ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | แผนการสอน
   

:: แผนการสอน วิชา วิทยาศาสตร์ ระดับชั้น ม.2
แสงกับการมองเห็น (ม.2 แผน 13)
   
หัวข้อ :
การเกิดภาพจากกระจกและเลนส์

สาระสำคัญ :
ภาพ (image) เกิดจากการตัดกันหรือเสมือนตัดกันของรังสีของแสงที่สะท้อนมาจากกระจกหรือหักเหผ่านเลนส์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
ดังนี้

-- ภาพจริง เกิดจากรังสีของแสงตัดกันจริง (เกิดภาพด้านหน้ากระจกหรือหลังเลนส์) ต้องมีฉากมารับจึงจะมองเห็นภาพ ลักษณะภาพหัวกลับกับวัตถุ มีทั้งขนาดใหญ่กว่าวัตถุ เท่ากับวัตถุ และเล็กกว่าวัตถุ ซึ่งขนาดภาพสัมพันธ์กับระยะวัตถุ เช่น ภาพที่ปรากฏบนจอภาพยนตร์
 
-- ภาพเสมือน เกิดจากรังสีของแสงเสมือนตัดกัน (เกิดภาพด้านหลังกระจกหรือหน้าเลนส์) มองเห็นภาพได้โดยไม่ต้องใช้ฉากรับภาพ ภาพมีลักษณะหัวตั้งเหมือนวัตถุ เช่น ภาพเกิดจากแว่นขยาย เป็นต้น


ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง :
บอกชนิดและตำแหน่งการเกิดภาพจากกระจกเงาและเลนส์ได้

สาระการเรียนรู้ :
ภาพ (image) เกิดจากการตัดกันหรือเสมือนตัดกันของรังสีของแสงที่สะท้อนมาจากกระจกหรือหักเหผ่านเลนส์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

-- ภาพจริง เกิดจากรังสีของแสงตัดกันจริง (เกิดภาพด้านหน้ากระจกหรือหลังเลนส์) ต้องมีฉากมารับจึงจะมองเห็นภาพ ลักษณะภาพหัวกลับกับวัตถุ มีทั้งขนาดใหญ่กว่าวัตถุ เท่ากับวัตถุ และเล็กกว่าวัตถุ ซึ่งขนาดภาพสัมพันธ์กับระยะวัตถุ เช่น ภาพที่ปรากฏบนจอภาพยนตร์
 
-- ภาพเสมือน เกิดจากรังสีของแสงเสมือนตัดกัน (เกิดภาพด้านหลังกระจกหรือหน้าเลนส์) มองเห็นภาพได้โดยไม่ต้องใช้ฉากรับภาพ ภาพมีลักษณะหัวตั้งเหมือนวัตถุ เช่น ภาพเกิดจากแว่นขยาย เป็นต้น


การเกิดภาพจากกระจกเงา เกิดจากการสะท้อนของแสง คือ เมื่อแสงจากวัตถุกระทบหน้ากระจก แสงสะท้อนจากกระจกจะพบกัน ทำให้เกิดภาพของวัตถุขึ้น 2 ลักษณะ ดังนี้

  1. ภาพจากกระจกเงาราบ (plan mirror) เมื่อคนยืนหรือวางวัตถุไว้หน้ากระจกเงาราบ ภาพที่เกิดขึ้นในกระจกเงาราบจะเป็นภาพเสมือนหัวตั้งอยู่หลังกระจก มีระยะวัตถุเท่ากับระยะภาพ และขนาดของวัตถุเท่ากับขนาดของภาพ แต่มีลักษณะกลับด้านกันจากซ้ายเป็นขวาของวัตถุจริง

  2. ภาพจากกระจกเงาผิวโค้ง กระจกผิวโค้งซึ่งเป็นส่วนของวงกลมนั้นมี 2 ชนิด คือ กระจกนูนและกระจกเว้า
การเกิดภาพจากเลนส์ (lens) คือวัตถุโปร่งใสผิวโค้งทั้งสองด้าน เมื่อแสงจากวัตถุหักเหผ่านเลนส์ก็จะทำให้เกิดภาพ จำแนกตามลักษณะได้ 2 ชนิด คือ เลนส์นูนและเลนส์เว้า


กระบวนการจัดการเรียนรู้ :
  1. ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวน เรื่อง การหักเหของแสง และการสะท้อนแสงได้ว่า

    • การสะท้อนแสง คือ การที่เมื่อแสงตกกระทบวัตถุ แสงบางส่วนจะสะท้อนจากวัตถุ ถ้าแสงสะท้อนจากวัตถุเข้าสู่นัยน์ตาจะเกิดการมองเห็นและรับรู้เกี่ยวกับวัตถุนั้นได้


    • การหักเหของแสง คือ การที่แสงเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ เนื่องจากอัตราเร็วของแสงมีการเปลี่ยนแปลง เมื่อแสงเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางต่างชนิดกันและมีความหนาแน่นต่างกัน ทำให้อัตราเร็วของแสงในแต่ละตัวกลางไม่เท่ากัน โดยการหักเหของแสงจะเกิดขึ้นที่ผิวรอยต่อระหว่างตัวกลาง ซึ่งมีผลต่อตำแหน่งของการมองเห็นวัตถุ เช่น การมองเห็นปลาในน้ำในตำแหน่งที่ตื้นกว่าตำแหน่งที่ปลาอยู่จริง เป็นต้น

  2. จากนั้นครูใช้คำถามกระตุ้นความสนใจนักเรียนในประเด็น ต่อไปนี้

    • นักเรียนทราบหรือไม่ว่า ภาพต่างๆ ที่เรามองเห็นนั้น เกิดจากอะไร

    • ภาพจริงและภาพเสมือนแตกต่างกันอย่างไร

      (นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อหาคำตอบ)

  3. จากนั้นครูอธิบายถึงคำตอบว่า ภาพ (image) เกิดจากการตัดกันหรือเสมือนตัดกันของรังสีของแสงที่สะท้อนมาจากกระจกหรือหักเหผ่านเลนส์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

    • ภาพจริง คือ ภาพที่เกิดจากรังสีของแสงตัดกันจริง (เกิดภาพด้านหน้ากระจกหรือหลังเลนส์) ต้องมีฉากมารับจึงจะมองเห็นภาพ ลักษณะภาพหัวกลับกับวัตถุ มีทั้งขนาดใหญ่กว่าวัตถุ เท่ากับวัตถุ และเล็กกว่าวัตถุ ซึ่งขนาดภาพสัมพันธ์กับระยะวัตถุ เช่น ภาพที่ปรากฏบนจอภาพยนตร์


    • ภาพเสมือน คือ ภาพที่เกิดจากรังสีของแสงเสมือนตัดกัน (เกิดภาพด้านหลังกระจกหรือหน้าเลนส์) มองเห็นภาพได้โดยไม่ต้องใช้ฉากรับภาพ ภาพมีลักษณะหัวตั้งเหมือนวัตถุ เช่น ภาพเกิดจากแว่นขยาย เป็นต้น

  4. นักเรียนฟังครูอภิปรายต่อไป ถึง เรื่อง ภาพที่เกิดจากกระจกเงา ว่า การที่เรามองเห็นภาพที่เกิดจากกระจกเงานั้น คือ เกิดจากการสะท้อนของแสง เมื่อแสงจากวัตถุกระทบหน้ากระจก แสงสะท้อนจากกระจกจะพบกัน ทำให้เกิดภาพของวัตถุขึ้น 2 ลักษณะ ดังนี้

    • ภาพจากกระจกเงาราบ (plan mirror) เมื่อคนยืนหรือวางวัตถุไว้หน้ากระจกเงาราบ ภาพที่เกิดขึ้นในกระจกเงาราบจะเป็นภาพเสมือนหัวตั้งอยู่หลังกระจก มีระยะวัตถุเท่ากับระยะภาพ และขนาดของวัตถุเท่ากับขนาดของภาพ แต่มีลักษณะกลับด้านกันจากซ้ายเป็นขวาของวัตถุจริง

      รูปแสดงการเกิดภาพจากกระจกเงา

    • ภาพจากกระจกเงาผิวโค้ง กระจกผิวโค้งซึ่งเป็นส่วนของวงกลมนั้นมี 2 ชนิด คือ กระจกนูนและกระจกเว้า มีลักษณะและการเกิดภาพดังตาราง

  5. นักเรียนฟังครูอธิบายและยกตัวอย่างประกอบของภาพที่เกิดจาก ภาพจากกระจกเงาราบ และภาพที่เกิดจาก กระจกเงาผิวโค้ง จากนั้นดูภาพตารางการเกิดภาพจากกระจกเว้า (ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามความเข้าใจ)


  6. จากนั้นครูอธิบายต่อไปว่าเมื่อเราทราบว่าภาพที่เกิดจากกระจกเงานั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้ว เราจะศึกษาเรื่อง การเกิดภาพจากเลนส์ ซึ่ง เลนส์ คือ วัตถุโปร่งใสผิวโค้งทั้งสองด้าน เมื่อแสงจากวัตถุหักเหผ่านเลนส์ก็จำทำให้เกิดภาพ จำแนกตามลักษณะได้ 2 ชนิด คือ เลนส์นูนและเลนส์เว้า


  7. นักเรียนดูตารางเปรียบเทียบลักษณะของเลนส์นูนและเลนส์เว้า ที่ครูนำมาให้ดู พร้อมทั้งฟังคำอธิบายไปด้วย


  8. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า เมื่อนำเลนส์นูนไปรับแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นแสงขนานแบบหนึ่ง จะเกิดเป็นจุดสว่างด้านหลังเลนส์เรียกว่า "จุดรวมแสง หรือจุดโฟกัส" โดยระยะห่างจากจุดรวมแสงถึงเลนส์ เรียกว่า "ความยาวโฟกัส" เมื่อวางวัตถุไว้ที่ระยะสั้นกว่าความยาวโฟกัสของเลนส์นูน จะเกิดภาพเสมือนขนาดขยาย ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการทำทัศนูปกรณ์ต่างๆ

    ในกรณีของเลนส์เว้า ซึ่งเป็นเลนส์กระจายแสง เมื่อนำเลนส์เว้าไปรับแสงขนาน จะพบว่าแสงขนานนั้นจะกระจายออกจากจุดจุดหนึ่ง โดยถ้าลากเส้นต่อแนวรังสีที่กระจายออกนั้นให้ยาวขึ้น แนวรังสีนี้จะตัดกันที่จุดดังกล่าว และเรียกจุดนี้ว่า "จุดโฟกัสของเลนส์เว้า"


  9. นักเรียนทำความเข้าใจเกี่ยวกับ การเกิดภาพจากกระจกเงา และการเกิดภาพจากเลนส์ ที่เรียนมา แล้วเขียนสรุป ลงในสมุดจดบันทึก ส่งครู


สื่อและแหล่งการเรียนรู้ :
  1. รูปแสดงการเกิดภาพจากกระจกเงา


  2. ตารางลักษณะการเกิดภาพของกระจกนูน และกระจกเว้า


  3. ตารางการเกิดภาพจากกระจกเว้า


  4. ตารางเปรียบเทียบลักษณะของเลนส์นูนและเลนส์เว้า


การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ :
การวัดผล
การประเมินผล
1. สังเกตการร่วมอภิปรายในชั้นเรียน
1. .........................................................
2. สังเกตการทำกิจกรรม
2. .........................................................
3. ตรวจใบกิจกรรม 3. .........................................................


ที่มาข้อมูล :
  • สสวท.หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ช่วงชั้นที่ 3 (ชั้น ม.2)

  • www.myfirstbrain.com
จำนวนคนอ่าน 16078 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved