ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สู่โครงงาน
   
โครงงาน คืออะไร?


การจัดกิจกรรมโครงงาน เป็นการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เลือกและสร้างกระบวนการเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างลุ่มลึก และสามารถนำผลการเรียนรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้ ฉะนั้นเจตนารมณ์ของโครงงานจึงมุ่งเน้นเพื่อให้ผู้เรียนได้แสดงศักยภาพในการนำความรู้ไปใช้ เพื่อขยายความรู้ให้กว้างและลึกซึ้งและสามรถนำไปใช้ในชีวิตจริง


ลักษณะสำคัญของโครงงาน


ก่อนการจัดกิจกรรมโครงงาน ผู้สอนจะต้องสร้างบรรยากาศในชั้นเรียนที่ส่งเสริมการเรียนรู้และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเลือกวิธีการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ตลอดทั้งฝึกทักษะการแสวงหาความรู้ที่หลากหลาย ทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน โดยจะต้องฝึกอย่างต่อเนื่องและเพียงพอ เพื่อนำผู้เรียนเข้าสู่กระบวนการเลือกหัวข้อเพื่อจัดทำโครงงาน ฉะนั้น ลักษณะสำคัญของโครงงานจึงพอสรุปได้ ดังนี้

  1. เป็นเรื่องที่นักเรียนสนใจ สงสัย ต้องการหาคำตอบ

  2. เป็นการเรียนรู้ที่มีกระบวนการ มีระบบ ครบกระบวนการที่ผู้เรียนจะต้องใช้ความสามารถหลายด้าน

  3. เป็นการบูรณาการการเรียนรู้

  4. มีความสอดคล้องกับชีวิตจริง

  5. มีการศึกษาอย่างลุ่มลึกด้วยวิธีการและแหล่งข้อมูลอย่างหลากหลาย

  6. เป็นการแสวงหาความรู้และสรุปหาความรู้ด้วยตัวเอง

  7. มีการนำเสนอโครงงานด้วยวิธีการที่เหมาะสม ในด้านกระบวนการและผลงานที่พบ

  8. ข้อค้นพบ สิ่งค้นพบ สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
ดังนั้น ก่อนที่ผู้สอนจะเข้าสู่กระบวนการเลือกหัวข้อเพื่อจัดทำโครงงาน ครูผู้สอนจะต้องกระตุ้นให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น และเน้นบรรยากาศแบบประชาธิปไตย คือ ยอมรับ นับถือ ร่วมมือ แบ่งปัน และสร้างสรรค์ด้วยปัญญา ผู้สอนจะต้องคืนอำนาจให้แก่ผู้เรียน เป็นผู้คอยอำนวยความสะดวกทุกประการ และร่วมเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับผู้เรียน ผู้สอนจะต้องปรับบทบาทจากผู้บอกความรู้ มาเป็นผู้กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อให้การจัดกิจกรรมโครงงานประสบความสำเร็จตามเจตนารมณ์อย่างแท้จริง


แผนการจัดกิจกรรมโครงงาน


การจัดกิจกรรมโครงงานเป็นกระบวนการที่จะต้องอาศัยการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ สามารถจำแนกแผนการจัดกิจกรรมโครงงานเป็น 4 ระยะ ดังนี้

  1. ระยะเริ่มต้นโครงงาน เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนจะต้องเลือกเรื่องที่จะทำโครงงาน โดยเลือกจากเรื่องที่ตนสนใจศึกษา เพื่อแก้ปัญหาที่ประสบในชีวิตประจำวัน หรือเป็นเรื่องที่ผู้เรียนสนใจจากเหตุการณ์ปัจจุบัน หรือจากบทเรียน หรือจากชุมชน หรือจากการกระตุ้นของครู

    ดังนั้น การเลือกเรื่องที่จะทำโครงงาน อาจเป็นเรื่องจากประเด็นทั่วๆ ไป หรือปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง ซึ่งจะตรงกับสาขาวิชาใดก็ได้ สิ่งสำคัญจะต้องเป็นเรื่องที่ผู้เรียนสงสัย หรือต้องการหาคำตอบ อยากศึกษาในเรื่องนั้นๆ อย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่ครูเป็นผู้กำหนด


  2. ระยะการทำโครงงาน เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ ระบุประโยชน์ แนวโน้มหรือคาดเดาคำตอบ (สมมติฐาน) กำหนดวิธีการศึกษาที่หลากหลาย เลือกแนวทางการศึกษา ลงมือศึกษา และเก็บรวบรวมผลที่ได้จากการศึกษา


  3. ระยะการเสนอผลการศึกษา เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนจะต้องสรุปผลหรือสร้างความรู้ด้วยตนเอง แล้วนำเสนอผลการศึกษาและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานให้กว้างขวาง โดยใช้วารสารวิชาการ สื่อมวลชน ซึ่งนักเรียนจะได้มีโอกาสเขียนนำเสนอและแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อต่างๆ ด้วยตัวของนักเรียนเอง


  4. ระยะการพัฒนาโครงงาน เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนนำผลที่ได้จากการจัดกิจกรรมโครงงานไปเชื่อมโยงต่อด้วยการสะท้อนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ให้ได้ความรู้ใหม่ ถ้าหากต้องการศึกษาในเชิงลึก ในสิ่งที่ท้าทายใหม่ๆ ก็สามารถให้ผู้เรียนได้ค้นหาความรู้ไปอย่างต่อเนื่องและลึกซึ้งต่อไป
แผนการจัดกิจกรรมโครงงานทั้ง 4 ระยะดังกล่าวนี้ จะต้องเป็นกิจกรรมต่อเนื่องที่จะช่วยให้การจัดกิจกรรมโครงงานประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเลือกเรื่องที่จะทำโครงงาน สิ่งสำคัญ คือ เรื่องหรือปัญหาที่ได้มาต้องมาจากนักเรียนเกิดความสงสัย หรือต้องการ หรือต้องการปฏิบัติงานนั้นๆ ด้วยตนเอง ดังนั้นบทบาทสำคัญของครู คือการหาทางสนับสนุน ช่วยเหลือให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามวิธีการที่ตนเลือกให้ได้มากที่สุด เมื่อผู้เรียนนำเสนอผลการศึกษา ครูก็ควรฉวยโอกาสนี้ สร้างเวทีเพื่อฝึกทักษะการนำเสนอให้กับนักเรียน และจุดสำคัญของการนำเสนอผลงานก็คือ ในการนำเสนอนั้น จะต้องมีการสะท้อนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ต่อการทำโครงงาน หรือค้นหาความรู้ต่อไปอย่างลึกซึ้งและต่อเนื่อง


แนวทางการช่วยเหลือสนับสนุนให้ผู้เรียนจัดทำโครงงาน


ในทุกขั้นตอนของการจัดกิจกรรม โครงงาน ครูผู้สอนจะต้องมีกิจกรรมสนับสนุนให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน โดยกำหนดให้มีกิจกรรมสำรวจความสนใจของตนเองเพื่อ

  1. ชี้ชวน ชักชวน จัดกิจกรรมให้มีการศึกษาสิ่งแวดล้อมรอบตัวหรือชุมชน เพื่อจุดประกายความสงสัยใคร่รู้ให้กับนักเรียนไปสู่แรงจูงใจที่อยากจะศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งในเชิงลึก

  2. การใช้คำถามเชื่อมโยงจากข่าว เหตุการณ์ หรือปัญหาจากชุมชน กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความยากติดตาม

  3. ใช้คำถามเชื่อมโยงจากบทเรียนปกติ เช่น "มีเรื่องอะไรอีกที่นักเรียนต้องการรู้"

  4. ใช้สื่ออื่นๆ เช่น ภาพนิ่ง ป้ายนิเทศ วีดีทัศน์ ฯลฯ และสื่อที่ใช้ควรทิ้งปัญหาให้นักเรียนคิดที่จะศึกษาต่อ

  5. ช่วยเหลือผู้เรียนให้สามารถเลือกเรื่อง/ปัญหา/ประเด็นที่ตนสนใจใคร่จะรู้เพิ่มขึ้นได้มากขึ้นเพื่อจะทำโครงงาน

  6. ร่วมกับผู้เรียนวางแผนกำหนดเรื่องโดยคิดหาความเชื่อมโยงเรื่องโดยใช้เครือข่ายใยแมงมุม (Web)

  7. ใช้คำถามให้ผู้เรียนคิดถึงความต้องการหรือประเด็นที่ต้องศึกษาเรื่องที่เลือกได้แล้ว

  8. วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของจุดประสงค์ของผู้เรียนที่เลือกโครงงานนั้นๆ และให้ความคิดเห็นข้อ
  9. เสนอแนะให้คิดอย่างรอบคอบ

  10. ใช้คำถามกระตุ้นให้คาดเดาคำตอบล่วงหน้า เช่น "นักเรียนคิดว่าจะเป็นเช่นไร" หรือ "นักเรียนคิดว่าน่าจะมีผลต่อชุมชนอย่างไร" โดยครูเป็นผู้ให้กำลังใจ ร่วมวิเคราะห์ เพื่อให้ผู้เรียนได้คิดอย่างรอบคอบและมั่นใจในคำตอบที่คาดคะเน
  11. กระตุ้น ส่งเสริม และให้คำปรึกษาในการคิดวิธีการศึกษาที่หลากหลาย เลือกวิธีการศึกษาที่สามารถทำได้ เลือกแหล่งข้อมูลที่เหมาะสม และจัดทำเค้าโครงของโครงงาน ตลอดทั้งประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยในการศึกษาตามขั้นตอนของโครงงาน

  12. ให้ความช่วยเหลือเมื่อต้องการและให้คำแนะนำในกรณีที่ผู้เรียนมีการศึกษาที่กว้างขวางขึ้น เช่น อาจแนะนำแหล่งความรู้เพิ่มเติม ตลอดทั้งจัดเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเป็นระยะๆ

  13. ให้คำปรึกษาในการเลือกวิธีการนำเสนอ และจัดบรรยากาศในการนำเสนอตลอดทั้งให้การเสริมแรง
แนวทางการช่วยเหลือ สนับสนุนให้ผู้เรียนจัดทำโครงงาน ตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกเรื่อง/ปัญหา/ประเด็น การกำหนดวัตถุประสงค์ การคาดคะเนคำตอบ การกำหนดวิธีการศึกษา การลงมือปฏิบัติ และการรายงานผลนี้เป็นขั้นตอนที่ต่อเนื่องในการจัดกิจกรรมโครงงานอย่างมีประสิทธิภาพ


การนำเสนอผลการศึกษา


เมื่อผู้เรียนเลือกหัวข้อที่จะศึกษาได้แล้ว ครูผู้สอนควรให้เวลาแก่ผู้เรียนพอสมควร ในการแสวงหาความรู้เพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่ผู้เรียนเลือกที่จะศึกษาและจัดทำเป็นโครงงาน โดยใช้แหล่งความรู้ที่หลากหลายในชุมชน เช่น ภูมิปัญญาชาวบ้าน สถานประกอบการในชุมชน องค์กร หรือบุคคล ฯลฯ เมื่อผู้เรียนได้ดำเนินกิจกรรมโครงงานตามขั้นตอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะต้องมีการรายงานผลที่เป็นเอกสาร เพื่อนำเสนอต่อชั้นเรียน และ เผยแพร่ต่อสาธารณะ โดยมีครูเป็นผู้ช่วยเหลือ กระตุ้นให้นักเรียนร่วมคิด และเขียนรายงสนให้เห็นภาพตลอดแนว ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงกระบวนการสุดท้าย มีประเด็นต่างๆ ที่จะต้องรายงานดังนี้

  1. ชื่อโครงงาน

  2. ระยะเวลาที่จัดทำ (ระหว่างวันที่/เดือน/พ.ศ.-วันที่/เดือน/พ.ศ.)

  3. ชื่อผู้จัดทำโครงงาน (บอกระดับชั้นและชื่อโรงเรียน)

  4. ชื่อครูที่ปรึกษา

  5. บทคัดย่อ (สรุปเรื่องที่ศึกษา, วิธีการศึกษา และข้อค้นพบสั้นๆ)

  6. กิตติกรรมประกาศ (ประกาศขอบคุณผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ)

  7. ที่มาและความสำคัญของโครงการ

  8. วัตถุประสงค์ในการศึกษา

  9. คำตอบที่คาดเดาก่อนเริ่มลงมือปฏิบัติ

  10. วิธีการศึกษา

  11. ผลที่เกิดขึ้น

  12. สรุปผล

  13. ประโยชน์ที่ได้รับ

  14. ข้อเสนอแนะ

  15. เอกสารอ้างอิง
การจัดกิจกรรมโครงงานจึงเป็นการยั่วยุให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ยั่วยุให้ครูได้บูรณาการวิชาต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยอาศัยทักษะการจัดการและทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รู้ขอบฟ้ากว้างแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง สำหรับลักษณะของโครงงานนั้นมีหลายประเภท เช่น โครงงานประเภทสำรวจ โครงงานประเภททดลอง โครงงานประเภทประดิษฐ์ โครงงานประเภทพัฒนาโครงงาน เป็นต้น
ที่มาข้อมูล : วารสารวิชาการ ปัที่ 3 ฉบับที่ 9 กันยายน 2543
จำนวนคนอ่าน 1860 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved