ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

การจัดการศึกษายุคใหม่....ในเขตพื้นที่
   

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ในหมวดที่ 5 การบริหารและการจัดการศึกษา มาตรา 37 กำหนดให้มีการจัดการศึกษาโดยเขตพื้นที่การศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อเป็นการสนองต่อหลักการกระจายอำนาจทางการศึกษาอย่างแท้จริง และคาดหวังว่าจะทำให้การจัดการศึกษามีมาตรฐานคุณภาพที่ใกล้เคียงกันใน แต่ละพื้นที่การศึกษา

ในทรรศนะของผู้เขียนเห็นด้วยกับหลักการดังกล่าวข้างต้น แต่มีข้อคิดหรือข้อสังเกตเกี่ยวกับการจัดการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาให้ประสบความสำเร็จได้ตามที่ทุกฝ่ายได้คาดหวังไว้ ดังต่อไปนี้



การพิจารณาสรรหาผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการ แต่งตั้งหรือเลือกตั้งก็ตามจะต้องได้คนที่ดีมีคุณภาพขึ้นมาเป็นผู้บริหารหรือที่ เรียกว่า ผู้บริหารมืออาชีพ โดยเฉพาะ ผู้บริหารคนแรกของเขตพื้นที่การศึกษานั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถในการแก้ปัญหาและประสานงานในเรื่องต่างๆ อย่างมากมายหลายประการเลยทีเดียว

ดังนั้นผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาจะต้องมีความพร้อมในทุกด้าน เช่น มีภาวะผู้นำทางการบริหารจัดการ มีวิสัยทัศน์ในการจัดการศึกษาแนวใหม่ มีความรู้ความสามารถในเชิงวิชาการเป็นที่ยอมรับศรัทธาของคนในเขตพื้นที่นั้นพอสมควร มีคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนมีสุขภาพทั้งร่างกายแข็งแรงและมีจิตใจที่สมบูรณ์ สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้นำที่จะส่งผลให้การจัดการศึกษาในเขตพื้นที่มีคุณภาพถึงผู้เรียนได้ เพราะผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ที่มีส่วนในการกำหนดและดูแลนโยบายของเขตพื้นที่การศึกษาในทุกๆ ด้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



ผู้บริหารสถานศึกษาหรือ ผู้บริหารโรงเรียน รวมถึงรองหรือผู้ช่วยผู้บริหารโรงเรียนก็จะต้องเป็นผู้บริหารมืออาชีพเช่นเดียวกันและมีความสำคัญมากในระดับผู้ปฏิบัติ เหล่าบรรดาครูอาจารย์หรือบุคลากรอื่นๆ ในโรงเรียนจะร่วมแรงร่วมใจในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนมากน้อยเพียงใดนั้นจะขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้นำในสถานศึกษาเป็นอย่างมากโดยเฉพาะ วัฒนธรรมแบบไทยๆ นั้นมักจะมองที่ตัวผู้บริหารหรือผู้นำก่อนเป็นลำดับแรกว่าเป็นที่ยอมรับศรัทธาเพียงใดทั้งใน เชิงการบริหารและเชิงวิชาการ

โดยเฉพาะการจัดทำและใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 ของสถานศึกษา ผู้บริหารจะต้องรู้และเข้าใจในหลักการนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ผู้บริหารจะต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างเหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ รวมถึงการครองตนที่เป็นตัวอย่างคนอื่นได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อการปฏิบัติงานในสถานศึกษาให้ประสบความสำเร็จทั้งสิ้น

ดังนั้นผู้บริหารสถานศึกษาที่ไม่มีคุณสมบัติดังกล่าวในยุคใหม่นี้ต้องรีบ ปรับตัวปรับใจให้ทันกับสภาวการณ์ที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปแล้วและค่อนข้างที่จะแตกต่างไปจากการบริหารการศึกษาในอดีตเป็นอย่างมาก เช่น การบริหารโรงเรียนจะต้องดำเนินการในรูปของคณะกรรมการสถานศึกษา การมีบทบาทและมีส่วนร่วมของบุคลากรในโรงเรียน และชุมชน มีการนิเทศติดตามการดำเนินงานต่างอย่างเป็นระบบ ตลอดจนการตรวจสอบในเชิงคุณภาพจะต้องชัดเจน โดยเฉพาะการบริหารจัดการแบบมุ่งเน้นผลงานที่เกิดขึ้นว่ามีคุณภาพเป็นที่น่าพึงพอใจเพียงใดในการบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน

ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องเตรียมความพร้อมของตนเองในทุกๆ ด้านเช่นเดียวกัน จึงจะทำให้การบริหารโรงเรียนประสบความสำเร็จได้โดยไม่ยากนักที่จะทำให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามหลักสูตร



ครูผู้สอน เป็นผู้ที่อยู่ในระดับปฏิบัติการที่ใกล้ชิดกับผู้เรียนมากที่สุด และเป็นผู้มีส่วนในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยตรง ดังนั้นการปรับเปลี่ยนแนวคิดหรือทัศนคติในการจัดการเรียนการสอนของครู นอกจากครูผู้สอนต้องมีความรู้แม่นยำในเนื้อหาสาระที่จะให้การเรียนรู้กับผู้เรียนแล้ว ยังต้องมุ่งเน้นเชิงกระบวนการและเชิงบูรณาการให้มากขึ้น โดยครูผู้สอนจะต้องปรับวิธีการจัดการเรียนการสอนที่เน้นตามศักยภาพของผู้เรียนเป็นสำคัญ มีการวัดประเมินผลที่ตรงกับความรู้ความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียน มีการใช้สื่อการเรียนการสอนอย่างหลากหลาย เหมาะสมกับสถานการณ์

นอกจากนี้ครูผู้สอนจะต้องใช้กระบวนการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนควบคู่ไปกับการเรียนการสอนอยู่เสมอ จึงจะทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้โดยใช้กระบวนการวิจัยไปด้วยในขณะเดียวกัน การจัดการเรียนการสอนแบบนี้จะทำให้ผู้เรียนทั้งกลุ่มอ่อน กลุ่มปาน - กลางและกลุ่มเก่ง ได้พัฒนาขีดความสามารถของตนเองให้เต็มตามศักยภาพได้ในที่สุด อย่างนี้จึงจะเรียกได้ว่าเป็นครูมืออาชีพในยุคใหม่ โดยมีการปฏิรูปกระบวนการจัดการเรียนการสอนของตนเอง ทั้งนี้เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างแท้จริง



บุคลากรทางการศึกษา ได้แก่บุคลากรที่ไม่ได้สังกัดสถานศึกษาแต่ทำหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา โดยไปสังกัดอยู่ในกลุ่มงานต่างๆ ตามโครงสร้างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ก็จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในหลักการของ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 เช่นเดียวกับผู้บริหารและครูผู้สอนเหมือนกัน ถึงแม้ว่าจะไม่มีบทบาทหน้าที่ในการลงไปปฏิบัติการสอนโดยตรงก็ตาม อย่างไรก็ดีอาจมีบางกลุ่มงานเช่นสำนักนิเทศติดตามและประเมินผลการศึกษา ซึ่งมีศึกษานิเทศก์เป็นบุคลากรที่สังกัดอยู่ในกลุ่มงานนี้อาจได้ลงไปปฏิบัติหรือสาธิตกระบวนการจัดการเรียนการสอนหรือการวิจัยการเรียนรู้ ทดลองเทคนิควิธีสอนใหม่ๆ เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาผู้บริหาร และครูผู้สอนในเขตพื้นที่การศึกษา

จะเห็นว่าทุกคนที่เป็นบุคลากรทางการศึกษาจะเกี่ยวข้องโดยการเป็นผู้สนับสนุนส่งเสริมการจัดการศึกษาแก่สถานศึกษาต่างๆ ในเขตพื้นที่การศึกษาทุกรูปแบบ และต้องมองเป้าหมายของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อดำเนินการกิจกรรมที่สนับสนุนส่งเสริมให้สถานศึกษาได้ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเป็นไปด้วยดี และส่งผลถึงคุณภาพของ ผู้เรียนในที่สุดได้



การเสริมสร้างความเข้าใจให้กับผู้ปกครองของนักเรียน นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นมาก เพราะผู้ปกครองของนักเรียนมีความแตกต่างกันหลายระดับซึ่งแล้วแต่สภาพของครอบครัว อย่างไรก็ตามนักเรียนส่วนใหญ่จะมีเวลาอยู่กับบ้านหรืออยู่กับผู้ปกครองมากกว่าอยู่ที่โรงเรียนเสียอีก ถ้านับเวลาที่นักเรียนอยู่โรงเรียนก็เพียงวันละ 6-7 ชั่วโมงเท่านั้น สัปดาห์หนึ่ง 5 วัน บางทีก็ไม่ถึง 5 วันด้วยซ้ำไป ถึงแม้โรงเรียนจะมีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนแล้วก็ตามอาจดูแลนักเรียนที่มีจำนวนมากได้ไม่ทั่วถึงและต่อเนื่องอย่างที่ควรจะเป็น

เมื่อเป็นอย่างนี้ผู้ปกครองจึงจำเป็นที่จะต้องตระหนักและเข้าใจถึงความสำคัญและบทบาทหน้าที่ของตนที่จะต้องเอาใจใส่ดูแลบุตรหลานในความปกครองของตนเองอย่างใกล้ชิด ต้องไม่ปล่อยให้เป็นภาระของสถานศึกษาแต่ฝ่ายเดียว ต้องคอยดูแลเอาใจใส่ สอบถาม เป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำชี้แนะแนวทาง เมื่อนักเรียนเกิดปัญหาต้องการความช่วยเหลือ แต่คงไม่ใช่ว่าจะคอยช่วยเหลือผู้เรียนเสียทุกอย่าง งานบ้านอย่างอื่นไม่ได้ทำหรือรับผิดชอบเลย มีแต่หน้าที่เรียนเนื้อหาวิชาอย่างเดียว อย่างนี้ก็คงไม่ดีเพราะจะทำให้นักเรียนทำอะไรไม่เป็น ไม่ได้ทำอะไรที่เป็นวิถีชีวิตจริงในการดำเนินชีวิต ทำให้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันไม่เป็น ดังนั้นผู้ปกครองจะต้องพยายามจัดหากิจกรรมหรืองาน ในบ้าน ที่เป็นประโยชน์ให้ผู้เรียนได้ฝึกรับผิดชอบตาม ระดับวุฒิภาวะของผู้เรียน ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ในการสร้างประสบการณ์ชีวิตให้ผู้เรียนเป็นอย่างดี จะทำให้ผู้เรียนเป็นคนเข้มแข็งพึ่งตนเองได้และเป็นผู้เรียนที่มีคุณภาพได้เช่นกัน

ดังนั้นภาครัฐและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษาทุกฝ่ายในเขตพื้นที่การศึกษาจะต้องเร่งช่วยกันประสานงานและประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจให้แก่ ผู้ปกครองของผู้เรียนรู้ถึงบทบาทหน้าที่ที่จะต้องช่วยดูแลบุตรหลานในปกครองอย่างจริงจัง ตลอดจนชี้แจงแนวทางการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่ให้ ผู้ปกครองเข้าใจอย่างชัดเจน ก็เชื่อได้ว่าพลังของผู้ปกครองและครอบครัวที่ดี นี้แหละที่จะช่วยให้การจัดการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาประสบความสำเร็จได้



ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 มีเป้าหมายที่เน้นคุณภาพของผู้เรียนเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามการที่จะให้ผู้เรียนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้นั้นทุกฝ่ายก็จะต้องช่วยกันสร้างเสริมทัศนคติของผู้เรียนในทุกรูปแบบที่จะปลูกฝังให้ผู้เรียนตั้งแต่ช่วงชั้นที่ 1 ถึงช่วงชั้นที่ 4 (ป.1-ม. 6 ) ได้เห็นความสำคัญของการเรียนรู้อย่างแท้จริง โดยพยายามให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของการเรียนรู้ที่เป็นการศึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต และเป็นการเรียนรู้

ที่ผู้เรียนจะต้องปฏิบัติได้จริงตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวังนั่นเอง มิใช่ว่าจะเรียนรู้แต่หลักการทฤษฎีเพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจในทางปฏิบัติเหมือนที่ผ่านมาซึ่งจากผลการศึกษาวิจัยพบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่จะมีความรู้ด้านเนื้อหาสาระโดยการท่องจำได้ แต่ไม่สามารถนำสู่การปฏิบัติการแก้ปัญหา และการนำไปประยุกต์ใช้ได้น้อยมาก บางคนเข้ากับเพื่อนไม่ได้ทำงานกลุ่มไม่เป็น ทำงานเดี่ยวก็ไม่สำเร็จมีนิสัยหยิบโหย่งติดตัวออกไปจนถึงการเรียนระดับอุดมศึกษา ในที่สุดก็เป็นปัญหาหรือเป็นภาระกับสังคมโดยรวมเพราะไม่สามารถที่จะพึ่งตนเองได้อย่างต่อเนื่องทั้งในด้านการเรียนรู้และการทำงาน

หากในเขตพื้นที่การศึกษาหรือในบ้านเมืองเรามีคนประเภทนี้อยู่มากๆ แล้วก็ย่อมจะเป็นผลเสียแก่ประเทศชาติอย่างแน่นอน และโอกาสที่จะพัฒนาคนให้มีคุณภาพมีศักยภาพในการแข่งขันที่ทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ นั้นก็ยิ่งจะเลือนลางลงไป อย่างไรก็ตามหากทุกฝ่ายช่วยกันปลูกฝังทัศนคติที่ดีต่อการ เรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนตั้งแต่อายุยังน้อยอย่างถูกหลักการตามหลักวิชา สิ่งเหล่านี้ก็จะซึมซับในตัวผู้เรียนไปโดยไม่รู้ตัว เข้าทำนองว่าไม้อ่อนดัดง่ายนั่นแหละ แล้วประเทศชาติเราก็จะได้ผู้เรียนที่มีคุณภาพตามต้องการ


หน้าถัดไป
ที่มาข้อมูล : http://www.nitesonline.net/
จำนวนคนอ่าน 4115 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved