ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

การพัฒนางานแนะแนว ในยุคปฏิรูปการศึกษา
   

การปฏิรูปการศึกษา เป็นการปรับเปลี่ยนการจัดการศึกษาให้ดีมีคุณภาพ พัฒนาคนให้มีคุณภาพเป็นการศึกษาที่สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และในปัจจุบันนี้เป็นยุคข้อมูลข่าวสาร เป็นโลกไร้พรมแดน การเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ รวดเร็วมาก จึงต้องมีการปฏิรูปการศึกษา และการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ก็ถือได้ว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่จะนำสู่การปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จ และมีสาระที่สอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540

การศึกษาในอนาคตจะเป็นการศึกษาตลอดชีวิตที่กล่าวถึงผู้เรียน (Learner) ไม่ใช่นักเรียน กล่าวถึงศูนย์การเรียนรู้ (Resource center) ไม่ใช่โรงเรียน กล่าวถึงครูในฐานะแหล่งความรู้ (Personnel resource) และผู้อำนวยความสะดวก (The Teacher as a Facilitator of Development) ไม่ใช่ผู้สอน

ระบบการศึกษาจัดเป็น 3 รูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เป็นกระบวนการที่ทำได้ตลอดชีวิตไม่จบสิ้น และเชื่อมโยงกัน เทียบโอนผลการเรียนได้ทั้งสามรูปแบบ โดยยึดหลักว่าคนทุกคนสามารถเรียนรู้ได้และพัฒนาตนเองตามศักยภาพของแต่ละคน การจัดการศึกษาต้องถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ (Learner center) เป้าหมายการศึกษาก็คือ ต้องการคนเป็นคนดี เป็นคนสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม การพัฒนาตนเองด้วยการเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ เพระว่าสมาชิกของสังคมมีการเรียนรู้เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับความรู้ ก็จะเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และสามารถยกระดับการพัฒนาประเทศแข่งกับประเทศอื่นหรือสังคมอื่นได้

แนวคิดการพัฒนางานแนะแนว

มีแนวคิด 2 แนวด้วยกัน แนวคิดที่หนึ่งเชื่อว่า การแนะแนวเป็นวิชาชีพ ต้องเรียนด้านแนะแนวจึงจะทำหน้าที่แนะแนวได้ อีกแนวคิดหนึ่งเชื่อว่า ครูทุกคนเป็นครูแนะแนวได้ จริงๆ แล้วการแนะแนวคือกระบวนการเรียนรู้ หาความรู้เพื่อไปใช้ในการตัดสินใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เขาต้องการ อาจเป็นการแก้ปัญหาหรือปรับปรุงการทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตก็ได้ ผู้เรียนไม่ได้เรียนรู้จากครูอย่างเดียว เขาเรียนรู้จากบ้าน พ่อแม่ เพื่อน ชุมชน ฯลฯ ในโรงเรียนครูทุกคนก็เป็นครูแนะแนว ส่วนครูแนะแนวที่ทำหน้าที่ในโรงเรียนนั้นจะทำหน้าที่เป็นผู้บริหารการแนะแนว จัดกระบวนการให้เกิดการแนะแนว ดังนั้น การพัฒนางานแนะแนวจึงดำเนินการทั้งระบบ เช่น ระบบการบริหารจัดการแนะแนวการพัฒนาครู ผู้บริหารให้เข้าใจกระบวนการแนะแนว การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ เป็นต้น

การแนะแนวต้องเข้าใจและให้ความสำคัญแก่ผู้เรียน คำนึงถึงศักยภาพและความพร้อมของผู้เรียน และต้องเข้าใจว่าความรู้เป็นพื้นฐานของความคิด การตัดสินใจในการคิดหาข้อสรุป เป็นความเข้าใจพื้นฐานของแต่ละคน การสังเคราะห์ความรู้เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปเป็นความรู้ใหม่ เป็นกระบวนการที่มีเหตุผล สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ได้ การแนะแนวต้องสร้างนิสัยแห่งการแสวงหาความรู้ให้เกิดกับผู้เรียน คือ การดู การอ่าน คิดในสิ่งที่มีความรู้และเกิดประโยชน์ ถ้าสร้างได้จะกลายเป็นการศึกษาตลอดชีวิต

บทบาทของการแนะแนวตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

การแนะแนวเป็นส่วนที่ช่วยเสริม สนับสนุน กระตุ้น แนะนำ ช่วยเหลือ ให้ผู้เรียนสามารถนำข้อมูลข่าวสาร กระบวนการคิดอย่างมีเหตุผลและแสวงหาความรู้มาใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจ ทั้งการแก้ปัญหา ปรับปรุงชีวิตการงานเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการแนะแนว

บทบาทของครู คือ เป็นผู้ส่งเสริม ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ต่างๆ นักแนะแนวก็คล้ายๆ กัน แต่จะต่างกันที่นักแนะแนวมีเจตนา เป้าหมายเฉพาะเจาะจงว่าจะเข้าไปส่งเสริมช่วยเหลือปรับปรุงตรงไหน นักแนะแนวที่ดีต้องจัดกระบวนการสร้างความพร้อมให้กับผู้เรียน เพื่อผู้เรียนเป็นนักแนะแนวตนเองได้ ครูทุกคนเป็นครูแนะแนวได้ โดยเฉพาะครูประจำชั้น นอกจากนี้ ผู้บริหารก็มีบทบาทสำคัญในการแนะแนวสังคม อีกทั้งพ่อแม่และสังคมก็มีบทบาทที่สำคัญ เช่น ถ้าพ่อขับรถไม่เป็นไปตามกฎจราจร เด็กก็จะเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะทำให้พ่อไปได้เร็ว เรื่องบางเรื่องในโรงเรียนจัดระบบดี แต่นำมาใช้ในสังคมไม่ได้ เพราะสังคมให้ตัวอย่างไม่ดี

ในแนวทางของการปฏิรูปการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาตินั้น บทบาทการแนะแนวเพิ่มมากขึ้น แต่ต้องให้ครู (Resource person) มาช่วยเหลืองานแนะแนว การเรียนรู้ในอนาคตเป็นการเรียนรู้ในตัวบุคคล การแนะแนวต้องมุ่งช่วยเหลือแนะแนวแต่ละคนให้สามารถใช้วิธีการแก้ปัญหาและพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพ

สังคมในปัจจุบันซับซ้อน ไม่เรียบง่าย การคมนาคมสื่อสารรวดเร็ว ไม่สามารถกักขังเด็กไว้ที่ใดที่หนึ่งได้ สื่อเข้ามามีอิทธิพล ครูแนะแนวต้องสร้างระบบให้เขาได้พบกับข้อมูลและแหล่งความรู้ที่เป็นประโยชน์ ตรงนี้เป็นบทบาทสำคัญของครูแนะแนว

อีกประการหนึ่ง คือ การศึกษามี 3 รูปแบบทั้งคือ ในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ทั้งสามรูปแบบนี้ ประสานเชื่อมโยงและอาจจัดในที่เดียวกันได้ นอกจากนี้ วัยของผู้เรียนจะมีความแตกต่างกัน ผู้แนะแนวยิ่งมีความจำเป็นดูแลคนที่มีลักษณะหลากหลายขึ้น

สรุป

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ที่ประกาศใช้ต้องการให้ฝ่ายต่างๆ ส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ การแนะแนวจะนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างดียิ่ง ต่อการพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุตามเป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษา ครูแนะแนวทุกคนจึงเป็นผู้สำคัญที่ช่วยพัฒนาและจัดระบบการแนะแนวให้มีประสิทธิภาพต่อไป


ที่มาข้อมูล : จำรูญ เรืองขจร วารสารวิชาการ ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 2543 กรมวิชาการกระทรวงศึกษาธิการ
จำนวนคนอ่าน 6059 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved