ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

ทฤษฎีใหม่ : การวิเคราะห์แนวคิด
   
ด้วยพระอัจฉริยภาพขององค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถึงแม้ทฤษฎีใหม่จะเป็นทฤษฎีทางเศรษฐกิจและเกษตรกรรมก็ตาม แต่เนื่องด้วยทฤษฎีนี้แฝงไว้ซึ่งแนวคิดที่น่าสนใจ อันเป็นแก่นสำคัญ ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทฤษฎีนี้จึงมีศักยภาพที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในศาสตร์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ จะนำมาประยุกต์ใช้ในทางการศึกษาและเพื่อเห็นแนวทางในการปรับปรุงการศึกษาอย่างชัดเจน ผู้เขียนจึงวิเคราะห์ให้เห็นถึงแนวคิดต่างๆ ที่แฝงอยู่ในทฤษฎีใหม่ ซึ่งพบว่ามีแนวคือหลักที่สำคัญๆ ดังนี้

1. แนวคิดเกี่ยวกับการพึ่งตนเอง ทฤษฎีใหม่เป็นทฤษฎีในการบริหารจัดการที่ดินและน้ำ เพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นทฤษฎีที่ช่วยเกษตรรายย่อยให้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้ได้ผลพอเพียงพอเลี้ยงตนเองได้ เป็นทฤษฎีที่ช่วยให้เกษตรกรแก้ปัญหาการดำรงชีวิตด้วยการพึ่งตัวเอง เลี้ยงตัวเองให้อยู่รอด อยู่ดีมีสุขภาพที่ดี และควรมีความรับผิดชอบในชีวิตและการดำรงชีวิตของตนเอง ซึ่งหากทุกคนถือเป็นความรับผิดชอบ และสามารถเลี้ยงตัวเองให้อยู่รอด อยู่ได้ดี ก็จะไม่เป็นภาระหรือก่อความเดือดร้อนให้คนอื่นและสังคมในที่สุด ในทางตรงข้ามหากบุคคลไม่มีความรับผิดชอบ หรือไม่มีความสามารถในการพึ่งตนเองแล้วก็จะเดือดร้อนถึงผู้อื่น และเป็นปัญหาทางสังคม

ดังนั้น การพึ่งตนเองจึงเป็นการดำรงชีวิตที่เหมาะสมเพราะเป็นชีวิตที่ไม่เบียดเบียนกันและกัน อันเป็นหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญประการหนึ่ง


2. แนวคิดเกี่ยวกับความเป็นอิสรภาพ ทฤษฎีใหม่เป็นทฤษฎีที่มุ่งช่วยเกษตรกรที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่อเกษตรกรรมและความเสียหายของพืชผลอันเนื่องมาจาก ความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศ ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ทำให้เกษตรกรจำเป็นต้องพึ่งคนอื่น และกู้หนี้ยืมสิน ซึ่งนับวันมีแต่เพิ่มขึ้น ความเป็นอยู่ในสภาพชีวิตที่ช่วยตนเอง พึ่งพาตนเองไม่ได้ ต้องคอยพึ่งคนอื่นอยู่เสมอเป็นชีวิตที่ไร้อิสรภาพ อยู่อย่างเป็นไท เป็นชีวิตที่เป็นอิสระ สามารถที่จะอยู่อย่างมีความสุขได้ตามอัตภาพ

3. แนวคิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการ ทฤษฎีใหม่เป็นทฤษฎีที่ว่าด้วยการบริหารจัดการที่ดินและน้ำ โดยอาศัยหลักวิชาการเข้ามาช่วย เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการดำรงชีวิต การบริหารจัดการจึงเป็นทักษะที่สำคัญในการดำรงชีวิต บุคคลที่มีความสารถในการบริหารจัดการในเรื่องใดๆ ก็ย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จในเรื่องนั้นๆ เช่น นักเรียนนักศึกษาที่สามารถบริหารจัดการเกี่ยวกับการเรียนของตน สามารถบริหารเวลาในการอ่านหนังสือ ทำการบ้าน และภารกิจทั้งหลายได้ดี ก็ย่อมมีโอกาสประสบผลสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียน มากกว่าผู้ที่รู้จักการบริหารจัดการที่ดี แต่ทักษะในการบริหารจัดการนี้ ไม่ใช่ทักษะที่เกิดขึ้นง่ายๆ แต่เป็นทักษะที่ต้องอาศัยความสามารถในการคิด การจัดระบบรวมทั้งการฝึกฝนที่เพียงพอ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาจะพบได้ว่า การศึกษาของไทยยังไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เท่าที่ควร

4. แนวคิดเกี่ยวกับการทำงาน การทำงานใดๆ จะให้ได้ผลตามความต้องการนั้น ต้องอาศัยคุณสมบัติหลายประการ เช่น

  • ความขยัน อดทน ไม่ท้อถอย การลงมือทำงานใดๆ จำเป็นต้องอดทน ไม่ท้อถอยและไม่เกียจคร้าน งานจึงจะสำเร็จ ซึ่งในการนำทฤษฎีใหม่ไปใช้ มีข้อแนะนำว่า นอกจากจะต้องดูให้เหมาะสมกับปัจจัยและสิ่งแวดล้อมทั้งหลายแล้ว ผู้ทำยังต้องมีความขยัน และอดทน จึงจะประสบความสำเร็จ


  • ความสามัคคีและการรวมกลุ่มเป็นคุณสมบัติที่จำเป็น ดังปรากฏในทฤษฎีใหม่ ขั้นที่ 2 ที่ให้เกษตรกรรวมพลังกันในรูปกลุ่มหรือสหกรณ์ เพื่อดำเนินงานในด้านต่างๆ โดยชุมชนต้องมีความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันทำนองเดียวกับการ "ลงแขก" แบบดั้งเดิม


  • ความใฝ่รู้ในการแสวงหาและศึกษาข้อมูลและความรู้ในการทำการเกษตรตามทฤษฎีใหม่ได้มีการระบุว่า ควรมีการศึกษาสภาพดิน ปรึกษาเจ้าหน้าที่และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องที่มีความรู้ เพื่อที่จะสามารถทำได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ซึ่งจะทำให้เกิดผลดีต่อไป มิใช่ลงมือทำโดยขาดความรู้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การแสวงหาและการศึกษาข้อมูลและความรู้ต่างๆ เป็นสิ่งที่สำคัญ ในการประกอบการงานทั้งหลายให้ได้ผลดี


  • การอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลในการทำการเกษตรตามทฤษฎีใหม่ เพื่อให้สามารถเลี้ยงตนได้อย่างพอเพียงนั้น มีข้อเสนอแนะว่า ควรมีการเลี้ยงสัตว์ที่เกื้อกูลต่อกัน เช่น เลี้ยงไก่ เป็ด หมู บริเวณขอบสระหรือบริเวณบ้าน เพื่อใช้มูลเป็นอาหารของปลา และปลาเป็นอาหารของคน และอาจขายเป็นรายได้เสริมด้วย การอยู่ด้วยกันอย่างเกื้อกูล จึงเกิดประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย ซึ่งแนวคิดนี้น่าจะเป็นแนวคิดสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ เพราะเป็นแนวคิดที่สามารถช่วยให้โลกเกิดสันติภาพได้
5. แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนา ทฤษฎีใหม่เป็นทฤษฎีที่เป็นไปตามลำดับขั้น คือ เมื่อทำขั้นที่ 1 ได้แล้วก็สามารถจะทำขั้นที่ 2 ได้ ซึ่งจะทำให้ได้ผลที่สมบูรณ์ขึ้นกว่าขั้นที่ 1 และเมื่อทำขั้นที่ 2 ได้แล้วก็สามารถพัฒนาไปทำขั้นที่ 3 ซึ่งจำทำให้ได้ผลมากกว่าขั้นที่ 2 ทฤษฎีนี้เป็นทฤษฎีที่เหมาะสมกับธรรมชาติมนุษย์ ซึ่งเป็นผู้มีศักยภาพที่จะพัฒนาขึ้นไปได้เรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด หากบุคคลตระหนักถึงศักยภาพนี้ ก็จะเป็นพลังผลักดันให้ตนเองมีการพัฒนาขึ้นไปได้เรื่อยๆ

6. แนวคิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมและความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทฤษฎีนี้ให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของชุมชน สังคม และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ดังจะเห็นได้จากขั้นที่ 2 ของทฤษฎีใหม่ ที่เริ่มใช้เกษตรกรรวมกลุ่มกันพัฒนางานในแต่ละด้าน เช่น ด้านผลผลิต ด้านการตลาด สวัสดิการ การศึกษา เป็นต้น และขั้นที่ 3 การติดต่อประสานงานเพื่อจัดหาทุนจากธนาคารบริษัทเอกชนต่างๆ มาช่วยกันลงทุนและพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมทั้ง ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการ องค์กรเอกชน ตลอดจนสมาชิกในชุมชนนั้นๆ แสดงให้เห็นว่า การได้รับความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของกลุ่มคนยิ่งมาก ยิ่งกว้าง ก็จะยิ่งทำให้ระดับการพัฒนายิ่งสูงหรืออีกนัยหนึ่ง กล่าวได้ว่า การพัฒนาจะทำได้มากน้อยของการมีส่วนร่วมของสมาชิกในสังคม/ชุมชน นั้น

7. แนวคิดเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ทฤษฎี การนำทฤษฎีใดๆ ไปใช้นั้นต้องให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและปัจจัยต่างๆ ดังพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2538 ณ ศาลาดุสิดาลัย ซึ่งมีความตอนหนึ่งว่า

"...การทำตามทฤษฎีใหม่นี้ มิใช่ของง่ายๆ แล้วแต่ที่ แล้วแต่โอกาส แล้วแต่งบประมาณ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ประชาชนทราบถึงทฤษฎีใหม่อย่างกว้างขวาง และแต่ละคนก็อยากได้ ให้ทางราชการขุดสระแล้วช่วย แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ง่ายนัก บางแห่งขุดสระแล้วไม่มีน้ำ แม้จะมีฝน น้ำก็อยู่ไม่ได้ เพราะมันรั่ว หรือบางทีก็เป็นที่ที่รับนำไม่ได้ ทฤษฎีใหม่นี้จึงต้องมีพื้นที่ที่เหมาะสมด้วย..."

และหากสภาพภูมิประเทศไม่เหมาะ ทำทฤษฎีใหม่ไม่ได้ ก็ต้องหาหนทางอื่น ที่เหมาะสมต่อไปแล้ว ก็ไม่ควรปรับเปลี่ยนมาทำทฤษฎีใหม่ ดังนั้น การประยุกต์ใช้ความรู้ใดๆ จึงต้องดูให้เหมาะสมกับความต้องการ ความจำเป็น สภาพแวดล้อมและปัจจัยต่างๆ มิใช่เห็นแต่ว่าเป็นทฤษฎีที่ได้รับความนิยมก็จะลงมือทำ

แนวคิดทั้ง 7 ประการนี้เมื่อนำมาประกอบกันแล้ว พบว่ามีแก่นสาระที่เป็นหลักสำคัญอยู่ 4 ประการ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่า ประเด็นสำคัญทั้ง 4 ประการนั้น กลายเป็นกระบวนการที่จำเป็นอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตหรือดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในชีวิต กระบวนการดังกล่าวคือ

  1. พึ่งตนเอง

  2. การทำงานและการแก้ปัญหา

  3. การแสวงหาความรู้และข้อมูล

  4. การพัฒนาตนเองและคุณภาพชีวิต
กระบวนการทั้ง 4 สามารถแสดงในรูปแผนภูมิได้ดังนี้


(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
กระบวนการพึ่งตนเองเพื่อการพัฒนา : แนวคิดประยุกต์จากทฤษฎีใหม่



ที่มาข้อมูล : รองศาสตราจารย์ กร. ทัศนา แขมมณี ภาควิชาประถมศึกษา คณะคุศาสตร์ จุฬาลงณ์มหาวิทยาลัย และภาคสมาชิก สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง ราชบัณฑิตยสถาน
จำนวนคนอ่าน 7034 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved