ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

หลักสูตรสถานศึกษา ทำได้ไม่ยากอย่างที่คิด
   

หลักสูตร คือ มวลประสบการณ์ที่สถานศึกษาจัดให้กับผู้เรียนได้เรียนรู้ตามความถนัด ความสนใจ และความสามารถของผู้เรียน ดังนั้นการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ที่กำหนดให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตรในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ แต่ปัจจุบันสถานศึกษายังขาดความมั่นใจ ที่จะจัดทำหลักสูตรของตนเองและเมื่อทำแล้วเกิดความกังวลใจว่าจะถูกต้องหรือไม่



  1. ทำด้วยใจ งานทุกอย่างที่ทำควรมาจากใจก่อน ผู้บริหาร ครู - อาจารย์ ที่เป็นตัวจักรสำคัญของสถานศึกษาต้องมีความตั้งใจมุ่งมั่นเป็นหนึ่งใจเดียวกันโดยเฉพาะผู้บริหารควรเอาใจใส่อย่างจริงจัง

  2. ทำงานเป็นทีม ร่วมคิด ร่วมทำ คณะกรรมการทุกฝ่ายควรมีการประสานสัมพันธ์กันร่วมกันวางแผนและทำงานอย่างเป็นระบบตามบทบาทหน้าที่

  3. ทำงานบนฐานข้อมูล ต้องมีการจัดทำข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนให้เป็นปัจจุบันและนำมาประกอบในการทำงานได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว


  • ใครเป็นคนทำ

  • ทำอย่างไร

  • จะเอาเนื้อหาสาระจากไหน

  • ทำแล้วจะถูกหรือไม่

  • ใครเป็นผู้อนุมัติหลักสูตร

  • หลักสูตร/สถานศึกษาประกอบด้วยอะไรบ้าง
  1. ใครเป็นคนทำ

    ผู้ที่มีหน้าที่ในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาประกอบด้วยคณะกรรมการสถานศึกษา คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษา คณะอนุกรรมการระดับกลุ่มสาระและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน คณะกรรมการบริหารสถานศึกษา คณะกรรมการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นต้น ซึ่งโรงเรียนจะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวและมอบหมายงานตามบทบาทหน้าที่สำหรับดำเนินการตามแผน


  2. ทำอย่างไร และเอาเนื้อหาสาระมาจากไหน

    • การจัดทำหลักสูตรเริ่มที่การกำหนดวิสัยทัศน์ของโรงเรียน ซึ่งเป็นความมุ่งหวังของชุมชน ท้องถิ่นว่าต้องการที่จะให้ลูกหลานเป็นคนอย่างไร เมื่อจบการศึกษาจากโรงเรียนแล้ว ดังนั้นการกำหนดวิสัยทัศน์ ต้องเกิดจากการร่วมคิดร่วมทำของคณะกรรมการทุกฝ่าย เมื่อกำหนด วิสัยทัศน์แล้วก็ต้อง กำหนดภาระกิจของโรงเรียนที่จะต้องทำเพื่อให้นำไปสู่ วิสัยทัศน์ที่ตั้งไว้ สิ่งที่จำเป็นต้องทำและมีความสำคัญต้องกำหนดเป็นแนวทางปฏิบัติไว้อย่างชัดเจนหลังจากนั้นจึงกำหนดเป้าหมาย ซึ่งเป็นการกำหนดคุณภาพหรือความสามารถของผู้เรียนหลังจบการศึกษาและต้องการให้มีความสามารถในด้านใดบ้างและต้องสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียน และสิ่งสำคัญ อีกอย่างที่โรงเรียนจะต้องกำหนดไว้ คือ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ด้านคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยม เพื่อเป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดีของสังคมและชาติ


    • กำหนดโครงสร้างหลักสูตรเป็นการกำหนดสาระการเรียนรู้และเวลาเรียนให้เหมาะสมสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อจะนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐาน ซึ่งในช่วงชั้นที่ 1, 2 และ 3 กำหนดเวลาเป็นรายปี ส่วนช่วงชั้นที่ 4 กำหนดเวลาเรียนเป็นรายภาค


    • จัดทำสาระของหลักสูตรในส่วนที่เป็นสาระพื้นฐาน โดยการนำเอาสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นจากหลักสูตรแกนกลางมาวิเคราะห์ แล้วกำหนดเป็นผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปีหรือรายภาค กำหนดสาระการเรียนรู้รายปีหรือรายภาค แล้วกำหนดเวลาและจำนวนหน่วยกิตให้เหมาะสม แล้วจัดทำคำอธิบายรายวิชาและหน่วยการเรียนรู้ พร้อมทั้งจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ในส่วนที่เป็นสาระเพิ่มเติมคือ สาระที่ผู้เรียนต้องการเรียนเพิ่มเติมเพื่อให้มีความรู้ความสามารถเฉพาะนั้นโรงเรียนจะต้องจัดทำขึ้นด้วยตนเองตามกระบวนการ การออกแบบหลักสูตรท้องถิ่น เพื่อสนองความต้องการของผู้เรียน


    • ออกแบบการเรียนรู้ โรงเรียนต้องกำหนดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ วิธีการ และรูปแบบที่หลากหลายให้เหมาะสมกับ ผู้เรียนแต่ละช่วงชั้น รวมทั้งสื่อการเรียนรู้และการวัดผลประเมินผล


    • ออกแบบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับการพัฒนาคุณภาพและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน โรงเรียนควรกำหนดแนวทางให้ชัดเจนเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติทั้งผู้เรียนและครูที่ปรึกษา


    • กำหนดรูปแบบ วิธีการ เกณฑ์ ตัดสินการผ่านช่วงชั้นแต่ละช่วงชั้น และเอกสารหลักฐานการศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องจัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการวัดผลประเมินผลและเก็บรวมรวมหลักฐานการศึกษาของผู้เรียน


    • กำหนดแนวทางการพัฒนาระบบส่งเสริมสนับสนุนในการวัดการศึกษาให้มีคุณภาพ ซึ่งประกอบด้วยแนวทางพัฒนากระบวนการแนะแนว พัฒนาแหล่งเรียนรู้ การวิจัยเพื่อพัฒนา เครือข่ายวิชาการเป็นต้น


  3. ทำแล้วจะถูกหรือไม่

    ผู้ที่จะตอบได้ว่าถูกหรือผิดคือผู้ใช้และผู้เรียนเท่านั้น ถ้าผู้ใช้นำไปใช้แล้วส่งผลให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายและ สอดคล้องวิสัยทัศน์ของโรงเรียน ผู้ใช้จะตอบคำถามได้ว่าทำแล้วถูกหรือไม่

    ดังนั้นหลักสูตรสถานศึกษาของแต่ละแห่ง ย่อมมีความแตกต่างกันไปเพราะความต้องการของผู้รับบริการแตกต่างกัน


  4. ใครเป็นผู้อนุมัติหลักสูตร

    ผู้บริหารสถานศึกษาหรือประธานคณะกรรมการสถานศึกษาเป็นผู้อนุมัติหลักสูตรสถานศึกษา

    ถ้าผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้ลงนามอนุมัติหลักสูตรจะต้องผ่านการเห็นชอบของประธานกรรมการสถานศึกษาและคณะกรรมการสถานศึกษา


  5. หลักสูตรสถานศึกษาประกอบด้วยอะไรบ้าง

    หลักสูตรสถานศึกษาอาจมีหลายเล่ม ดังนี้

    เล่มแรก เป็นหลักสูตรโดยภาพรวมของโรงเรียนทั้งหมดซึ่งสิ่งที่ควรจะบรรจุไว้ในหลักสูตรคือ วิสัยทัศน์ ภารกิจ เป้าหมาย คุณลักษณะอันพึงประสงค์ โครงสร้าง หลักสูตร รายวิชาตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การจัดการเรียนรู้ การส่งเสริมการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล การบริหารจัดการหลักสูตรและอื่นๆ ในส่วนของรายวิชาตามกลุ่มสาระนั้นสิ่งที่ควรจะมีในหลักสูตรคือ ชื่อรายวิชา เวลาเรียน และคำอธิบายรายวิชา

    เล่มอื่นๆ เป็นหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แผนการจัดการเรียนรู้ หลักสูตรกลุ่มสาระเรียนรู้ วิสัยทัศน์ของกลุ่มสาระ คุณภาพของผู้เรียน สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปี หรือรายภาค สาระการเรียนรู้รายปีหรือรายภาค คำอธิบายรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล


หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นหลักสูตรที่ยึดมาตรฐานการศึกษาเป็นหลัก การกำหนดเวลาเรียนเป็นรายปี และกำหนดเวลาเรียน 40 ชั่วโมงต่อภาคเรียนมีค่าน้ำหนักเป็น 1 หน่วยกิต สำหรับช่วงชั้นที่ 4

การจัดคาบสอนนั้นหลักสูตรไม่ได้กำหนดว่าต้องจัดคาบละ 50 นาที หรือ 60 นาทีเสมอไป แต่เปิดโอกาสให้โรงเรียนได้บริหารเวลาได้ตามความเหมาะสม ดังนั้นโรงเรียนสามารถจัดเวลาและคาบสอนได้ตามความต้องการ ถ้าต้องการเน้นเรื่องใดที่เป็นจุดด้อยของผู้เรียนเพื่อพัฒนาให้สูงขึ้นก็ให้จัดเวลาเรียนให้มากกว่าด้านอื่น หรือต้องการเพิ่มศักยภาพความสามารถเฉพาะทางก็สามารถเปิดให้ผู้เรียนได้เลือกเรียนตามความสนใจ การจัด ตารางสอนอาจจัดเป็นรายเดือน รายภาคหรือรายปีก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น นักเรียน ม.1 เมื่อรับเข้ามาแล้วโรงเรียนจะต้องประเมินความรู้พื้นฐานของผู้เรียนก่อนเมื่อพบว่าพื้นฐานกลุ่มสาระใดต่ำ ในเดือนแรกๆ อาจจัดตารางสอนให้เรียนกลุ่มสาระนั้นให้มากกว่ากลุ่มสาระอื่นๆ เมื่อมีพื้นฐานดีพอแล้วจึงค่อยเพิ่มเวลาให้กลุ่มสาระอื่นๆ เป็นต้น ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นหลักสูตรที่ยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้ท้องถิ่นได้จัดการศึกษาตามความต้องการและความสนใจ โดยมีโรงเรียนเป็นฐานในการบริหารจัดการอย่างแท้จริง


โดย รามลักษณ์ อนุสุริยา
ที่มาข้อมูล : http://www.nitesonline.net/
จำนวนคนอ่าน 5170 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved