ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | สหกรณ์เพื่อนครู

:: สหกรณ์เพื่อนครู
ระเบียบ ว่าด้วยเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร (นครสวรรค์)
   

ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครสวรรค์ จํากัด
ว่าด้วย
เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร
พ.ศ.2544

........................................

อาศัยอํานาจตามความในข้อบังคับของสหกรณ์ ข้อ 67 (9) ข้อ 94 (10) และมติที่ประชุมคณะกรรมการดําเนินการ ครั้งที่ 9/2544 วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2544 ได้กําหนดระเบียบว่าด้วยเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร ดังต่อไปนี้

ข้อ 1.
ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครสวรรค์ จํากัด ว่าด้วยเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร พ.ศ.2544”
ข้อ 2.
ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2544 เป็นต้นไป
ข้อ 3.

ให้ยกเลิกบรรดาประกาศ มติที่ประชุมคณะกรรมการดําเนินการ ระเบียบอื่นใดที่มีอยู่ก่อนวันใช้ระเบียบนี้ ซึ่งมีข้อกําหนดขัดแย้งกับระเบียบนี้ ทั้งสิ้น และใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อ 4.
ในระเบียบนี้
“สถานศึกษาของทางราชการ” หมายถึง
 
  1. มหาวิทยาลัย หรือสถาบันอุดมศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่น ในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย
  2. วิทยาลัยในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือสังกัดส่วนราชการอื่นที่ ก.พ.รับรองคุณวุฒิ
  3. โรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาลัย วิทยาลัย กรุงเทพมหานคร เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น
  4. โรงเรียนในสังกัดส่วนราชการอื่น หรือองค์การของรัฐบาลที่ ก.พ. รับรองคุณวุฒิ
“สถานศึกษาของเอกชน” หมายถึง
 
  1. วิทยาลัยตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ซึ่งจัดหลักสูตรระดับอนุปริญญาหรือเทียบ เท่า แยกต่างหากจากปริญญาตรี
  2. วิทยาลัยตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ซึ่งจัดหลักสูตรระดับอนุปริญญาหรือเทียบ เท่า แยกต่างหากจากปริญญาตรี
  3. โรงเรียนตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2525 ตามมาตรา 25 (1)

“เงินบํารุงการศึกษา” หมายความว่า เงินประเภทต่างๆ ที่สถานศึกษาของทางราชการเรียกเก็บตามอัตราที่ได้รับ อนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการส่วนราชการเจ้าสังกัด มหาวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร เทศบาล องค์การบริหาร ส่วนจังหวัด หรือองค์การของรัฐบาล

“เงินค่าเล่าเรียน” หมายความว่า เงินค่าธรรมเนียมการเรียน หรือค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งสถานศึกษาของเอกชน เรียกเก็บตามอัตราที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการหรือทบวงมหาวิทยาลัย

“บุตร” หมายความว่า บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีอายุไม่เกินยี่สิบห้าปีในวันที่ 1 พฤษภาคม ของทุกปี แต่ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม ละบุตรซึ่งเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของสหกรณ์ได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น

“ปีการศึกษา” หมายความว่า ปีการศึกษาที่กําหนดโดยกระทรวงศึกษาธิการทบวงมหาวิทยาลัย ส่วนราชการ เจ้าสังกัด มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร เทศบาล องค์การบริการส่วนจังหวัด หรือ องค์การของรัฐบาล

 
ข้อ 5.
ให้เจ้าหน้าที่และลูกจ้างสหกรณ์ มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตรตามระเบียบนี้ได้เพียงคนที่หนึ่งถึงคน ที่สาม การนับลําดับบุตรคนที่หนึ่งถึงคนที่สาม ให้นับตามลําดับการเกิดก่อนหลัง ทั้งนี้ ไม่ว่าเป็นบุตรที่เกิดจาก การสมรสครั้งใด หรืออยู่ในอํานาจปกครองของตนหรือไม่ ในกรณีมีบุตรยังไม่ถึง 3 คน ต่อมามีบุตรแฝด ซึ่งทําให้จํานวนบุตรเกิน 3 คน ให้มี สิทธิเบิกเงินช่วยเหลือการศึกษาของบุตรได้สําหรับคนที่ 1 ถึงคนสุดท้าย
เจ้าหน้าที่และลูกจ้างสหกรณ์ผู้ใดมีบุตรเกินสามคน และต่อมาบุตรซึ่งได้ใช้สิทธิรับเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร ตามระเบียบนี้ คนใดคนหนึ่งในจํานวนสามคนตามวรรคหนึ่งนั้น ตายลงก่อนมีอายุครบยี่สิบห้าปีบริบูรณ์ ก็ให้ ้เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างผู้นั้น มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือการศึกษาของบุตรเพิ่มขึ้นอีกเท่าจํานวนบุตรที่ตายนั้น โดยให้นับ บุตรคนที่อยู่ลําดับถัดไปก่อน
ข้อ 6.
การจ่ายเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ประเภทและอัตราดังต่อไปนี้
 
  1. บุตรที่ศึกษาในสถานศึกษาของทางราชการ ในหลักสูตรระดับไม่สูงกว่าอนุปริญญาหรือเทียบเท่าและหลัก สูตรนั้นแยกต่างหากจากหลักสูตรปริญญาตรี ให้ได้รับเงินบํารุงการศึกษาเต็มจํานวนที่ไดจ่ายไปจริง แต่ทั้ง นี้ต้องไม่เกินประเภทและอัตราที่กระทรวงการคลังกําหนดสําหรับข้าราชการโดย อนุโลม
  2. บุตรที่ศึกษาในสถานศึกษาของเอกชน ในหลักสูตรไม่สูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ให้ได้ รับเงิน ค่าเล่าเรียนเต็มจํานวนที่ได้จ่ายไปจริง แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินประเภทและอัตราที่ กระทรวงการคลัง กําหนด สําหรับ ข้าราชการโดยอนุโลม
  3. บุตรที่ศึกษาในสถานศึกษาของเอกชน ในหลักสูตรระดับสูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือ เทียบเท่า แต่ ไม่สูง กว่าอนุปริญญาหรือเทียบเท่า และหลักสูตรนั้นแยกต่างหากจากหลักสูตร ปริญญาตรี ให้ได้รับเงินค่า เล่าเรียน ตามประเภทและอัตราที่กระทรวงการคลังกําหนดสําหรับ ข้าราชการ โดยอนุโลม แต่ทั้งนี้ต้อง ไม่เกินครึ่งหนึ่ง ของจํานวนที่ได้จ่ายไปจริง
ข้อ 7.
เจ้าหน้าที่และลูกจ้างผู้ใดมีคู่สมรสเป็นผู้ปฏิบัติงานอยู่ในรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานหรือสหกรณ์อื่นใด หรือเป็นข้า ราชการ หรือลูกจ้างประจําซึ่งมีสิทธิและเป็นผู้เบิกรับเงินช่วยเหลือค่าบํารุงการศึกษา และหรือเงินช่วยเหลือค่า เล่าเรียน สําหรับบุตรจากรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานดังกล่าว เจ้าหน้าที่และลูกจ้างผู้นั้นไม่มีสิทธิได้รับการช่วย เหลือ เงินบํารุง การศึกษาหรือเงินค่าเล่าเรียนสําหรับบุตรของตนตามระเบียบนี้ เว้นแต่สิทธิที่คู่สมรสได้รับนั้น ต่ำกว่า ที่พึงจะได้รับตาม ระเบียบนี้ ในกรณีเช่นนี้ให้มีสิทธิเบิกเพิ่มเติมได้เท่าจํานวนที่ยังขาดอยู่
ข้อ 8.
ในกรณีที่เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างผู้ใดมีคู่สมรสเป็นเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของสหกรณ์ด้วยกันให้ คู่สมรสที่มีรายได้สูง กว่าเป็นผู้มีสิทธิรับการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ ข้อ 5 หรือข้อ 7 แล้วแต่กรณี ถ้ามีรายได้เท่ากันให้สามีเป็นผู้เบิก
ถ้าคู่สมรสหย่าขาดจากกัน หรือแยกกันอยู่โดยยังไม่ได้ดําเนินการหย่าตามกฎหมาย ให้คู่สมรสที่ปกครองบุตร มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือตามระเบียบนี้ ตามจํานวนบุตรที่อยู่ในอํานาจปกครองของตน
ข้อ 9.

ในกรณีที่เจ้าหน้าที่และลูกจ้างต้องการใช้สิทธิเบิกเงินกับสหกรณ์ ให้เจ้าหน้าที่และลูกจ้างนํา ใบเสร็จรับเงิน บํารุงการศึกษาและเงินค่าเล่าเรียนที่เบิกได้ตามระเบียบนี้ มาขอเบิกจากสหกรณ์

ข้อ 10.
ให้ผู้จัดการพิจารณาว่า การขอเบิกเงินตามใบเสร็จรับเงินนั้นถูกต้องตามระเบียบหรือไม่และจะจ่ายได้เพียงใด แล้วรีบเสนอให้ประธานกรรมการเป็นผู้อนุมัติสั่งจ่าย
ข้อ 11.

ให้ประธานกรรมการ เป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ที่มาข้อมูล : สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครสวรรค์ จํากัด
จำนวนคนอ่าน 545 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved