ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

หลักสูตรโฮมสคูล
   

คำว่า โฮมสคูล ที่สหรัฐอเมริกาที่ปฏิบัติกันจริงๆ นั้นเป็นโรงเรียนจริงๆ ที่พ่อแม่จัดทำขึ้นในบ้าน และสอนลูกตนเองตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการท้องถิ่น ซึ่งประกอบด้วยเนื้อหา แนวการสอนและการวัดผลของเด็กๆ

โฮมสคูลที่จะกล่าวต่อไป หมายถึง การจัดทำโรงเรียนเตรียมความพร้อมด้านสังคม การปรับตัวก่อนที่จะเข้าโรงเรียนอนุบาล ซึ่งแม่ๆ ในชุมชนละแวกเดียวกันจะเปิดบ้านของตนรับแขกที่อายุขนาดเดียวกันกับลูกของตนไม่กี่คน ให้ได้เล่นกับเพื่อน เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ก่อนเข้าโรงเรียนอนุบาล

ระยะเวลาที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาการ ทางสังคมของเด็กเกิดขึ้นเมื่อเวลาที่เด็กยอมรับบุคคลอื่นและกติกาของการเข้าสังคม เมื่อเด็กได้ค้นพบตนเองและรู้ว่าตนนั้นเป็นตัวของตัวเองแยกจากแม่ได้ เด็กคนนั้นเรียกว่าอยู่ในสภาวะรู้จักตน เมื่อเด็กคนเดียวกันนี้รู้ว่ามีบุคคลอื่นๆ เหมือนตน เรียนรู้ที่จะเข้ากับบุคคลเหล่านั้นได้ตามกฎกติกาของการเข้าสังคม นั่นคือเด็กคนนั้นได้อยู่ในขั้นตอนของการเข้าสังคมได้ดี พร้อมที่จะพัฒนาในขั้นต่อไป เด็กอายุ 2 ขวบจะกลัวคนแปลกหน้ามาก ทั้งนี้เพราะการเรียนรู้ของสมองส่วน Reptilian ด้านสัญชาติญาณการอยู่รอดกำลังเติบโต เด็กๆ จึงเกลียดคนแปลกหน้า ดังนั้น ในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ เด็กๆ จึงควรได้รับการแนะนำให้รู้จักเพื่อนเล่นอย่างมิตรภาพในสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวย นี่คือหลักของโฮมสคูล

ในสิ่งแวดล้อมที่สบายและคุ้นเคย มีเพื่อนที่ค่อยๆ ย่างก้าวเข้ามาช้าๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้พบกับมิตรใหม่ เด็กๆ จะได้มีเวลาประเมินข้อมูลและตัดสินว่าบุคคลแปลกหน้าเหล่านี้ไม่ข่มขู่ความอยู่รอดของตน ขั้นต่อไปคือ การแวะเยี่ยมเยือนบ้านของมิตรใหม่อาศัยอยู่ และค้นพบว่าสภาพแวดล้อมมิได้มีการคุกคามข่มขู่อะไรเลย ทำให้เด็กๆ เริ่มการเปิดสังคม ซึ่งการเล่นกับมิตรใหม่คือการพัฒนาในขั้นต่อไป และแล้วเด็กก็จะพร้อมในการเข้าโรงเรียนอนุบาล

โรงเรียนอนุบาล คือสถานที่เด็กเรียนรู้การเอาชนะตนเองและสิ่งแวดล้อมใหม่ เด็กๆ จะปรับตัวเองให้พร้อมต่อการเรียนอย่างกึ่งทางการ วินัยส่วนตัวที่สะสมจากทางบ้านทำให้เด็กแต่ละคนมีความเคารพผู้อื่นและตนเอง โรงเรียนอนุบาลเป็นสถานที่ที่เด็กเรียนรู้ทักษะที่สำคัญที่สุดในชีวิต นั่นคือการเป็นสมาชิกของสังคมอย่างถูกต้องและไม่สูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง เมื่อเด็กๆ เริ่มชินกับมิตรใหม่และกิจกรรมการเรียนปนเล่น ก็จะรู้สึกสบายใจ

การจัดทำโฮมสคูล ซึ่งผู้ปกครองทำตนเป็นครูคนแรกเป็นการพัฒนาที่ดี ผู้ปกครองควรเตรียมเด็กของตนโดยร่วมมือแกนจัดโฮมสคูลในบ้านของกลุ่มผู้ปกครอง เพราะได้เรียนอยู่ในสถานที่เด็กคุ้นเคยคล้ายบ้าน ท่านอาจจัดได้ง่ายและสะดวกดังต่อไปนี้

1. เก็บบ้านให้เรียบร้อย

เด็กๆ จำเป็นต้องมีสถานที่แวดล้อมที่สะอาดและเป็นระเบียบเพื่อที่จะได้ค้นคว้าอย่างปลอดภัย ปิดเทปตามปลั๊กไฟ ปิดกลอนและใส่ล็อคตามประตู ตู้ เพื่อไม่ให้นิ้วเล็กๆ ไปชอนไชงัดเปิดได้ เก็บยาต่างๆ ไว้ชั้นบนสุดที่เด็กๆ ไม่สามารถปีนขึ้นไปถึง เด็กๆ เป็นนักค้นคว้า นักปีนป่ายตามธรรมชาติ เขาจะใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อเอาของที่เขาต้องการให้ได้ ดังนั้น กรุณาใช้กุญแจล็อคและเก็บกุญแจไว้ในสถานที่ที่เด็กไม่สามารถค้นพบได้ง่าย

2. การใช้ทีวีเฝ้าเด็ก

โทรทัศน์เป็นพี่เลี้ยงที่แย่ที่สุด อย่าปล่อยเด็กไว้หน้าโทรทัศน์คนเดียว รายการทีวีส่วนมากคือ ขยะที่เน่า ไม่เหมาะสมที่จะให้เด็กเห็น รายการเคเบิ้ลทีวีของเด็กดีกว่า แต่ไม่มากนัก และจะต้องคัดเลือกอย่างระมัดระวัง ตรวจดูรายละเอียดภายในโปรแกรมผู้ปกครองสามารถเลือกวีดีโอที่เหมาะสมเอาไว้ใช้ในเวลาพักผ่อนได้ แต่ต้องเฝ้าดูอยู่กับเด็ก สั่งสอนจริยธรรมคุณธรรมพร้อมไปกับเวลาที่ดูทีวีร่วมกับเด็กของท่าน ชี้ให้เห็นการกระทำที่ไม่น่าเลียนแบบ ใช้วิธีนี้จะทำให้โทรทัศน์กลายเป็นเครื่องมือการสอนภายในโฮมสคูลของท่าน จำไว้ด้วยว่าเด็กๆ เรียนรู้มากที่สุดจากสิ่งแวดล้อม

3. สถานที่ส่วนตัว

ให้เด็กแต่ละคนมีสถานที่ส่วนตัวที่มีขอบเขตเห็นชัดที่จะเล่นได้ ผ้าปูโต๊ะพลาสติกที่สวยๆ ปูบนพื้นก็ใช้ได้ดี เด็กจะมองเห็นอาณาเขตชัด แล้วจะเข้าไปนั่งเล่นอยู่ข้างในได้อย่างสะดวก และทำความสะอาดได้ง่ายด้วย วิธีที่ดีที่สุดคือ ให้เด็กนำของเล่นไปเก็บหลังจากที่เล่นเสร็จแล้ว และใช้วิธีอนุญาตให้นำของเล่นเข้ามาเล่นได้ทีละ 1 ชิ้นต่อครั้ง เมื่อต้องการจะเปลี่ยนของเล่นอันใหม่ ก็นำอันเก่าไปเก็บก่อนจึงจะได้เล่นอันใหม่ วิธีนี้เป็นการฝึกวินัยและสมาธิให้กับเด็ก การเล่นในสถานที่ที่ถูกต้อง ในเวลาที่ถูกต้อง และเก็บรักษาของเล่นในที่ที่ถูกต้อง เป็นวินัยและนิสัยที่ดีงาม

4. การกินอาหาร

วิธีป้อนข้าวลูกเมื่ออายุ 1 ขวบขึ้นไป ควรหลีกเลื่อง เด็กๆ จะชื่นชอบในการกินอาหารเองเหมือนกับผู้ใหญ่ การถูกบังคับให้กินอาหารที่ตนไม่ต้องการกินในจำนวนปริมาณเกินกว่ากำลังกระเพาะจะรับได้ เป็นการทรมานเด็กอย่างทารุณ ให้เด็กๆ มีโอกาสกินอาหารด้วยอารมณ์ที่สุนทรี นำเด็กไปนั่งกลางผ้าปูโต๊ะพลาสติกที่มีถ้วยพลาสติกใส่อาหาร และให้เด็กค้นพบความสุขในการกินอาหารด้วยตนเอง จัดหาอาหารที่เด็กๆ สามารถหยิบด้วยมือเข้าปากได้ เช่น กล้วยหอมที่หั่นเป็นชิ้นๆ แครอทต้มที่หั่นเป็นชิ้นๆ เวลารับประทานอาหารที่ดีที่สุด คือเวลาเดียวกันที่พ่อกับแม่กินอาหาร อาหารแต่ละมื้อไม่ควรใช้เวลาเป็นชั่วโมง อย่าลืมว่าขนาดของกระเพาะเด็กเพียงแค่ขนาดของกำมือเด็กเท่านั้น

5. เด็กกับชุมชน

เด็กๆ ควรได้พบกับคนที่อยู่ในชุมชนของเขา และควรมีโอกาสได้มีความรู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ในขณะเดียวกัน เด็กในระดับก่อนประถมศึกษาควรได้รับการแนะนำให้รู้จัก ดนตรี การเต้นรำ การเคลื่อนไหว จังหวะ ศิลปะ การแสดงออก ทักษะการใช้ภาษา เลขคณิตเบื้องต้น ธรรมชาติ และวิชาอื่นๆ ควรได้มีการแนะนำ เริ่มด้วยการใช้สีเทียนและกระดาษเพื่อที่จะนำไปเล่น เพราะเป็นการช่วยให้เด็กๆ เรียนรู้การวาดและการเขียน อย่าบังคับเด็กเล็กให้เขียนหนังสือ ก่อนเวลาสมควร เพราะเด็กแต่ละคน พัฒนาการได้ยิน พัฒนามือ และการเห็นไม่เหมือนกัน การเล่นคือการเรียนที่แท้จริงสำหรับเด็ก ความซนเป็นเครื่องบ่งบอกความเฉลียวฉลาดและสติปัญญาของเด็ก เด็กไม่ซนคือเด็กไม่ฉลาด

6. การอ่าน

พยายามให้ลูกของท่านได้เห็นท่านอ่านหนังสือ ผลการวิจัยแสดงว่า ลูกของนักอ่านหนังสือจะรักการอ่านหนังสือและอ่านได้ดี การอ่านหนังสือควรเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตปกติ จัดมุมเงียบในบ้าน ห่างไกลจากสิ่งรบกวน เช่น โทรทัศน์ วิทยุ ครัว โต๊ะอาหาร หรือการทำกิจกรรมอื่นๆ นี่คือสถานที่สำหรับการอ่านโดยเฉพาะ ผลการวิจัยแสดงว่าเด็กๆ ที่มาจากบ้านที่มีมุมเงียบในบ้าน มุมเงียบช่วยให้เด็กสร้างสมาธิได้เป็นอย่างดี

7. การเลือกของเล่นหรืออุปกรณ์ฝึกการคิดของสมอง

เลือกหาอุปกรณ์กระตุ้นสมองเด็กเป็นของเล่นสร้างสรรค์ที่ไม่มีแบตเตอรี่ เด็กๆ มีพลังงานตามธรรมชาติล้นเหลือ จำเป็นต้องนำมาให้สร้างเสริมความคิด จินตนาการ และลดพลังงานที่มีอย่างมาก เด็กมีจินตนาการมากมาย และสามารถทำให้ผู้ใหญ่แปลกใจได้ ว่าเขามีความคิดสร้างสรรค์เกินคาด ปล่อยให้เด็กคิดเองทำเอง พยายามอย่าแก้ไขการทำผิดเล็กน้อยของเด็ก ฝึกให้เด็กเรียนรู้วินัย ขอบเขตข้อจำกัดของชีวิต โดยทำรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสสำหรับเล่นหรือวงกลมสำหรับเดิน สามเหลี่ยมที่นั่งกินอาหาร ห้าเหลี่ยมสำหรับนอน หกเหลี่ยมสำหรับอ่านหนังสือ เป็นต้น ให้เด็กมีโอกาสสัมผัสธรรมชาติที่แท้จริง น้ำ หญ้า ดิน ทราย ปลา แมว สุนัข ให้เด็กสามารถเล่นอย่างสกปรกได้บ้าง เนื่องจากความสกปรกจะทำให้สร้างบุคลิกส่วนตัวของเด็ก ให้ชีวิตเด็กมีความสนุกสนาน แล้วเด็กก็จะเจริญเติบโตไปด้วยดี


ที่มาข้อมูล : จันทิมา ทรูแมน วารสารวิชาการ กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 2543
จำนวนคนอ่าน 1663 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved