ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | แผนการสอน
   

:: แผนการสอน วิชา วิทยาศาสตร์ ระดับชั้น ม.1
สารละลาย (ม.1 แผน 14)
   
ลักษณะโรค

โรคไข้เลือดออกอีโบลา เป็นโรคติดเชื้อเฉียบพลันที่มีอาการรุนแรงมักเริ่มต้นด้วยอาการไข้สูงทันทีทันใด อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ และปวดศรีษะ ตามด้วยอาการเจ็บคอ อาเจียน ท้องเสีย และมีผื่นนูนแดงตามตัว (muculopapular rash ) อาการเลือดออกง่ายมักเกิดร่วมกับภาวะตับถูกทำลาย ไตวาย อาการทางระบบประสาทส่วนกลาง และช็อกโดยอวัยวะหลายอย่างเสื่อมหน้าที่ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ มักพบเม็ดเลือดขาวชนิด lymphocyte ต่ำ เกล็ดเลือดต่ำมากและระดับเอนไซม์ transaminase สูงขึ้น (AST>ALT) บางครั้งพบ amylase ในเลือดสูง ผู้ติดเชื้อจากไวรัสมาร์บูร์กจะเสียชีวิตประมาณร้อยละ 25 ส่วนผู้ติดเชื้ออิโบลาในแอฟริกา อัตราป่วยตายอยู่ระหว่างร้อยละ 50-90

การวินิจฉัยโรค

การวินิจฉัยโรค ทำได้โดยการตรวจ ELISA โดยใช้น้ำยาตรวจหาแอนติบอดี lgG (หากตรวจพบแอนติบอดีต่อ IgM แสดงว่าเพิ่งติดเชื้อ) โดยแอนติเจนที่จำเพาะต่อโรคตรวจจากเลือด น้ำเหลือง (serum) หรือเนื้อเยื่อจากอวัยวะปั่นละเอียด (Organ homogenates) อาจตรวจแอนติเจนของไวรัสในเซลส์ของตับโดยใช้ monoclonal antibody ด้วยวิธีการทดสอบ IFA หรืออาจวินิจฉัยแยกเชื้อไวรัสในเซลส์เพาะเลี้ยงหรือในหนูตะเภา บางครั้งอาจตรวจพบเชื้อได้ในชิ้นเนื้อจากตับโดยส่องดูด้วยกล่องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนการทดสอบ IFA เพื่อหาแอนติบอดีมักทำให้เข้าใจผิดได้ โดยเฉพาะในการตรวจน้ำเหลือเพื่อดูการติดเชื้อในอดีต เนื่องจากโรคนี้มีอันตรายต่อมนุษย์สูงมาก การตรวจและศึกษาทางห้องปฏิบัติการกระทำได้ต่อเมื่อมีห้องปฏิบัติการนิรภัยระดับ 4 (BSL-4 Containment)

  1. เชื้อก่อโรค : เชื้อไวรัสมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 nm (0.00008 มม.) ความยาวของไวรัสมาร์บูร์ก 790 nm เชื้ออิโบลามีความยาว 970 nm และอยู่ในตระกูล Filoviridae เชื้อไวรัสอาจขดเป็นวงหรือแตกแขนงหรือพับตัว และมีความยาวได้ถึง 10 nm (1.01 มม.) ไวรัสมาร์บูร์กมีลักษณะแอนติเจนแตกต่างจากไวรัสอิโบลาและไวรัสอิโบลาที่พบในซาอีร์ ไอวอรี่โคสท์ และซูดานก็แตกต่างกันทั้งลักษณะแอนติเจนและคุณสมบัติทางชีววิทยา ไวรัสอิโบลาชนิดที่ 4 เรียกว่า Reston ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกชนิดรุนแรงถึงตายในไพรเมทอื่น (nonhuman primates) เชื้อชนิดนี้อาจติดคนได้แต่ไม่ทำให้เกิดอาการ


  2. การเกิดโรค : โรคมาร์บูร์กมีการระบาด 5 ครั้งในปี พ.ศ. 2519 พบในเยอรมนี และยูโกสลาเวีย มีผู้ป่วย 31 ราย ตาย 7 ราย ติดเชื้อจากลิงเขียวแอฟริกัน (African green monkeys:Cerxopithecus aethiops) จากยูกันดา ในปีพ.ศ.2518 พบผู้ป่วยเสียชีวิต 3 รายในแอฟริกาใต้โดยการระบาดเริ่มจากในซิมบับเว ปีพ.ศ.2523 พบผู้ป่วยที่ยืนยันการวินิจฉัยได้ 2 ราย ตาย 1 รายในเคนยา ปีพ.ศ.2525 พบ 1 รายในซิมบับเว และปีพ.ศ.2530 พบผู้ป่วยเสียชีวิต 1 รายในเคนยา โรคอิโบลาพบครั้งแรกในปีพ.ศ.2519 ในจังหวัดภาคตะวันตกของซูดานและในซาอีร์ซึ่งอยู่ห่างออกไป 800 ไมล์ พบผู้ป่วยกว่า 600 รายที่โรงพยาบาลในชนบทและในหมู่บ้าน อัตราป่วยตายประมาณร้อยละ 70 ในปีพ.ศ.2522 มีการระบาดอีกครั้งในพื้นที่เดิมของซูดาน ปีพ.ศ.2537 พบเชื้อชนิดใหม่จากคนและจากลิงชิมแปนซีในไอวอรี่โคสท์ ปี 2538 มีการระบาดใหญ่รอบๆ เมือง คิกวิท ในซาอีร์ การตรวจแอนติบอดีในประชากรทางตอนใต้ของทะเลทรายสะฮาราพบว่าเคยมีการติดเชื้อในหลายท้องที่ แต่ยังไม่ทราบความสัมพันธ์ว่าเกี่ยวข้องกับเชื้อชนิดที่มีความรุนแรงสูงหรือไม่

    ฟิโลไวรัสอิโบลาพันธุ์อื่นตรวจพบในลิงชนิดหนึ่ง (cynomolgus monkey : Macaca fasciiuraris) จากฟิลิปปินส์ซึ่งสหรัฐอเมริกานำเข้าในปีพ.ศ.2532 และ 2533 และนำเข้าอิตาลีในปีพ.ศ.2535 ลิงเหล่านี้จำนวนมากเสียชีวิต 4 ใน 5 ของคนดูแลลิงเหล่านี้ซึ่งต้องเกี่ยวข้องกับลิงทุกวันในปีพ.ศ.2532 พบว่ามีแอนติบอดีต่อเชื้อโดยไม่มีอาการไข้ หรืออาการเจ็บป่วยอย่างอื่นมาก่อน


  3. แหล่งรังโรค : ยังไม่ทราบแม้ว่าจะได้มีการศึกษาอย่างกว้างขวาง


  4. วิธีการแพร่โรค : ติดต่อจากคนสู่คนโดยการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง อวัยวะหรือเชื้ออสุจิที่ติดเชื้อ การติดเชื้อในโรงพยาบาลพบได้บ่อย ผู้ป่วยอิโบลาในซาอีร์ที่ติดเชื้อจากเข็มและกระบอกแดยาที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกต้องเสียชีวิตทุกราย การติดเชื้อผ่านทางน้ำอสุจิขึ้นได้ในช่วง 7 สัปดาห์หลังพื้นไข้


  5. ระยะฟักตัวของโรค : 3-9 วันสำหรับโรคมาร์บูร์ก และ 2-21 วันสำหรับอิโบลา


  6. ระยะติดต่อของโรค : ติดต่อได้ตราบใดที่มีไวรัสในเลือด หรือสารคัดหลั่ง ผู้ดูแลผู้ป่วยในซูดาน พบติดเชื้อราวร้อยละ 30 ในขณะที่ผู้อยู่อาศัยร่วมบ้านคนอื่นไม่มีผู้ใดติดเชื้อ ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อจากห้องปฏิบัติการ สามารถตรวจพบเชื้ออิโบลาในน้ำอสุจิได้ ในวันที่ 61 หลังเริ่มป่วย แต่ไม่พบในวันที่ 76


  7. ความไวและความต้านทานต่อการรับเชื้อ : ทุกกลุ่มอายุสามารถรับเชื้อได้ทั้งหมด


  8. วิธีการควบคุมโรค

    • มาตรการป้องกันโรค : ไม่มีข้อมูล

    • การควบคุมผู้ป่วย ผู้สัมผัส และสิ่งแวดล้อม :


      • การรายงานโรค : รายงานโรคต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขท้องที่ทุกราย Class 2A

      • การแยกผู้ป่วย : ผู้ป่วยที่รับไว้ในโรงพยาบาลให้แยกไว้ต่างหากจากผู้ป่วยอื่น และให้อยู่ ในบริเวณที่ไม่มีคนผ่านไปมา อุจจาระ ปัสสาวะ และของเหลวอื่นที่ออกจากตัวผู้ป่วย ต้องแยก และทำลายห้ามผู้ป่วยชายมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะไม่พบเชื้อในน้ำอสุจิ หรือเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน

      • การทำลายเชื้อ : เสมหะ เลือด และสิ่งขับถ่ายของผู้ป่วย รวมทั้งเครื่องมือหรือภาชนะที่สัมผัสผู้ป่วย จะต้องทำลายเชื้อโดยใช้น้ำยา sodium hypochlorite 0.5% หรือ phenol 0.5% รวมกับผงซักฟอก แล้วใช้ความร้อนช่วยฆ่าเชื้อด้วยวิธีการต่างๆ ตามความเหมาะสม เช่น นึ่งในหม้อนึ่ง ควบคุมความดัน ต้ม หรือเผา การตรวจทางห้องปฏิบัติการจะต้องมีการควบคุมป้องกันเป็นพิเศษ ถ้าไม่มีห้องปฏิบัติการที่มีมาตรการควบคุมป้องกันเช่นนั้น ให้จำกัดการตรวจทางห้องปฏิบัติการลงให้เหลือน้อยที่สุด และจะต้องระมัดระวังในการนำตัวอย่างส่งตรวจต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่จะต้องมีความชำนาญ และมีการป้องกันตนเองโดยสวมถุงมือและผ้าคุมศรีษะ เป็นต้น น้ำเหลืองอาจนำมานึ่งฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิ 60 เซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมงและสุดท้ายเมื่อผู้ป่วยไม่ใช้ห้องแล้วให้ทำความสะอาดห้องและกำจัดเชื้อโดยน้ำยา sodium hypochlorite 0.5 % หรือ phenol 0.5 % หรืออบฆ่าเชื้อด้วย formaldehyde

      • การกักกันโรค : เฝ้าระวังโรคเฉพาะในผู้สัมผัสใกล้ชิด

      • การให้ภูมิคุ้มกันแก่ผู้สัมผัส : ไม่มี

      • การสอบสวนผู้สัมผัสและแหล่งโรค : ให้ค้นหาผู้สัมผัสโรคทุกราย (ได้แก่ ผู้อาศัยร่วมบ้าน ผู้ดูแลผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการที่ตรวจตัวอย่างจากผู้ป่วย และผู้มีประวัติสัมผัส ผู้ป่วยทุกราย) ที่สัมผัสผู้ป่วยในระยะเวลา 3 สัปดาห์นับแต่เริ่มป่วย ให้มีระบบเฝ้าระวังผู้สัมผัสโรคโดยการวัดอุณหภูมิสูงกว่า 38.3 องศาเซลเซียส ให้รับไว้ในโรงพยาบาลทันที โดยมีการแยกโรคอย่างเข้มงวด ตรวจสอบสถานที่ที่ผู้สัมผัสอยู่อาศัยในช่วง 3 สัปดาห์ก่อนเกิดอาการไข้ เพื่อค้นหาผู้ป่วยรายอื่นที่ยังไม่มีการรายงาน หรือยังไม่มีการวินิจฉัยโรค

      • การรักษา : ไม่มีข้อมูล

    • มาตรการเมื่อเกิดการระบาด : ไม่มีข้อมูล

    • ความเสียหายที่อาจจะเกิด : ไม่มีข้อมูล

    • มาตรการควบคุมโรคระหว่างประเทศ : ไม่มีข้อมูล
ที่มาข้อมูล :
  • สสวท.หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ช่วงชั้นที่ 3 (ชั้น ม.1)

  • www.myfirstbrain.com
จำนวนคนอ่าน 3921 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved