ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

"โรงเรียนวิถีพุทธ" โรงเรียนแห่งความหวังของสังคมไทย
   
ในอดีตการจัดการศึกษาเกิดจากพื้นฐานของสภาพชุมชน เกิดความร่วมมือของ 3 สถาบันในสังคม คือ บ้าน วัด โรงเรียน จนหลายคนคุ้นเคยกับ คำว่า “บวร” เมื่อกระแสโลกาภิวัตน์ ไหลเข้าสู่ประเทศไทย ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทุกด้านอันเนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าของสารสนเทศที่เชื่อมต่อกันแค่นิ้วมือเดียว คนรุ่นใหม่หลงใหลในวัฒนธรรมของต่างชาติ ว่าเป็นผู้เปี่ยมด้วยน้ำใจไมตรีจนฉายานามว่า “สยามเมืองยิ้ม” (Land of smile) นับวันจะเลือนหายไปจากสังคมแบ่งปันไปสู่สังคมแห่งการแข่งขัน กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดรูปแบบโรงเรียนให้เต็มศักยภาพเป็นคนดี คนเก่งของสังคม และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข 5 รูปแบบ ได้แก่
  1. โรงเรียนวิถีพุทธ

  2. โรงเรียนในกำกับของรัฐ

  3. โรงเรียนสองภาษา

  4. โรงเรียนสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ

  5. โรงเรียนต้นแบบการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)
โรงเรียนวิถีพุทธ คือความหวังที่จะพลิกฟื้นสังคมไทยกลับสู่ยุคแห่งความดีงามเหมือนอดีตได้จริงหรือ

โรงเรียนวิถีพุทธ คืออะไร

โรงเรียนวิถีพุทธ คือ โรงเรียนระบบปกติทั่วไปที่นำหลักธรรมพระพุทธศาสนามาใช้ หรือประยุกต์มาใช้ในการบริหารและการพัฒนาผู้เรียนโดยรวมของสถานศึกษา เน้นการบูรณาการตามหลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา เรียนรู้ผ่านการพัฒนา “การกิน อยู่ ดู ฟังเป็น” มีปัญญารู้เข้าใจในคุณค่าแท้ ใช้กระบวนการทางวัฒนธรรมแสดงปัญญา มีวัฒนธรรม เมตตาเป็นรากฐานการดำเนินชีวิต

ลักษณะสำคัญของโรงเรียนวิถีพุทธ

โรงเรียนวิถีพุทธเน้นการจัดสภาพทุกๆ ด้านเพื่อสนับสนุนให้ผู้เรียน พัฒนาตามหลักพุทธธรรมอย่างบูรณาการที่ส่งเสริมให้เกิดความเจริญงอกงามตามลักษณะแห่งปัญญาวุฒิธรรม 4 ประการ คือ

  1. สัปปุริสสังเสวะ หมายถึง การอยู่ใกล้คนดี ใกล้ผู้มีครู อาจารย์ดี มีข้อมูลมีสื่อที่ดี

  2. สัทธัมมัสสวนะ หมายถึง เอาใจใส่ศึกษา โดยมีหลักสูตรการเรียนการสอนที่ดี

  3. โยนิโสมนสิการ หมายถึง มีกระบวนการคิดวิเคราะห์พิจารณา เหตุผลที่ดีและถูกวิธี

  4. ธัมมานุธัมมปฏิบัติ หมายถึง ความสามารถนำความรู้ไปใช้ชีวิตได้ถูกต้องเหมาะสม
การจัดบรรยากาศให้เอื้อต่อการเรียนรู้ตามแนวทางโรงเรียนวิถีพุทธ

มีแนวคิดเบื้องต้นในการจัดสถานศึกษาในด้านต่างๆ ให้มีลักษณะดังต่อไปนี้

  1. ด้านกายภาพ สถานศึกษาจะจัดอาคารสถานที่สภาพแวดล้อม ห้องเรียน และแหล่งเรียนรู้ที่ส่งเสริมลักษณะการพัฒนา ศีล สมาธิ ปัญญา มีศาลาพระพุทธศาสนา พระพุทธรูปเด่นเหมาะสมที่จะชวนให้ระลึกถึงพระรัตนตรัยอยู่เสมอ มีมุมหรือห้องให้ศึกษาพุทธธรรม บริหารจิตเจริญภาวนา บริเวณโรงเรียนให้เป็นธรรมชาติ ชวนมีใจสงบ มีความร่มรื่น มีป้านนิเทศ ป้านคุณธรรม ไม่ให้มีเสียงอึกทึก การเปิดเพลงก็พิถีพิถัน เลือกเพลงที่ส่งเสริมประเทืองปัญญา


  2. ด้านกิจกรรมพื้นฐานวิถีพุทธ สถานศึกษาจัดกิจกรรมวิถีชีวิตประจำวัน ประจำสัปดาห์ หรือในโอกาสต่างๆ เป็นภาพรวมทั้งสถานศึกษา ที่ปฏิบัติบูรณาการทั้งศีล สมาธิ ปัญญา ด้วยสติสัมปชัญญะ เพื่อเป็นไปตามคุณค่าแท้ของการดำเนินชีวิต ซึ่งกิจกรรมที่ดำเนินการควรเป็น เรื่องต่อไปนี้ คือ

    • กิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระก่อนเข้าเรียนและก่อนเลิกเรียนประจำวัน เพื่อใกล้ชิดกับศาสนา

    • มีกิจกรรมรับศีล หรือทบทวนศีล และแผ่เมตตา เพื่อให้ตระหนักถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

    • มีกิจกรรมทำสมาธิ รูปแบบต่างๆ เช่น นั่งสมาธิ เดินสมาธิ เจริญพัฒนาสมาธิ

    • มีการพัฒนาจิตก่อนรับประทานอาหาร เพื่อให้กินเป็น กินอย่างมีสติ

    • มีกิจกรรมอาสา ตาวิเศษ ปฏิบัติวินัย หรือศีล เพื่อให้อยู่เป็น อยู่อย่างสงบสุข

    • มีกิจกรรมประเมินผลการปฏิบัติธรรมประจำวัน เพื่อให้อยู่เป็น

    • มีการสวดมนต์ ฟังธรรมในวันพระ เพื่อพัฒนาศีล สมาธิ ปัญญา

    • มีกิจกรรมบันทึกและยกย่องการปฏิบัติธรรมเน้นย้ำและเสริมแรงการกระทำความดี โดยเข้าในเหตุผลและประโยชน์ที่มีต่อการอยู่ร่วมกัน

  3. ด้านการเรียนการสอน

    สถานศึกษามีการจัดหลักสูตรสถานศึกษาจัดการเรียนการสอนที่บูรณาการพุทธธรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนผ่านกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างชัดเจนต่อเนื่อง สม่ำเสมอ การจัดการเรียนรู้ให้บูรณาการสู่การปฏิบัติ โดยการนนำฐานความคิดของพุทธธรรมเป็นฐาน เชื่อมโยงการเรียนรู้สู่หลักธรรมในการพัฒนาตนและผู้อื่น กระบวนการเรียนรู้ควรมีลักษณะ “สอนให้รู้ ทำให้ดู อยู่ให้เห็น” โดยให้ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านร่างกาย (กายภาวนา) ด้านความประพฤติ (ศีลภาวนา) ด้านจิตใจ (จิตตภาวนา) และด้านปัญญา (ปัญญาภาวนา) มุ่งให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะ “กิน อยู่ ดู ฟัง เป็น” ไม่เบียดเบียนผู้อื่น มีเมตตา “การกินอยู่เป็น” เพื่อประโยชน์ในการดำรงชีวิตอยู่ได้เหมาะสมเป็นไปตามคุณค่าแท้หรือการ “ดูเป็น” เพื่อประโยชน์ต่อการเรียนรู้เพิ่มพูนปัญญา


  4. ด้านบรรยากาศและปฏิสัมพันธ์

    สถานศึกษาควรส่งเสริมบรรยากาศใฝ่เรียนรู้ มีกัลยาณมิตร เคารพอ่อนน้อม ยิ้มแย้มแจ่มใส การมีความเมตตา กรุราต่อกัน โดยครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียนและบุคคลอื่น


  5. ด้านการบริหารจัดการ

    สถานศึกษาควรแสวงหาความร่วมมือจากชุมชน โดยสร้างความเข้าใจวิธีการดำเนินการโรงเรียนวิถีพุทธ โดยจัดการศึกษาตามสภาพความพร้อม คำนึงภาพงดงามของโรงเรียนวิถีพุทธที่สะท้อนถึงการนำหลักธรรมพระพุทธศาสนามาใช้พัฒนาผู้เรียน ดังนี้

      หลักสูตรสถานศึกษา

      • สอดแทรก เพิ่มเติม พุทธธรรม ในวิสัยทัศน์คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน

      • เพิ่มเติมคุณธรรมจริยธรรม ในผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

      • ให้มีการบูรณาการพุทธธรรมในการจัดหน่วยการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระ

      • สอดแทรกความรู้ และการปฏิบัติจริงในการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนอกห้องเรียน โดยการบูรณาการไตรสิกขา เข้าในชีวิตประจำวัน

    • ผู้สอน

      • เป็นตัวอย่างที่ดีของลักษณะ “สอนให้รู้ ให้ทำดู อยู่ให้เป็น” อย่างสม่ำเสมอ

      • เป็นกัลยาณมิตรของผู้เรียน มีเมตตาธรรม อ่อนโยน อดทน อดกลั้นและเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้เรียนอยู่เสมอ

      การจัดการเรียนรู้

      • พัฒนาผู้เรียน รอบด้าน สมดุล สมบูรณ์ ทั้งกาย (ภาวนา) ความประพฤติ (ศีลภาวนา) จิตใจ (จิตตภาวนา) ปัญญา (ปัญญาภาวนา)

      • จัดโอกาส ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ และปฏิบัติธรรมต่างๆ สอดคล้องกับวิถีชีวิต (กิน อยู่ ดู ฟัง)

      • สร้างเสริมให้เกิดวัฒนธรรมแสวงปัญญาและวัฒนธรรมปัญญาและวัฒนธรรมเมตตา

      • เน้นให้เกิดการเรียนรู้แบบโยนิโสมนสิการ เข้าใจและค้นพบคุณค่าแท้ของสรรพสิ่ง
การจัดกิจกรรมของโรงเรียนวิถีพุทธ 4 อย่าง

  1. กิจกรรมเสริมเนื้อหาตามหลักสูตร เช่น

    • วิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ

    • ประกวดมารยาทชาวพุทธ

    • กิจกรรมค่ายพุทธบาตร

    • เรียนธรรมศึกษา/สอบธรรมศึกษา

    • การบริหารจิต การเจริญปัญญา

    • บรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน

  2. 2. กิจกรรมประจำวัน/ประจำสัปดาห์

      กิจกรรมหน้าเสาธง ได้แก่

      • กิจกรรมที่กระทำเพื่อระลึกถึง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

      • กิจกรรมไหว้พระสวดมนต์ แผ่เมตตาและสงบนิ่ง (สมาธิ)

      • กิจกรรมพุทธสุภาษิต

      • กิจกรรมน้องไหว้พี่

      • กิจกรรมศิษย์ไหว้ครู

      • กิจกรรมเดินสมาธิเข้าสู่ห้องเรียน

    • กิจกรรมทำความดีระหว่างวัน ได้แก่

      • กิจกรรมกล่าวคำพิจารณาอาหารก่อนรับประทานอาหาร

      • กิจกรรมขอบคุณหลังรับประทานอาหาร

      • กิจกรรมนั่งสมาธิก่อนเข้าเรียน

      กิจกรรมก่อนเลิกเรียน

      • กิจกรรมไหว้พระสวดมนต์

      • กิจกรรมระลึกถึงพระคุณของผู้มีพระคุณ

      • กิจกรรมท่องอาขยานสร้างสมาธิ

      กิจกรรมประจำสัปดาห์

      • กิจกรรมสวดมนต์สารภัญญะประจำสัปดาห์

      • กิจกรรมทำบุญตักบาตรประจำสัปดาห์หรือวันพระ

  3. กิจกรรมเนื่องในโอกาสวันสำคัญของพระพุทธศาสนา ได้แก่ วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันมาฆบูชา วันเข้าพรรษา โรงเรียนควรจัดนิทรรศการ ทำบุญตักบาตร นำนักเรียนไปฟังเทศน์ เวียนเทียนที่วัด ภารกิจของโรงเรียนในวันสำคัญทางศาสนา คือ ร่วมมือกับชุมชนจัดกิจกรรมประดับธงธรรมจักร เปิดเพลงธรรมะ ทางหอกระจายข่าว


  4. กิจกรรมพิเศษอื่นๆ ได้แก่

    • กิจกรรมไขปัญหาธรรม

    • กิจกรรมประเมินผลการทำความดี

    • กิจกรรมอาสาตาวิเศษ (มีผู้สังเกตพฤติกรรมของผู้ปฏิบัติธรรม)

    • กิจกรรมบันทึกความดี

    • กิจกรรมต้นไม้คุณธรรม

    • จัดนิทรรศการผลงานทางพุทธศาสนา

    • กิจกรรมปฏิสัมพันธ์ ครูทักทายนักเรียนด้วยกิริยา วาจา อ่อนหวาน และสัมผัสด้วยเมตตา

    • กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม เช่น การทำความสะอาด
การจัดบรรยากาศให้เอื้อต่อโรงเรียนวิถีพุทธ

  1. บรรยากาศสงบเงียบ เรียบง่าย

  2. ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ร่มรื่น

  3. ใกล้ชิดชุมชน

  4. สะอาดมีระเบียบ

  5. ทันสมัย มีการปรับปรุงพัฒนาอยู่เสมอ

  6. เป็นแหล่งเรียนรู้ทั้งด้านวิชาการ วิชาชีพและคุณธรรม
โรงเรียนเป็นสถานที่ถ่ายทอดความรู้ และวัฒนธรรมที่ดีงาม การเรียนรู้ในอดีตโรงเรียนมักจะอยู่กับวัดทำให้เกิดการซึมซับเอาวิถีพุทธสาสนาจากการปฏิบัติของชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านเป็นแบบอย่างในลักษณะ “สอนให้รู้ อยู่ให้เห็น” มีสติในการดำรงชีวิตในชุมชน มีการสั่งสมทุนทางปัญญาถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลัง รุ่นแล้ว รุ่นเล่า การสอนของชาวบ้านมีความลึกซึ้งเป็นการสอนที่ทำให้ไม่รู้สึกว่าถูกสอน เป็นการปฏิบัติทั้งทางด้านร่างกาย (กายภาวนา) จิตใจ (จิตภาวนา) ความประพฤติ (ศีลภาวนา) และปัญญา (ปัญญาภาวนา)


โรงเรียนวิถีพุทธเป็นการจัดการศึกษาที่คาดหวังจะเห็นโรงเรียน วัด บ้าน เป็นสามประสานที่จะพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งสังคมกำลังรอความหวังที่จะเห็นสังคมไทยเป็นสังคมแห่งการให้เห็นคุณค่าของวิถีชีวิตที่สงบ เรียบง่าย จงให้โอกาสเด็กที่อยู่ใกล้คนดี ใกล้ผู้รู้ อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ดังคำกล่าวที่ว่า “ความดีไม่มีขายอยากได้ต้องทำเอง” เรามาร่วมกันจัดโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนวิถีพุทธ เพื่อคืนวิถีชีวิตชาวพุทธให้สังคมไทย เพื่อสันติสุขของมวลมนุษยชาติให้ยั่งยืนสืบไป เมื่อถึงวันนั้นคุณค่าของความเป็นครูจะงามสง่ากว่าอาชีพอื่นๆ ได้อย่างภาคภูมิใจ....

ที่มาข้อมูล : วารสารวิชาการ ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 มกราคม-มีนาคม 2547
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
จำนวนคนอ่าน 5227 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved