ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

เรื่องสั้นคืออะไร ?
   


เรื่องสั้น เป็นงานเขียนอย่างหนึ่งในกลุ่มงานเขียนประเภทบันเทิงคดี ซึ่งประกอบด้วยนิทานชาดก นวนิยายและเรื่องสั้น โดยความหมาย เรื่องสั้น หมายถึงเรื่องราวสั้นๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งผ่านการเล่าด้วยวิธีการเขียนตามวิธีการต่างๆ ตามความถนัดของผู้เขียน ซึ่งอาจเป็นการเขียนแบบความเรียงบอกเล่าเรื่องราวทุกอย่างเรียบง่าย ตามตาเห็นและความเป็นจริง หรือเขียนแบบใช้ลีลาทางภาษา ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องโดยเน้นความงดงามพลิ้วไหวทางด้านวรรณศิลป์ หรือแบบจิตนาการกวี ซึ่งมีการสอดแทรกอารมณ์ ความคิดและปรัชญาของผู้เขียนลงไปในงานเรื่องสั้นที่เขียนขึ้น

ด้วยเหตุที่เรื่องสั้นสามารถถ่ายทอดออกมาได้หลายรูปแบบและแนวทาง จึงทำให้งานเขียนประเภทนี้ปรากฏออกมาอย่างหลากหลาย จนทำให้เกิดความสับสนได้ง่าย โดยเฉพาะความฉงนสงสัยว่า งานเขียนอย่างใดคือเรื่องสั้นที่แท้จริง ดังนั้น การกล่าวถึงการเขียนเรื่องสั้น จึงควรแยกกล่าวออกเป็นส่วนๆ ตามลักษณะผลงานเรื่องสั้นที่มีผู้สร้างสรรค์ไว้

เราพอจะแบ่งประเภทของเรื่องสั้นตามลักษณะงานที่ทำขึ้นได้ ดังนี้

  1. เรื่องสั้นประเภทเหมือนจริง

  2. เรื่องสั้นประเภทสร้างสรรค์

  3. เรื่องสั้นประเภทบันเทิงคดี

  • เรื่องสั้นประเภทเหมือนจริง มีผู้ให้คำจำกัดความไว้ว่า เป็นงานเขียนที่ย่อมาจากเรื่องราวหรือการเขียนนิยายอย่างสั้น ดังนั้น จึงมีความเป็นงานเขียนประเภทบันเทิงคดีอย่างโดดเด่นชัดเจน


  • เรื่องสั้นประเภทสร้างสรรค์ เป็นเรื่องสั้นที่สะท้อนความคิด และความรู้สึกของผู้เขียนต่อสภาพแวดล้อม และความเป็นไปของสังคม ในเชิงที่ต้องการให้ดีขึ้น


  • เรื่องสั้นประเภทจินตนาการ เป็นเรื่องสั้นที่เขียนจากความคิดของผู้เขียน ที่เหนือไปจากความเป็นจริง โดยอาจจะมีเค้าโครงของความเป็นจริงรวมอยู่ด้วย หรือไม่มีเลยก็ได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสั้นประเภทใด ก็ยึดองค์ประกอบในการเขียนเหมือนกันได้แก่


    • ประเด็นของเรื่อง

    • แก่นเรื่อง

    • โครงสร้าง

    • ฉาก

    • ตัวละคร

    • บทสนทนา

    • ความขัดแย้ง

    • สำนวนภาษา

    • ความสะเทือนใจ

งานเขียนเรื่องสั้นประเภทเหมือนจริง มีกลวิธีการคิด การวางแผนงานและการเขียนเช่นเดียวกับการเขียนนวนิยาย จะแตกต่างกันที่มีขนาดสั้นกว่า มีเหตุการณ์และตัวละครน้อยกว่า แต่ในส่วนประเด็นของเรื่องแล้ว แทบจะไม่มีความแตกต่างกัน กล่าวคือ มีประเด็นที่ต้องการชี้บอกเพียงประเด็นเดียว ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่อาจจะมีสอดแทรกอยู่ในเรื่องเป็นผลพลอยได้หรือประเด็นเสริมที่เกิดขึ้นตามเหตุการณ์ของเรื่อง

ประเด็นที่นิยมนำมาเป็นจุดคิดในการนำเสนอเรื่องสั้นประเภทนี้ มักเป็นเรื่องราวของสิ่งที่เกิดขึ้นในความเป็นชีวิตจริง ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความสูญเสีย การต่อสู่ การเอารัดเอาเปรียบ การเมือง ฯลฯ

การเลือกประเด็นในการนำเสนองานเรื่องสั้น เกี่ยวข้องกับสิ่งเหล่านี้

  1. ประสบการณ์

  2. ความสนใจ

  3. ความถนัด

  4. ปัญหา

ประสบการณ์ เป็นวัตถุดิบที่สำคัญยิ่งของงานเขียน ในงานเขียนประเภทบันเทิงคดีประสบการณ์ หมายถึง ข้อมูลที่จะใช้ประกอบในการเขียน หากเปรียบประเด็นเป็นอุดมการณ์ของนักเขียนที่มีต่อชีวิตและสังคม ประสบการณ์ ก็คือ รายละเอียดของสิ่งเหล่านั้น เช่น ประเด็นความรัก ประสบการณ์ก็คือการได้รัก หรือพบเห็นการรัก หรือประเด็นการเมือง ประสบการณ์ ก็คือ การได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเมือง การพบเห็นความเป็นไปของการเมือง

ในยุคสมัยหนึ่ง นักเขียนถือว่าประสบการณ์ คือ สุดยอดของงานเขียน การเที่ยวหาประสบการณ์ในแง่มุมต่างๆ ของชีวิตจึงเป็นสิ่งที่นักเขียนหรือผู้ต้องการฝึกฝนเตรียมตัวเพื่อเป็นนักเขียน ยึดเป็นแนวทางในการปฏิบัติอย่างเต็มที่

มีคำกล่าวว่า การเดินทาง คือ ตาของนักเขียน เพราะสิ่งที่พบเห็นล้วนเป็นประสบการณ์อันมีค่าที่นักเขียนสามารถนำมาปะติดปะต่อ ผูกเป็นเรื่องราวที่สนุกสนานขึ้นได้ นักเขียนในกลุ่มนี้จะถือว่าชีวิต คือ นิยายเรื่องราวของแต่ละคนล้วนมีเนื้อหาน่าสนใจ และตื่นเต้นหากได้หยิบนำมาขัดเกล้า และนำเสนอด้วยชั้นเชิงในการเล่าก็จะทำให้เกิดงานเรื่องสั้นจำนวนมากมายมหาศาล

นักเขียนในกลุ่มเหมือนจริงที่มุ่งเน้นการนำเสนอเรื่องราวของผู้คนจึงมีความสุขที่จะแทรกตัวเข้าไปทำความรู้จัก และพูดคุยกับผู้คนที่หลากหลาย การฝังตัวอยู่กับกลุ่มชีวิตที่อยู่ในประเด็นที่สนใจและต้องการเขียนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเขียนเรื่องสั้นแบบเหมือนจริง

มีคนกล่าวว่า เรื่องสั้นแบบเหมือนจริงก็คือ การจำลองชีวิตของผู้คนออกมาให้สังคมรับรู้ ทั้งในแง่ฉาบฉวยหรือตีแผ่ การล่วงรู้รายละเอียดของชีวิตจึงเป็นสิ่งเพิ่มเรื่องราวในการเขียนให้ลุ่มลึกยิ่งขึ้น

การฝึกหัดของนักเขียนเรื่องสั้น ในกลุ่มเหมือนจริง จึงควรเริ่มต้นที่การเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของผู้คนที่สนใจอย่างละเอียดและใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นกิริยาท่าทาง คำพูด การดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องผูกพันกับคนอื่นๆ การสังเกตพฤติกรรมของคนจะทำให้ได้ประโยชน์หลายอย่างในการเขียน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นของเรื่อง แก่นของเรื่อง โครงสร้าง ฉาก ตัวละคร และบทสนทนา ในบางชีวิตที่เฝ้าสังเกตอาจให้ความสะเทือนใจพร้อมไปด้วย ซึ่งถือเป็นกำไรอย่างยิ่งสำหรับนักเขียน

การเริ่มต้นเขียนเรื่องสั้นที่ค่อนข้างง่าย จึงควรเริ่มต้นที่การเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของคนใดคนหนึ่งอย่างจริงจังและละเอียดละออ โดยไม่ควรให้ผู้นั้นรู้ตัวว่ากำลังถูกจับตามอง เพราะอาจจะแสดงสิ่งที่ไม่ใช่ธรรมชาติอย่างแท้จริงออกมา การเก็บหาประสบการณ์ของนักเขียนจึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะแสดงตนว่ากำลังทำสิ่งใดอยู่ หากแต่ควรปล่อยให้ความเป็นตัวตนผสมผสานไปกับชีวิตของตัวละครที่ต้องการดูดซับรายละเอียด อารมณ์ ความรู้สึกอย่างแท้จริงมากขึ้น

สิ่งที่ได้จากการเผชิญหน้ากับประสบการณ์เหล่านี้ หากนำมาเล่าด้วยการเขียน ก็จะเกิดเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจในตัวของมันเอง ทั้งนี้ ยังไม่ต้องอาศัยความช่วยเหลือของวรรณศิลป์


หน้าถัดไป

ที่มาข้อมูล : มานพ ถนอมศรี วารสารวิชาการ ปีที่ 8 ฉบับที่ 4 ตุลาคม - ธันวาคม 2548
จำนวนคนอ่าน 14084 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved