ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | แผนการสอน
   

:: แผนการสอน วิชา วิทยาศาสตร์ ระดับชั้น ม.2
โลกของเรา (ม.2 แผน 32)
   
หัวข้อ :
ทรัพยากรดิน, สมบัติของดิน (2-3 ชั่วโมง)

สาระสำคัญ :
ดิน เป็นทรัพยากรธรรมชาติ มีต้นกำเนิดจากอินทรียสารและอนินทรียสาร มีดังนี้

  1. ฮิวมัส เป็นซากพืชซากสัตว์ที่เน่าเปื่อยย่อยสลายปนอยู่ในดินมีสีน้ำตาลดำ มีสารอาหารที่พืชต้องการ เราจึงไม่ควรเผาหญ้า ใบไม้ หรือกิ่งไม้ ควรนำไปหมักในบ่อเพื่อให้เกิดการสลายกลายเป็นดินต่อไป เป็นการคืนแร่ธาตุให้กับดินตามธรรมชาติ


  2. หินและแร่ธาตุ การแตกสลายของหินและแร่ธาตุเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนเกิดเป็นต้นกำเนิดดินในที่สุด เมื่อฮิวมัสกับวัตถุต้นกำเนิดดินคลุกเคล้าผสมปนกัน โดยมีจุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตในดินช่วยย่อยสลายกลายเป็นดิน


ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง :
อธิบาย ทดลองเกี่ยวกับทรัพยากรดิน สมบัติบางประการของดินได้

สาระการเรียนรู้ :
ดิน เป็นทรัพยากรธรรมชาติ มีต้นกำเนิดจากอินทรียสารและอนินทรียสาร ดังนี้

  1. ฮิวมัส เป็นซากพืชซากสัตว์ที่เน่าเปื่อยย่อยสลายปนอยู่ในดินมีสีน้ำตาลดำ มีสารอาหารที่พืชต้องการ เราจึงไม่ควรเผาหญ้า ใบไม้ หรือกิ่งไม้ ควรนำไปหมักในบ่อเพื่อให้เกิดการสลายกลายเป็นดินต่อไป เป็นการคืนแร่ธาตุให้กับดินตามธรรมชาติ


  2. หินและแร่ธาตุ การแตกสลายของหินและแร่ธาตุเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนเกิดเป็นต้นกำเนิดดินในที่สุด เมื่อฮิวมัสกับวัตถุต้นกำเนิดดินคลุกเคล้าผสมปนกัน โดยมีจุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตในดินช่วยย่อยสลายกลายเป็นดิน ดังแผนภาพ

สมบัติของดิน

สมบัติของดินเป็นสมบัติเฉพาะที่จำแนกประเภทของดินออกจากกันได้ เช่น ลักษณะความหยาบ ความละเอียดของเนื้อดิน ความพรุน สีของดิน ความเป็นกรด – เบสของดิน เป็นต้น

ลักษณะของเนื้อดิน มีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากมีส่วนประกอบเป็นวัตถุต้นกำเนิดดินที่แตกต่างกัน ประเภทของดินแบ่งตามลักษณะของเนื้อดินได้ดังนี้

  1. ดินทราย จะมีขนาดอนุภาคใหญ่ มีความพรุนมาก ไม่อุ้มน้ำ น้ำซึมผ่านได้ง่าย และอากาศถ่ายเทได้สะดวก


  2. ดินเหนียว มีขนาดอนุภาคเล็กละเอียด และยึดติดกันเป็นก้อน ทำให้เนื้อดินแน่น อุ้มน้ำได้ดี น้ำซึมผ่านยาก และอากาศถ่ายเทได้ไม่สะดวก


  3. ดินร่วน มีขนาดอนุภาคอยู่ระหว่างดินเหนียวกับดินทราย มีความพรุนปานกลาง มีความชื้นพอเหมาะ อากาศถ่ายเทได้พอสมควร อุ้มน้ำ เหมาะแก่การเพาะปลูกพืช
สีของดิน มีความแตกต่างกัน เนื่องจากวัตถุต้นกำเนิดดินและสิ่งเจือปนในดิน เช่น

  • ดินที่มีอินทรีย์ปะปนอยู่มาก เป็นดินที่มีสีดำ หรือสีคล้ำ


  • ดินที่มีสีแดง เป็นดินที่มีอายุมาก หรือผ่านการสลายตัวอย่างรุนแรง ดินประเภทนี้จะมีการระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้ดี


  • ดินที่มีสีเขียวปนน้ำเงิน เป็นดินที่มีธาตุเหล็กเป็นสารประกอบ
นอกจากลักษณะของดินและโครงสร้างของเม็ดดินแล้ว ยังมีสมบัติของดินอีกประการหนึ่ง คือ ค่าความเป็นกรด - เบสหรือค่า pH ของดิน นั่นเอง


กระบวนการจัดการเรียนรู้ :
  1. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนเรื่อง ทรัพยากรแร่ ที่เรียนผ่านมาได้ว่า แร่ คือ ธาตุหรือสารประกอบอนินทรีย์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในรูปของผลึก แร่ต่างชนิดกันจะมีรูปผลึกต่างกัน สมบัติทางเคมีและสมบัติทางกายภาพต่างกัน แหล่งแร่ธาตุที่มีประโยชน์เรียกว่า “แหล่งแร่” และกลุ่มที่นำมาถลุงแยกโลหะออกมาใช้ประโยชน์ได้เรียกว่า “สินแร่” แร่ที่รวมตัวอยู่กับหินเรียกว่า “แร่ประกอบหิน”


    สมบัติของแร่


    ชนิดของแร่


    ตารางแสดงแหล่งแร่ในประเทศไทย



  2. จากนั้นครูอธิบายต่อไปว่า นอกจากนี้ในประเทศไทยเรายังมีทรัพยากรที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ ทรัพยากรดิน ซึ่งดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติ มีต้นกำเนิดจากอินทรียสารและอนินทรียสาร มีดังนี้

    ฮิวมัส เป็นซากพืชซากสัตว์ที่เน่าเปื่อยย่อยสลายปนอยู่ในดินมีสีน้ำตาลดำ มีสารอาหารที่พืชต้องการ เราจึงไม่ควรเผาหญ้า ใบไม้ หรือกิ่งไม้ ควรนำไปหมักในบ่อเพื่อให้เกิดการสลายกลายเป็นดินต่อไป เป็นการคืนแร่ธาตุให้กับดินตามธรรมชาติ

    หินและแร่ธาตุ การแตกสลายของหินและแร่ธาตุเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนเกิดเป็นต้นกำเนิดดินในที่สุด เมื่อฮิวมัสกับวัตถุต้นกำเนิดดินคลุกเคล้าผสมปนกัน โดยมีจุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตในดินช่วยย่อยสลายกลายเป็นดิน


  3. นักเรียนดูแผนภาพ จุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตในดินช่วยย่อยสลายทำให้วัตถุผสมกลายเป็นดิน


  4. ครูอธิบายต่อไปเกี่ยวกับสมบัติของดินที่นักเรียนควรรู้จัก สมบัติของดินเป็นสมบัติเฉพาะที่จำแนกประเภทของดินออกจากกันได้ เช่น ลักษณะความหยาบ ความละเอียดของเนื้อดิน ความพรุน สีของดิน ความเป็นกรด – เบสของดิน เป็นต้น


  5. นักเรียนจะศึกษาสมบัติของดินได้จากการทำกิจกรรม เรื่อง ความพรุนของดินร่วนกับดินเหนียว โดยนักเรียนแบ่งกลุ่มทดลองกลุ่มละ 6-8 คน (ตามความเหมาะสม) ตามขั้นตอนการทดลอง เรื่อง ความพรุนของดินร่วนกับดินเหนียว ต่อไปนี้


  6. บักทึกผลการทดลอง และตอบคำถามท้ายการทดลอง ลงในใบกิจกรรม เรื่อง ความพรุนของดินร่วนกับดินเหนียว ส่งครู


  7. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการทดลองที่ได้ เพื่อหาข้อสรุปได้ว่า

    • “ในเวลาเท่ากัน น้ำจะซึมผ่านดินร่วนได้มากกว่าดินเหนียว


    • ดินร่วนมีความพรุนมากกว่าดินเหนียว ซึ่งการเพิ่มความพรุนในดินนั้น ทำได้โดยการพรวนดิน”

  8. จากนั้นนักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติมว่า ดินมีลักษณะของเนื้อดิน ที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากมีส่วนประกอบเป็นวัตถุต้นกำเนิดดินที่แตกต่างกัน ประเภทของดินแบ่งตามลักษณะของเนื้อดินได้ ดังนี้

    ดินทราย จะมีขนาดอนุภาคใหญ่ มีความพรุนมาก ไม่อุ้มน้ำ น้ำซึมผ่านได้ง่าย และอากาศถ่ายเทได้สะดวก

    ดินเหนียว มีขนาดอนุภาคเล็กละเอียด และยึดติดกันเป็นก้อน ทำให้เนื้อดินแน่น อุ้มน้ำได้ดี น้ำซึมผ่านยาก และอากาศถ่ายเทได้ไม่สะดวก

    ดินร่วน มีขนาดอนุภาคอยู่ระหว่างดินเหนียวกับดินทราย มีความพรุนปานกลาง มีความชื้นพอเหมาะ อากาศถ่ายเทได้พอสมควร อุ้มน้ำ เหมาะแก่การเพาะปลูกพืช


  9. จากนั้นสิ่งที่แตกต่างกันอีก คือ สีของดิน เนื่องจากวัตถุต้นกำเนิดดินและสิ่งเจือปนในดิน เช่น

    ดินที่มีอินทรีย์ปะปนอยู่มาก เป็นดินที่มีสีดำ หรือสีคล้ำ

    ดินที่มีสีแดง เป็นดินที่มีอายุมาก หรือผ่านการสลายตัวอย่างรุนแรง ดินประเภทนี้จะมีการระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้ดี

    ดินที่มีสีเขียวปนน้ำเงิน เป็นดินที่มีธาตุเหล็กเป็นสารประกอบ


  10. ครูอธิบายต่อไปเพื่อให้นักเรียนทราบถึงสมบัติของดินยิ่งขึ้นว่า นอกจากลักษณะของดินและโครงสร้างของเม็ดดินแล้ว ยังมีสมบัติของดินอีกประการหนึ่ง คือ ค่าความเป็นกรด – เป็นเบสหรือค่า pH ของดินนั่นเอง


  11. นักเรียนทดลอง เรื่อง ความเป็นกรด - เบสของดิน ต่อไปนี้


  12. นักเรียนบันทึกผลการทดลอง และตอบคำถามท้ายการทดลองในใบกิจกรรม เรื่อง ความเป็นกรด-เบสของดิน และสรุปผลการทดลองลงในสมุดจดบันทึกส่งครู


  13. ครูสรุป ถึงสมบัติของดินให้นักเรียนฟัง และให้นักเรียนศึกษา ค่าความเป็นกรด – เบสหรือค่า pH ของดิน เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามความรู้ความเข้าใจ


สื่อและแหล่งการเรียนรู้ :
  1. แผนภาพ จุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตในดิน


  2. ขั้นตอนการทำกิจกรรม เรื่อง ความพรุนของดินร่วนกับดินเหนียว


  3. ใบกิจกรรม เรื่อง ความพรุนของดินร่วนกับดินเหนียว


  4. ขั้นตอน การทำกิจกรรม เรื่อง ความเป็นกรด - เบสของดิน


  5. ใบกิจกรรม เรื่อง ความเป็นกรด - เบสของดิน


  6. ค่าความเป็นกรด – เบสหรือค่า pH ของดิน


การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ :
การวัดผล
การประเมินผล
1. สังเกตการร่วมอภิปรายในชั้นเรียน
1. .........................................................
2. สังเกตการทำกิจกรรม
2. .........................................................
3. ตรวจใบกิจกรรม 3. .........................................................


ที่มาข้อมูล :
  • สสวท.หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ช่วงชั้นที่ 3 (ชั้น ม.2)

  • www.myfirstbrain.com
จำนวนคนอ่าน 6998 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved