แต่สิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่งเสียประโยชน์ หรือพบว่าสิ่งมีชีวิตหนึ่งได้ประโยชน์ แต่สิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่งไม่ได้และไม่เสียประโยชน์

กลุ่มสิ่งมีชีวิตมีความสัมพันธ์โดยการกินกันเป็นทอดๆ ทำให้มีการถ่ายทอดพลังงานที่สะสมในโมเลกุลของอาหารต่อเนื่องกันจากพืชซึ่งเป็นผู้ผลิตสู่ผู้บริโภค ผู้บริโภคสัตว์ ผู้บริโภคทั้งพืชและสัตว์ ผู้สลายสารอินทรีย์ตามลำดับ

  1. ผู้ผลิต (producer)

  2. ผู้บริโภค (consumerr)

  3. ผู้สลายสารอินทรีย์ (decomposer)
กลุ่มสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศมีความสัมพันธ์ซึ่งกันกัน ซึ่งจำแนกความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตได้ดังนี้

  1. ภาวะการล่าเหยื่อ (predation)

  2. ภาวะปรสิต (parasitism)

  3. ภาวะพึ่งพากัน (mutualism)

  4. ภาวะอิงอาศัย (commensalism)

  5. ภาวะได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน (protocooperation)

  6. ภาวะแข่งขัน (competition)

  7. ภาวะเป็นกลาง (neutralism)

  8. ภาวะต่อต้าน (antibiosis)
การถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศ

ในระบบนิเวศจะมีการถ่ายทอดพลังงานจากสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งไปยังสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง เริ่มต้นจากผู้ผลิตได้รับพลังงานจากแสงอาทิตย์ มีน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นวัตถุดิบ ซึ่งจากกระบวนการสังเคราะห์แสง พลังงานจากดวงอาทิตย์เปลี่ยนไปอยู่ในรูปของสารอาหาร และถ่ายทอดไปยังผู้บริโภค ซึ่งมี 2 ลักษณะดังนี้

  1. โซ่อาหาร (food chain) เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่มีการกินกันเป็นทอดๆ ในแนวเดียวกัน การเขียนโซ่อาหารทำได้โดยเขียนเป็นลูกศรระหว่างสิ่งมีชีวิต โดยสิ่งมีชีวิตที่ถูกกินจะอยู่ทางซ้าย ส่วนผู้บริโภคอยู่ทางขวา เช่น...

    รูปแสดงความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในรูปสายโซ่อาหาร

  2. สายใยอาหาร (food web) เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่มีการถ่ายทอดพลังงานที่ซับซ้อน มีโซ่อาหารที่มีความสัมพันธ์กันหลายๆ โซ่อาหารในระบบนิเวศ...


กระบวนการจัดการเรียนรู้ :
  1. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนเรื่องระบบนิเวศที่เรียนผ่านมาแล้วได้ว่า ระบบนิเวศ (ecosystem) หมายถึง ระบบความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในแหล่งที่อยู่แหล่งใดแหล่งหนึ่ง ซึ่งมีความสัมพันธ์ 2 ลักษณะ คือ

    • ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่รวมกันในบริเวณแหล่งที่อยู่นั้น เรียกว่า ความสัมพันธ์ทางชีวภาพ

    • ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อมที่ไม่มีชีวิตในบริเวณแหล่งที่อยู่นั้น เรียกว่าความสัมพันธ์ทางกายภาพ เช่นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับอุณหภูมิ น้ำ อากาศ แร่ธาตุ แสงสว่าง เป็นต้น

  2. จากนั้นครูใช้คำถามกระตุ้นความสนใจนักเรียนในประเด็น สิ่งมีชีวิตมีมากมายหลายชนิดในธรรมชาติ เช่น นก ต้นไม้ กุ้ง ปู ปลา เป็นต้น จัดเป็นสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดในธรรมชาติจะพบสิ่งมีชีวิตหลายชนิดในลักษณะต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งจัดระดับความสัมพันธ์ได้กี่ระดับอะไรบ้าง (นักเรียนร่วมกันตอบคำถามให้ถูกต้อง)


  3. ครูอภิปรายนำเข้าสู่เนื้อหาเรื่อง ประเภทของระบบนิเวศว่า ระบบนิเวศบนโลกนี้มีหลายระบบตั้งแต่ขนาดใหญ่จนกระทั่งเล็ก โลกของเราเป็นระบบนิเวศที่มีขนาดใหญ่ ประกอบด้วยระบบนิเวศหลายชนิด ซึ่งจัดประเภทของระบบนิเวศได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

    • ระบบนิเวศตามธรรมชาติ เป็นระบบนิเวศที่เกิดขึ้นและเป็นไปตามธรรมชาติ เช่น ระบบนิเวศป่าไม้ ระบบนิเวศน้ำจืด เป็นต้น

    • ระบบนิเวศที่มนุษย์สร้างขึ้น มีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เช่น ระบบนิเวศบ้านเรือน ระบบนิเวศตู้ปลา เป็นต้น

  4. นักเรียนฟังครูอธิบายเรื่องชนิดของระบบนิเวศ ว่าระบบนิเวศมีหลายชนิด แต่ละระบบนิเวศมีสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันตามสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นความหลากหลายทางชีวภาพ แต่อาจมีสิ่งมีชีวิตบางชนิดเหมือนกันได้ในสภาพแวดล้อมทางสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่แตกต่างกัน ในระบบนิเวศหนึ่งๆ จึงมีสิ่งมีชีวิตหลายชนิดทั้งพืชและสัตว์ซึ่งมีจำนวนชนิดและจำนวนประชากรต่างกัน เป็นความหลากหลายในระบบนิเวศ โดยทั่วไประบบนิเวศแบ่งออกเป็น 5 ชนิด

    • ระบบนิเวศแหล่งน้ำจืด

    • ระบบนิเวศทะเล

    • ระบบนิเวศป่าชายเลน

    • ระบบนิเวศป่าไม้

    • ระบบนิเวศชมชนเมือง

  5. และศึกษาเพิ่มเติมในห้องสมุด (นักเรียนดูภาพประกอบในหนังสือเรียน สามระการเรียนรู้พื้นฐานวิทยาศาสตร์ (หนังสือเรียนมาตรฐานแม็ค ช่วงชั้นที่ 3 ม.3 หน้า 50-53)

  6. จากนั้นครูให้นักเรียนยกตัวอย่างการสำรวจระบบนิเวศในท้องถิ่นในชั่วโมงที่เรียนผ่านมาแล้ว มาร่วมกันอภิปรายอีกครั้ง


  7. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า กลุ่มสิ่งมีชีวิตมีความสัมพันธ์โดยการกินกันเป็นทอดๆ ทำให้มีการถ่ายทอดพลังงานที่สะสมในโมเลกุลของอาหารต่อเนื่องกันจากพืชซึ่งเป็นผู้ผลิตสู่ผู้บริโภค ผู้บริโภคสัตว์ ผู้บริโภคทั้งพืชและสัตว์ ผู้สลายสารอินทรีย์ตามลำดับ เป็นข้อๆ

    • ผู้ผลิต (produeer)

    • ผู้บริโภค (consumer)

    • ผู้สลายสารอินทรีย์ (decomposer)

  8. กลุ่มสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศมีความสัมพันธ์ซึ่งกันกัน ซึ่งจำแนกความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตได้ดังนี้

    • ภาวะการล่าเหยื่อ (predation)

    • ภาวะปรสิต (parasitism)

    • ภาวะพึ่งพากัน (mutualism)

    • ภาวะอิงอาศัย (commensalism)

    • ภาวะได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน (protocooperation)

    • ภาวะแข่งขัน (competition)

    • ภาวะเป็นกลาง (neutralism)

    • ภาวะต่อต้าน (antibiosis)

    (ครูยกตัวอย่างและภาพประกอบคำอธิบาย และเปิดโอกาสให้นักเรียนในชั้นซักถามความรู้ความเข้าใจ)

  9. นักเรียนตอบคำถามในใบกิจกรรมเรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ จากรูปที่กำหนดให้

  10. รูปแสดงความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในรูปสายใยอาหาร
  11. ครูอธิบายเพิ่มเติม เรื่องการถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศได้ว่า ในระบบนิเวศจะมีการถ่ายทอดพลังงานจากสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งไปยังสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง เริ่มต้นจากผู้ผลิตได้รับพลังงานจากแสงอาทิตย์ มีน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นวัตถุดิบ ซึ่งจากกระบวนการสังเคราะห์แสง พลังงานจากดวงอาทิตย์เปลี่ยนไปอยู่ในรูปของสารอาหาร และถ่ายทอดไปยังผู้บริโภค ซึ่งมี 2 ลักษณะดังนี้

    • โซ่อาหาร (food chain) เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่มีการกินกันเป็นทอดๆ ในแนวเดียวกัน การเขียนโซ่อาหารทำได้โดยเขียนเป็นลูกศรระหว่างสิ่งมีชีวิต โดยสิ่งมีชีวิตที่ถูกกินจะอยู่ทางซ้าย ส่วนผู้บริโภคอยู่ทางขวา


    • สายใยอาหาร (food web) เป็นความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตที่มีการถ่ายทอดพลังงานที่ซับซ้อน มีโซ่อาหารที่มีความสัมพันธ์กันหลายๆ โซ่อาหารในระบบนิเวศ

  12. นักเรียนตอบคำถามในใบกิจกรรมเรื่อง การถ่ายทอดพลังงาน ให้ถูกต้อง (ส่งครู)


  13. ครูสุ่มตัวอย่าง 2-3 คนออกมานำเสนอการตอบคำถามในใบกิจกรรมเรื่อง การถ่ายทอดพลังงาน


  14. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเรื่อง การถ่ายทอดพลังงาน ได้ว่า การถ่ายทอดพลังงานเป็นการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต เริ่มจาดพืชสีเขียวซึ่งถือว่าเป็นผู้ผลิตกลายเป็นอาหารของสัตว์ และสัตว์ที่กินพืชก็จะถูกสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นกินเป็นอาหารต่อไป แต่พลังงานที่สัตว์ได้รับจากการบริโภคจะมีเพียงบางส่วนที่ถูกเก็บสะสมไว้ในร่างกาย ที่เหลือจะถูกนำไปใช้เพ่อทำกิจกรรมต่างๆ การกินต่อกันในลักษณะเช่นนี้ ทำให้เกิดการถ่ายทอดพลังงานกันเป็นทอดๆ ที่เรียกว่า ห่วงโซ่อาหาร ซึ่งกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในห่วงโซ่อาหารหนึ่งอาจมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับห่วงโซ่อาหารอื่นได้มากกว่า 1 ห่วงโซ่อาหาร เรียกว่า สายใยอาหาร และถ้าสายใยอาหารของกลุ่มสิ่งมีชีวิตใดมีความซับซ้อนมาก ยิ่งแสดงให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตนั้นๆ มีความมั่นคงในการดำรงชีวิตมากตามไปด้วย


สื่อและแหล่งการเรียนรู้ :
  • รูปแสดงความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในรูปของโซ่อาหาร

  • รูปแสดงความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในรูปสายใยอาหาร

  • ใบกิจกรรมเรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ

  • ใบกิจกรรมเรื่อง การถ่ายทอดพลังงาน


การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ :
การวัดผล
การประเมินผล
1. สังเกตการร่วมอภิปรายในชั้นเรียน
1. .........................................................
2. สังเกตการร่วมทำกิจกรรมในชั้นเรียน
2. .........................................................
3. ตรวจใบกิจกรรม 3. .........................................................


ที่มาข้อมูล : www.myfirstbrain.com
จำนวนคนอ่าน 10803 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved