ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | แผนการสอน
   

:: แผนการสอน วิชา วิทยาศาสตร์ ระดับชั้น ม.2
โลกของเรา (ม.2 แผน 27)
   
หัวข้อ :
การทดลอง เรื่องการกร่อนเนื่องจากกระแสลม, การพัดพาและการทับถม

สาระสำคัญ :
ผลกระทบจาการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก มีดังนี้

  1. เกิดภูเขา เนื่องจากการชนกันทำให้เกิดแรงดัน แผ่นเปลือกโลกบางส่วนถูกแรงดันดันจนโค้งขึ้น กลายเป็นภูเขา เช่น การชนกันของแผ่นยูเรเซียกับแผ่นออสเตรเลีย แผ่นยูเรเซียถูกดันให้โค้งตัวขึ้นเป็นเทือกเขาหิมาลัยที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย


  2. แผ่นเปลือกโลกบางส่วนหายไป เมื่อมีการชนกันของแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่น แผ่นที่ 1 จะซ้อนอยู่บนด้านบน ส่วนอีกแผ่นหนึ่งจะมุดซ้อนอยู่ด้านล่าง ดังเช่น การชนกันของแผ่นยูเรเซียแผ่นออสเตรเลีย พบว่า แผ่นยูเรเซียที่ซ้อนอยู่ด้านบนจะดันให้โค้งตัวขึ้น ขณะเดียวกันแผ่นออสเตรเลียจะมุดซ้อนอยู่ด้านล่าง จึงทำให้เปลือกโลกบางส่วนของแผ่นออสเตรเลียหายไป เนื่องจากไปมุดอยู่ใต้แผ่นยูเรเซียลงไปถึงชั้นแมนเทิล และได้รับความร้อนจากแก่นโลกจึงหลอมเหลวเป็นหินหนืดอยู่ใต้เปลือกโลก


  3. การเกิดแผ่นดินไหว เมื่อแผ่นเปลือกโลกเกิดการเคลื่อนที่แยกออกจากกัน เคลื่อนที่เข้าชนกันหรือเคลื่อนที่สวนทางกัน บริเวณขอบของแผ่นเปลือกโลกจึงเกิดการสั่นสะเทือน ทำให้เกิดแผ่นดินไหว


ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง :
  1. อธิบาย อภิปรายและทดลอง เรื่องการกร่อนเนื่องจากกระแสลมได้


  2. อธิยาย และอภิปรายการพัดพาและการทับถมของตะกอนในรูปต่างๆ ได้


สาระการเรียนรู้ :
การกร่อน เป็นกระบวนการที่ทำให้สารที่เป็นองค์ประกอบของเปลือกโลกหลุดออกหรือสลายตัวไปจากผิวโลก เช่น กระแสน้ำกัดเซาะเปลือกโลกให้พังทลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย พัดพาให้เคลื่อนไปตามแนวทางน้ำไหล เมื่อฝนตกน้ำไหลบ่าลงสู่ที่ต่ำตามแรงโน้มถ่วงของโลกเกิดการกัดเซาะผิวหน้าดิน แล้วพัดพาไปทับถมภูมิประเทศที่มีพื้นที่ต่ำกว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดการกัดกร่อนมีดังนี้

  1. การกร่อนของเปลือกโลกเนื่องจากกระแสน้ำ การกัดเซาะของกระแสน้ำเกิดบริเวณริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง ลำธาร เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ ซึ่งมีผลทำให้เปลือกโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง


  2. การกร่อนของเปลือกโลกเนื่องจากปฏิกิริยาเคมี เกิดจากน้ำฝนละลายแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ออกไซด์ของไนโตรเจน แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในอากาศ ทำให้เกิดฝนกรดไปกัดกร่อนเปลือกโลกให้ผุพัง


  3. การกัดกร่อนเปลือกโลกเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ทำให้เกิดการกัดกร่อนของเปลือกโลกได้ เนื่องจากอุณหภูมิของอากาศทำให้เปลือกโลกเกิดการขยายตัวและหดตัว ถ้าการขยายตัวของหินชั้นในกับหินชั้นนอกไม่เท่ากันอาจทำให้หินเกิดการแตกร้าวได้ และในบางครั้งน้ำในโพรงก้อนหินกลายเป็นน้ำแข็ง อาจทำให้เกิดการขยายตัวดันให้ก้อนหินแตกเป็นชิ้นเล็กๆ ได้


  4. การกัดกร่อนเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก ในธรรมชาติแรงโน้มถ่วงของโลกจะพยายามดึงดูดสิ่งต่างๆ ให้ตกลงสู่พื้นผิวโลก และดึงดูดวัตถุให้เกิดการเคลื่อนที่จากที่สูงลงสู่ที่ต่ำกว่า เรียกว่า “ธารน้ำแข็ง” ขณะเคลื่อนที่ก้อนน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่และมีมวลมากจะกระแทกและขัดสีกับก้อนหินในลำธาร ทำให้เปลือกโลกเกิดการกัดกร่อนได้


  5. การกัดกร่อนเนื่องจากกระแสลม เช่น บริเวณที่ราบสูง ทะเลทราย ภูเขาสูงซึ่งได้รับอิทธิพลจากกระแสลมเป็นประจำ กระแสลมจะทำให้เปลือกโลกเกิดการกัดกร่อนได้เช่นกัน





ตะกอนที่เกิดจากการสึกกร่อนผุพัง ด้วยอิทธิพลของกระแสน้ำ ปฏิกิริยาเคมี ความร้อน และกระแสลมจะถูกพัดพาไปด้วยความแรงของกระแสน้ำหรือกระแสลม เมื่อความแรงลดลงจะเกิดการทับถมของตะกอนที่พัดพามา

การเกิดการทับถมของตะกอน ตะกอนจะทับถมกันเป็นชั้นๆ ตะกอนที่มีขนาดใหญ่จะถูกพัดพาไปตกที่ใกล้ ส่วนตะกอนที่มีขนาดเล็กจะถูกพัดพาไปตกที่ไกล การทับถมของตะกอนมีลักษณะแตกต่างกันไปตามลักษณะของภูมิประเทศและกระแสน้ำที่พัดผ่าน ดังนี้

  1. การทับถมของตะกอนรูปพัด เกิดจากกระแสน้ำไหลจากภูเขาตกลงสู่ที่ราบต่ำกว่า มีร่องน้ำ ขนาดใหญ่กว่าร่องน้ำเดิมมาก ทำให้เกิดการทับถมของตะกอนรูปพัด


  2. การทับถมของตะกอนรูปดินดอนสามเหลี่ยม เกิดจากการทับถมของตะกอนที่บริเวณปากแม่น้ำ เป็นรูปสามเหลี่ยม เนื่องจากกระแสน้ำบริเวณปากแม่น้ำเคลื่อนที่ช้าลง จึงเกิดการทับถมของตะกอนอยู่ตลอดเวลา


กระบวนการจัดการเรียนรู้ :
  1. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวน เรื่อง การกร่อนของเปลือกโลก ที่สาเหตุมาจากร้อนทำให้หินเกิดการเปลี่ยนแปลง ได้ว่า เมื่อก้อนหินได้รับความร้อนที่อุณหภูมิสูงขึ้น จะเกิดการขยายตัว แต่เมื่อได้รับความเย็นอุณหภูมิจะลดลง ก้อนหินจะเกิดการหดตัว ทำให้เกิดการแตกร้าวได้ ซึ่งในธรรมชาติอากาศในเวลากลางวันจะร้อนกว่าในเวลากลางคืนหรือเมื่อฝนตก

    ดังนั้นจึงทำให้ก้อนหินเกิดการขยายตัวและหดตัวตามธรรมชาติอยู่ตลอดเวลา ทำให้ก้อนหินเกิดการแตกร้าวออกเป็นชิ้นเล็กๆ ได้


  2. จากนั้นครูอธิบายต่อไปว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดการกร่อนของเปลือกโลก นอกจาก การกร่อนของเปลือกโลกเนื่องจากกระแสน้ำ และการกร่อนของเปลือกโลกเนื่องจากปฏิกิริยาเคมี การกร่อนของเปลือกโลก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ การกร่อนเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก ยังมีอีกสาเหตุหนึ่ง คือ การกร่อนเนื่องจากกระแสลม ซึ่งนักเรียนจะไดทราบจากการทดลอง เรื่อง การกร่อนเนื่องจากกระแสลม


  3. นักเรียนแบ่งกลุ่มๆ ละ 6-8 คน (ตามความเหมาะสม) ทำการทดลอง เรื่อง การกร่อนเนื่องจากกระแสลม ตามขั้นตอนต่อไปนี้


  4. นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติการทดลอง แล้วบันทึกผลการทดลอง และตอบคำถามท้ายการทดลอง ลงในใบกิจกรรม เรื่อง การกร่อนเนื่องจากกระแสลม ให้ถูกต้อง


  5. แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมารายงานผลการทดลองที่ได้หน้าชั้นเรียน


  6. ครูและนักเรียนนำผลการทดลองของแต่ละกลุ่มมาร่วมกันอภิปรายเพื่อหาข้อสรุปได้ว่า “กระแสลมนั้นทำให้เปลือกโลกกร่อนได้ และถ้ากระแสลมแรงหรือมีความเร็วสูงจะทำให้เกิดการกร่อนได้มาก แต่ถ้าความแรงของกระแสลมลดลงหรือมีสิ่งกีดขวางความเร็วของกระแสลมจะทำให้เปลือกโลกกร่อนได้น้อยกว่า” การกร่อนเนื่องจากกระแสลมจะเกิดกับผิวดินที่แห้งแล้งขาดพืชปกคลุม


  7. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัดพาและการทับถม ของตะกอนว่า ตะกอนที่เกิดจากการสึกกร่อนผุพัง ด้วยอิทธิพลของกระแสน้ำ ปฏิกิริยาเคมี ความร้อน และกระแสลมจะถูกพัดพาไปด้วยความแรงของกระแสน้ำหรือกระแสลม เมื่อความแรงลดลงจะเกิดการทับถมของตะกอนที่พัดพามา

    การเกิดการทับถมของตะกอน ตะกอนจะทับถมกันเป็นชั้นๆ ตะกอนที่มีขนาดใหญ่จะถูกพัดพาไปตกที่ใกล้ ส่วนตะกอนที่มีขนาดเล็กจะถูกพัดพาไปตกที่ไกล การทับถมของตะกอนมีลักษณะแตกต่างกันไปตามลักษณะของภูมิประเทศและกระแสน้ำที่พัดผ่าน ดังนี้

    • การทับถมของตะกอนรูปพัด เกิดจากกระแสน้ำไหลจากภูเขาตกลงสู่ที่ราบต่ำกว่า มีร่องน้ำขนาดใหญ่กว่าร่องน้ำเดิมมาก ทำให้เกิดการทับถมของตะกอนรูปพัด


    • การทับถมของตะกอนรูปดินดอนสามเหลี่ยม เกิดจากการทับถมของตะกอนที่บริเวณปากแม่น้ำ เป็นรูปสามเหลี่ยม เนื่องจากกระแสน้ำบริเวณปากแม่น้ำเคลื่อนที่ช้าลง จึงเกิดการทับถมของตะกอนอยู่ตลอดเวลา

  8. นักเรียนดูภาพตัวอย่างประกอบ การทับถมของตะกอนรูปพัด และการทับถมของตะกอนรูปดินดอนสามเหลี่ยมที่ครูนำมาให้ดูพร้อมทั้งฟังคำอธิบาย และซักถามความรู้ความเข้าใจ



สื่อและแหล่งการเรียนรู้ :
  1. การทดลอง เรื่อง การกร่อนเนื่องจากกระแสลม


  2. กิจกรรม เรื่อง การกร่อนเนื่องจากกระแสลม


  3. รูปภาพแสดงตะกอนรูปพัด


  4. รูปภาพแสดงตะกอนรูปดินดอนสามเหลี่ยม


การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ :
การวัดผล
การประเมินผล
1. สังเกตการร่วมอภิปรายในชั้นเรียน
1. .........................................................
2. สังเกตการทำกิจกรรม
2. .........................................................
3. ตรวจใบกิจกรรม 3. .........................................................


ที่มาข้อมูล :
  • สสวท.หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ช่วงชั้นที่ 3 (ชั้น ม.2)

  • www.myfirstbrain.com
จำนวนคนอ่าน 7885 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved