ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

โรงเรียนในฝัน
   
โรงเรียนในฝัน ความฝันของการศึกษา สู่ความเป็นจริง

"การสร้างโรงเรียนในฝันให้กระจายอยู่ทุกอำเภอในระยะแรก เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิบัติจริง ส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษา เป็นเครื่องมือที่จะส่งเสริมให้เด็กไทยที่ขาดโอกาส ได้รับการพัฒนาในระดับมาตรฐานจากโรงเรียนที่ใกล้บ้าน.."

ฯพณฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

นั่นคือสุนทรพจน์บางตอน ของ ฯพณฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่กล่าวถึงจุดมุ่งหมายสำคัญของ โรงเรียนในฝัน ที่เกิดขึ้นเพื่อการพัฒนาเยาวชน ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของชาติ ให้มีคุณภาพโดยเริ่มจากการจัดการศึกษาที่จะต้องสามารถกระจายความเจริญทางด้านการศึกษาทุกรูปแบบไปสู่โรงเรียนทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล หรืออยู่ท่ามกลางสภาพความขาดแคลนเพียงใดก็ตาม

22 เมษายน 2546 นับเป็นอีกวันหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการจัดการศึกษาของชาติ เนื่องจากเป็นวันที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ความเห็นชอบในหลักการของ "โครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนในฝัน" ซึ่งเป็นโครงการที่มีเจตนารมณ์ที่จะพัฒนาเยาวชนให้มีคุณภาพ โดยมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการพัฒนาแนวคิดและหลักการ และได้มอบหมายให้สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นผู้ดำเนินการ โดย คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดตั้ง "ศูนย์บริการโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนในฝัน" ขึ้น และมอบหมายให้ นายนิวัตร นาคะเวช ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานการศึกษา ทำหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์บริการโครงการฯ เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานทั้งระบบให้เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ

"โรงเรียนในฝัน" คือ โรงเรียนที่มุ่งจัดการศึกษาให้มีคุณภาพได้มาตรฐานทางการศึกษาของชาติและสอดคล้องกับคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น เป็นที่ยอมรับของนักเรียน ผู้ผกครองและชุมชน เป็นแหล่งเรียนรู้ตลออดชีวิตให้กับชุมชนและสังคม มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์และมีความเชี่ยวชาญ เป็นโรงเรียนต้นแบบในด้านการพัฒนาให้กับโรงเรียนอื่นได้ โดยการใช้การบริหารจัดการแนวใหม่ที่มุ่งพัฒนาโรงเรียนทุกๆ ด้าน ทั้งด้านวิชาการ กระบวนการเรียนรู้ สภาพแวดล้อมของโรงเรียน และการนำเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ และการบริหารจัดการ โดยมุ่งหวังให้เด็กไทยเป็นคนดี มีคุณภาพ และมีอนาคตที่สดใส สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

เมื่อได้มีการวางแนวคิดและเจตนารมณ์ของ "โรงเรียนในฝัน" แล้ว จึงได้มีการคัดเลือกเลือกโรงเรียนขึ้นจากการแสดงความคิดเห็นของชุมชนและประชาชนในพื้นที่เขตปกครอง ที่อยากเห็นโรงเรียนในชุมชนของตนเองเป็นโรงเรียนในฝัน โดยในระยะแรก ได้มีการประกาศรายชื่อโรงเรียนในฝันทั่วประเทศ จำนวน 921 โรงเรียน คือ จากอำเภอ 795 อำเภอ 81 กิ่งอำเภอ และ 45 เขตในกรุงเทพมหานคร ซึ่งแต่ละโรงเรียนจะได้รับงบประมาณจำนวนหนึ่ง เพื่อนำไปใช้พัฒนาด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายๆ ด้าน ของโรงเรียนที่คิดว่ายังไม่พร้อมไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนาการเรียนรู้ การเพิ่มศักยภาพในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา การบริหารจัดการด้านงบประมาณและทรัพยากร การสร้างระบบเครือข่าย ผู้อุปถัมภ์ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และการจัดทรัพยากรที่เหมาะสม โดยให้มีการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้โรงเรียนมีความพร้อมจนเป็นโรงเรียนในฝันที่สมบูรณ์แบบ

นายปิยะบุตร ชลวิจารย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวถึงการดำเนินงานของโรงเรียนในฝันว่า "โรงเรียนในฝัน น่าจะเป็นโรงเรียนต้นแบบให้กับโรงเรียนใกล้เคียง ซึ่งไม่ใช่การเลียนแบบ แต่ขอให้คิดเองโดยการได้เห็นแนวทาง เห็นของจริง คือถ้าเห็นวิธีการ เห็นแผน เห็นรูปแบบเห็นผลลัพธ์จากนักเรียนที่ออกมาตรงนั้นจะทำให้โรงเรียนที่อยู่ในโครงการโรงเรียนในฝันเดินเร็ว ผมเชื่อสมรรถภาพและศักยภาพของผู้บริหารและการปรับตัวของครูผู้สอน เพียงแต่ยังไม่เห็นว่าในที่สุดโรงเรียนจะเป็นอย่างไร ปรับเปลี่ยนไปอย่างไร นักเรียนจะได้อะไร แต่พอเห็นของจริงจะเกิดความมุ่งมั่น เกิดความฝัน ซึ่งความฝันนั้นจะถ่ายทอดเป็นพลังมหาศาลในการขับเคลื่อนตัวโรงเรียนของเขาเองให้เป็นโรงเรียนในฝัน..."

และสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นหัวใจหลักของการดำเนินงานโรงเรียนในฝันนั้น คือ การเข้ามามีส่วนร่วมของชุมชน องค์กรต่างๆ ที่นอกจากจะให้การสนับสนุนในทุกๆ ด้านแล้ว ยังต้องช่วยกันสอดส่องดูแล ปรับปรุงและแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ ที่อาดเกิดขึ้นในโรงเรียน ด้วยเหตุผลที่ว่า โรงเรียนในฝันนั้น เป็นโรงเรียนของชุมชนโดยชุมชนเป็นผู้เลือกร่วมรับผิดชอบ ร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วมบริหารจัดการและนั่นคือ การแสดงบทบาทของคนที่อยู่ในชุมชน ที่จะต้องช่วยกันสานฝันให้เป็นจริงตามที่หวังไว้ตามปาฐกถาของ ฯพณฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ว่า

"ท่านผู้มีอุปการคุณที่ตั้งใจสนับสนุน 1 อำเภอ 1 โรงเรียนในฝัน ผมขอขอบคุณในอนุโมทนาจิต ในกุศลจิตของท่าน เด็กเหล่านี้ถ้าได้รับการพัฒนาที่ดีเติบโตขึ้นมีศักยภาพสูง สร้างเขา แล้วเขาเหล่านี้จะมารับช่วง ช่วยสร้างประเทศไทยเราให้มีความเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง เราต้องสร้างเด็กไทยวันนี้ เพื่อให้เขาใช้ศักยภาพ ให้สมองของเขาได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ เราต้องสร้างโรงเรียนที่มีระบบการเรียนการสอนที่ดี มีอุปกรณ์การเรียนการสอนครบครัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อินเตอร์เน็ต เพราะเขาจะได้เข้าสู่ห้องสมุดโลก เข้าสู่ฐานความรู้หลายๆ อย่างได้ คล่องตัว และเราต้องมีห้องสมุดให้โรงเรียนในฝันของทุกอำเภอให้ได้อย่างน้อยที่เราต้อองการ คือ โรงเรียนจะต้องมีสื่อ ICT มีห้องสมุด มีสภาพแวดล้อมเหมะสม ที่สำคัญ คือ มีการพัฒนาครู เพื่อให้ครูมีโอกาสพบสิ่งใหม่ๆ เพื่อเข้าใจและเปลี่ยนทัศนะคติจากการเรียนการสอนแบบเดิมไปสู่แบบใหม่ เราจะ Channel Resource จากสถาบันการศึกษาระดับสูง เช่น มหาวิทยาลัย ราชภัฏ ราชมงคลทั้งหลาย เพื่อเข้าสู่โรงเรียนเหล่านี้ ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนทั้งหลาย ท่านจะไม่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวอีกแล้ว กำลังมีคนเข้าไปร่วมกับท่านเพื่อทำให้เป็นโรงเรียนชั้นดี เพื่อสอนลูกหลานของเรา..."

และเวทีนี้ ได้เปิดโอกาสให้ทุกคน ทุกหน่วยงานที่ต้องการเป็นผู้ร่วมสร้าง "โรงเรียนในฝัน" เป็นส่วนหนึ่งในการสานฝันทางการศึกษาให้เป็นจริง เพื่ออนาคตที่ดีของเด็กและเยาวชนของชาติ สามารถติดต่อได้ที่ "ศูนย์บริหารโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนในฝัน" อาคารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ชั้น 10 กระทรวงศึกษาธิการ กทม. 10300 หมายเลขโทรศัพท์ 0-22805564, 0-2282-0861 หรือ http://www.labschools.net
ที่มาข้อมูล : สถิรา ปัญจมาลา วารสารวิชาการ ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 มกราคม-มีนาคม 2547
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
จำนวนคนอ่าน 3420 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved