ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

โฮมสคูล : การศึกษาทางเลือกใหม่ในสังคมไทย
   
จากการประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้ง สำคัญยิ่งในแวดวงการศึกษาไทย สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยคือ การเกิดการศึกษาอีกหนึ่งทาง เลือกสำหรับครอบครัวที่ไม่ประสงค์จะส่งลูกเข้าเรียนในระบบโรงเรียน แต่มีความประสงค์จะจัดการศึกษาให้กับบุตรเอง ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้เปิดโอกาสให้สามารถจัดการศึกษาเองได้ เรียกว่า "การจัดการศึกษาโดยครอบครัวหรือโฮมสคูล (Home School)" ตามมาตรา 12 ที่ระบุไว้ว่า “…นอกเหนือจากรัฐ เอกชน และองค์กรปก ครองส่วนท้องถิ่น ให้บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบ การ และสถาบันสังคมอื่น มีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง”


ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการได้ออกกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว พ.ศ.2547 โดยได้กำหนดให้ครอบครัวซึ่งประสงค์จะจัดการศึกษายื่นคำขออนุญาตจัดการศึกษาต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ครอบครัวมีภูมิลำเนา โดยต้องระบุชื่อ-ชื่อสกุล สำเนาทะเบียนบ้านของครอบครัวและผู้เรียน ที่ตั้ง และแผนผังสถานที่ซึ่งใช้จัดการศึกษา หลักฐานวุฒิการศึกษาของผู้จัดการศึกษาต้องไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าเว้น แต่ผู้จัดการศึกษาผ่านการประเมินว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์ในการจัดการศึกษา ระดับและประเภทการจัดการศึกษา รวมทั้งแผนการจัดการศึกษาที่ครอบครัวและสำนักงานร่วมกันกำหนดตามความมุ่งหมาย หลักการ และแนวทางการจัดการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ

ในการจัดการศึกษานั้นครอบครัวจะต้องดำเนินการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และจัดทำรายงานการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน รวมทั้งการจัดการเรียนการสอน และสภาพปัญหาที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาตามที่สำนักงานกำหนดอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และให้สำนักงานจัดให้มีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง กรณีที่ผู้เรียนผ่านการวัดและประเมิน ผลก็จะออกหนังสือรับรองหรือหลักฐานการจบการศึกษาแก่ผู้เรียน แต่กรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่านก็ให้ครอบครัวจัดให้มีการเรียนซ่อมเสริมและให้มีการวัดผลใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด


ในต่างประเทศมีหลายประเทศที่มีการจัดการศึกษาโดยครอบครัวมาเป็นเวลานานจนเป็นที่ยอมรับในสังคมทั่วไป เช่น สหรัฐอเมริกา นับเป็นประเทศหนึ่งที่มีกระแสยอมรับและเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เพราะจากการศึกษาโดยครอบครัวของเด็กได้แสดงให้เห็นว่าเด็กมีความสามารถเทียบเท่ากับเด็กที่เรียนในระบบโรงเรียนได้อย่างชัดเจน

แต่สำหรับประเทศไทย เราต้องยอมรับว่าการจัดการศึกษาโดยครอบครัวยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ แต่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งขณะนี้มีทั้งกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยผู้ที่เห็นด้วยกับระบบการจัดการศึกษาแบบนี้อาจมองว่าการจัดการศึกษาของรัฐยังไม่ได้คุณภาพตามที่ต้องการ และหลีกเลี่ยงความกดดันความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นในโรงเรียน พ่อแม่มีโอกาสเลือกและปรับกิจกรรมให้สอดคล้องตามความถนัด ความสนใจของเด็กได้ สามารถพัฒนาเด็กได้เต็มศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพราะกิจกรรมบางอย่างเด็กไม่สามารถเรียนรู้ได้จากในโรงเรียน แต่ พ่อแม่สามารถเลือกสรรให้ได้ อีกทั้งพ่อแม่จะมีเวลาอยู่กับลูกได้เต็มที่ เป็นการเพิ่มพูนความรักความอบอุ่นภายในครอบครัว เป็นต้น

ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยอาจมองว่าเป็นการปิดกั้นเด็กให้ขาดโอกาสในการเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคม ทำให้เด็กไม่รู้จักวิธีการปรับตัว ซึ่งอาจมีปัญหาในการดำเนินชีวิตต่อไปในอนาคตได้ และบางคนก็มองว่าคุณสมบัติของพ่อแม่บางคนอาจไม่เหมาะสมที่จะเป็นครู เป็นต้น

จากการแลกเปลี่ยนแนวคิดกับพ่อแม่ที่มีประสบการณ์ในการจัดการศึกษาโดยครอบครัว ทำให้ทราบว่า บางรายมีการลองผิดลองถูกอยู่นานกว่าจะพบรูปแบบตามที่ต้องการ พ่อแม่ต้องเรียนรู้ ตลอดเวลา จะหยุดนิ่งไม่ได้ บางเรื่องอาจต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับลูก ถึงแม้พ่อแม่ไม่มีความรู้ด้านวิชาการแต่สามารถมีส่วนร่วมในการเรียนรู้โดยการถ่ายทอดประสบการณ์และอาชีพที่ทำได้ และพ่อแม่ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า zด็กที่ศึกษาอยู่ในระบบโฮมสคูลจะมีความรักความผูกพันในครอบครัว เด็กจะรักการอ่าน และมีวินัยมากอย่างเห็นได้ชัดเจน เด็กสามารถควบคุมตัวเองได้ว่าตอนไหนควรทำอะไร และต่างเห็นว่าเด็กต้องพัฒนาตัวเองในทุกๆ ด้าน ไม่ใช่แค่เรื่องวิชาการเท่านั้น ต้องรวมถึงเรื่องของทักษะชีวิต จริยธรรม การแก้ปัญหา หรือแม้แต่การสอนงานบ้านให้ลูกก็จะช่วยฝึกเด็กได้อย่างมากมาย ช่วยให้เขารับผิดชอบต่อตัวเองและต่อส่วนรวมได้เป็นอย่างดีซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องใช้ไปตลอดชีวิต แต่พ่อแม่ยุคนี้มักจะยกความรับผิดชอบไปให้โรงเรียนทั้งหมด ดังนั้น พ่อแม่จึงตัดสินใจเลือกทางเดินใหม่ให้แก่ลูกของตัวเองซึ่งเห็นว่าดีกว่าด้วยการศึกษาระบบโฮมสคูล

การจัดการศึกษาโดยครอบครัว นับเป็นนวัตกรรมใหม่ในสังคมไทยที่เกิดขึ้นโดยสิทธิตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจยิ่ง แต่ถ้าจะให้สังคมยอมรับมากขึ้นคงจะต้องพิสูจน์ให้เห็นให้ได้ว่า เด็กที่ศึกษาในระบบนี้มีคุณภาพเท่าเทียมกับเด็กที่ได้ศึกษาในระบบโรงเรียน และที่สำคัญพ่อแม่ที่ประสงค์จะจัดการศึกษาโดยครอบครัวต้องมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะสอน มีความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการจัดการเรียนการสอนเป็นอย่างดีและต้องเอาใจใส่ดูแลเด็กอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแต่ทำตามกระแสนิยมในสังคม
เท่านั้น
ที่มาข้อมูล : http://www.aksorn.com/
จำนวนคนอ่าน 8924 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved