ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

การสอนซ่อมเสริมโดยวิธีเพื่อนสอนเพื่อน : พี่สอนน้อง
   

อนาคต ของประเทศไทยขึ้นอยู่กับเด็ก และเยาวชนในวันนี้ เพราะในโลกยุคใหม่การแข่งขันขึ้นอยู่กับความรู้และความสามารถของคนในชาติ โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่ใช้ความรู้เป็นฐาน (Knowledge - based Economy) ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องปฏิรูปการเรียนรู้โดยเร็วที่สุด เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของเยาวชนให้สามารถคิดเป็น ทำเป็น มีทักษะในการจัดการ มีคุณธรรมและค่านิยมที่ดี และรักการแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง (รุ่ง แก้วแดง : 2543) ในการจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ

จากการประเมินผลในระดับสถานศึกษา และในระดับชาติ พบว่า ผู้เรียนมีความรู้ในระดับต่ำ อ่านไม่ได้เขียนไม่ถูก คิดวิเคราะห์ไม่เป็น ยิ่งมีการกล่าวว่าไม่ควรให้เด็กซ้ำชั้น ทำให้ครูต้องปล่อยเด็กเลื่อนชั้นไปโดยที่เด็กไม่พร้อมที่จะเรียน จึงเป็นสาเหตุให้เกิดความบกพร่องในการเรียนรู้สะสมยิ่งขึ้นไป อย่างไรก็ตามในกรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานการเรียนรู้ของกลุ่มสาระต่างๆ ในหลักสูตรใหม่ระบุให้เป็นหน้าที่ของสถานศึกษาต้องจัดให้มีการเรียนการสอนซ่อมเสริมและจัดให้มีการประเมินผลการเรียนรู้ด้วย

การสอนซ่อมเสริม (Remedial Teaching) เป็นวิธีสอนที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้แก้ไขข้อบกพร่องของตนเอง และเสริมทักษะความสามารถให้ดีขึ้น



เกิดจากสาเหตุหลัก 3 ประการคือ ตัวครู ตัวเด็ก และสื่อการเรียนรู้ ดังนี้

ปัญหาจากตัวครู เช่น

  1. ครูบางคนมีงานอื่นมากเกินไป และต้องทำเร่งด่วน ทำให้ไม่มีเวลาสอนเต็มที่

  2. บางคนต้องไปประชุมอบรมบ่อยครั้ง ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องการจัดการเรียนการสอนโดยตรง

  3. โรงเรียนมีกิจกรรมมาก และแต่ละกิจกรรมต้องใช้เวลามาก ตั้งแต่ขั้นเตรียมงาน วันงานและการจัดเก็บให้เรียบร้อย

  4. ขาดการศึกษา หรือวิเคราะห์ผู้เรียนอย่างจริงจัง และเป็นระบบ

  5. ไม่สามารถออกแบบการเรียนรู้ที่มีคุณภาพขาดความผลิตนวัตกรรม หรือสื่อที่จะนำไปแก้ปัญหาที่สอดคล้องกับจุดบกพร่องของผู้เรียน
ปัญหาจากตัวนักเรียน เช่น

  1. ขาดความขยัน ความสนใจ และความรับผิดชอบต่อการเรียน

  2. ความคิด และระดับสติปัญญาต่ำ ระบบความจำเป็นและการเรียนรู้ไม่ดี

  3. มีปัญหาด้านทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน

  4. สภาพเศรษฐกิจ สังคม และปัญหาภายในครอบครัว
ปัญหาจากสื่อการเรียนรู้ เช่น

  1. สื่อขาดแคลนและไม่พอเพียง

  2. สื่อไม่มีคุณภาพ และน่าสนใจที่จะส่งเสริมการเรียนรู้


  1. ช่วยให้นักเรียนที่มีความรู้พื้นฐานต่ำมีความรู้สูงขึ้น

  2. ช่วยให้นักเรียนที่เรียนช้ามีความเข้าใจทัดเทียมกับนักเรียนคนอื่นๆ

  3. ช่วยให้นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินผลการเรียนรู้มีความรู้เพียงพอที่จะสอบผ่านรายวิชานั้นๆ

  4. ช่วยให้นักเรียนที่สามารถผ่านการประเมินแต่มีการเรียนรู้ในระดับที่ไม่น่าพอใจ ได้พัฒนาตน
  5. เองอย่างเต็มความสามารถ

  6. ช่วยให้นักเรียนที่มีความสามารถดี สามารถพัฒนาตนเองเข้าสอบแข่งขันในระดับต่างๆ ได้


  1. ครูต้องวิเคราะห์ปัญหาของผู้เรียนเป็นรายคน โดยวิธีการวินิจฉัยตามผลการเรียนรู้ หรือสาระของวิชานั้นๆ เพื่อนำมาวางแผนการสอนและผลิตสื่อ

  2. ครูต้องรู้ข้อบกพร่องของนักเรียน และรู้วิธีแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี

  3. การสอนซ่อมเสริม ต้องเริ่มจากความรู้พื้นฐาน หรือเนื้อหาย่อยๆ ไปสู่เนื้อหาใหญ่เป็นระบบ

  4. ในการสอนควรใช้สื่อการเรียนรู้ แบบฝึกและวิธีการสอนที่เหมาะสมกับความสามารถและความสนในของนักเรียน

  5. ต้องมีการติดตามและประเมินผลอย่างสอดคล้องกับจุดบกพร่องที่ซ่อมเสริม ให้กำลังใจและเสริมแรง


  1. การสอนโดยครู แบบตัวต่อตัว เหมาะกับนักเรียนที่มีความบกพร่องไม่มาก หรือนักเรียนในชั้นเล็กๆ

  2. การสอนเป็นกลุ่มย่อย ในกรณีที่นักเรียนมีความบกพร่องเหมือนๆ กัน กลุ่มหนึ่งประมาณ 3-5 คน

  3. เพื่อนสอนเพื่อน ครูจะคัดเลือกนักเรียนที่เก่งช่วยสอนนักเรียนที่เรียนอ่อน อาจจะสอนตัวต่อตัวหรือเป็นกลุ่มก็ได้

  4. พี่สอนน้อง เป็นการนำนักเรียนรุ่นพี่ที่มีความสามารถและผลการเรียนที่ดี มาช่วยสอนนักเรียนรุ่นน้องที่เรียนอ่อน หรือช่วยสอนเนื้อหาใหม่ก็ได้

  5. การสอน โดยการศึกษาด้วยตนเอง จากสื่อ IT วีดีทัศน์ และชุดการเรียนต่างๆ
หน้าถัดไป

ที่มาข้อมูล : สุกัน เทียนทอง วารสานวิชาการ ปีที่ 9 ฉบับที่ 1 มกราคม - มีนาคม 2549 กระทรวงศึกษาธิการ
จำนวนคนอ่าน 10668 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved