ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | บันทึกคุณครู
   

การทำงานร่วมกับคนอื่น ต้องรู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
   

(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
"นายมาลุต ชาบำเหน็จ" หัวหน้าฝ่ายบริการโรงเรียนวัดสังเวช อาจารย์เล่าให้ฟังว่าเรียนครูจบมาในสาขาวิชาฟิสิกส์ ปี พ.ศ.2529 ที่วิทบาลัยครูราชสีมา และได้รับการบรรจุเข้ารับราชการครูในปีเดียวกัน ที่โรงเรียนวัดไร่ขิงวิทยา อำเภอสามพราน โดยสอนวิชาฟิสิกส์ ตามสาขาวิชาที่ได้เรียนมา สอนอยู่ที่โรงเรียนวัดไร่ขิงวิทยานี้เป็นเวลา 5 ปี หลังจากนั้นก็ได้ย้ายมาสอนที่โรงเรียนวัดสังเวชตั้งแต่ปี 2534 และสอนวิชาฟิสิกส์เรื่อยมา และยังเป็นครูฝ่ายปกครองอีกด้วย เป็นหัวหน้างานกิจการนักเรียน และทำกิจกรรมต่างๆ ตอนที่อาจารย์อยู่ฝ่ายปกครอง อาจารย์ก็ได้เป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับระบบดูแลของกรมสามัญศึกษา ไปบรรยายตามโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ

อาจารย์เล่าถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาว่า ท่านเคยสอบผู้บริหารถึงสองครั้งแต่ติดที่สำรอง ถึงกระนั้นอาจารย์ก็ไม่ท้อถอย ยังทำหน้าที่อาจารย์ผู้สอนที่ดีเสมอมา ต่อมาท่านผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสังเวชมองเห็นความสามารถหลายๆ ด้าน จึงได้แต่งตั้งให้อาจารย์มาลุต ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริการ

การบริหารการศึกษาตามแนวบูรณาการ

อาจารย์มาลุต พูดถึงคำว่าบูรณาการที่เกี่ยวกับหน้าที่ของฝ่ายบริการว่า คำว่าบริการก็คือ การบริการอำนวยความสะดวกให้ทุกคน ทุกฝ่ายให้มีความสะดวกไม่ว่าจะดูแลเกี่ยวกับสถานที่ สวัสดิการ สุขภาพนักเรียน บรรยากาศของโรงเรียน อำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการบริการต่างๆ เช่นความสะอาดของโรงเรียน ความสะอาดของโรงอาหารอาหาร คุณภาพโภชนาการด้านอาหาร ห้องน้ำ ฝาผนังต่างๆ ให้สะอาดอยู่เสมอ

ปัญหาที่ต้องแก้ไขในโรงเรียน

อาจารย์มาลุต พูดถึงปัญหาที่พบภายในโรงเรียนว่า การทำงานร่วมกับคนอื่น หรือกับคนหมู่มาก ก็ต้องเจอกับปัญหาต้องมีความเข้าใจ เห็นอกเห็นในเพื่อนร่วมงานด้วยกัน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนร่วมงานด้วยกัน ถ้ามีจุดนี้แล้ว อาจารย์บอกว่า ก็จะทำงานร่วมกับคนอื่นได้อย่างมีความสุข อาจารย์แนะนำว่าการทำงานทุกอย่างต้องหันหน้าเข้าหากัน ทำงานด้วยเหตุผลปรึกษากันเกี่ยวกับงานหรือปัญหาที่เกิดขึ้น ร่วมกันแก้ปัญหา และสิ่งที่สำคัญในการทำงาน ต้องยอมรับความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน แล้วเราจะทำงานอย่างมีความสุข

ส่วนปัญหาของนักเรียน อาจารย์เล่าว่าปัญหาของนักเรียนโรงเรียนวัดสังเวชถือว่าน้อยมาก แต่อาจารย์ก็ยกตัวอย่างปัญหามาเล่าให้เราฟังว่า ปัญหาเด็กเวลาเรียนไม่พอ หรือหลับในห้องเรียนซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยกับนักเรียนในโรงเรียนนี้ เพราะเด็กต้องช่วยผู้ปกครองทำงานในเวลากลางคืน กว่าจะได้นอนก็ตีสองตีสาม พอมาถึงโรงเรียนเด็กก็ง่วงนอน ไม่มีสมาธิในการเรียน ซึ่งเป็นปัญหาที่ทางโรงเรียนก็พยามช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ตลอด เช่น ให้ทุนการศึกษากับเด็กที่เรียนดี แต่ยากจน และเอาใจใส่เด็กจำนวนนี้เป็นพิเศษ ซึ่งอาจารย์ได้สรุปเด็กที่มีปัญหาให้เราฟังว่าสาเหตุใหญ่ๆ มาจาก

ครอบครัวไม่สมบูรณ์ ประมาณ 90% ของนักเรียนในโรงเรียน ดังนั้นทางโรงเรียนดึงช่วยให้เด็กกลุ่มนี้เรียนให้จบ สอนในเรื่องการดำเนินชีวิตที่ดีให้กับนักเรียน สามารถออกไปเป็นเยาวชนที่ดีของสังคมต่อไป และอาจารย์มองว่า อนาคตการศึกษาไทยทุกวันนี้กำลังไปในทางที่ดี สอนให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น สอนให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเอง แก้ปัญหาด้วยตัวเอง ครูเป็นผู้ช่วยดูแล แนะนำไปในทางที่ถูกต้อง ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่ดีในการดำรงชีวิตของเด็กในอนาคต

(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
ปัญหาและอุปสรรคต่อการพัฒนาการศึกษา

ปัญหาและอุปสรรคในการศึกษาที่ต้องแก้ไขนั้น อาจารย์มองว่า ต้องแก้ไขที่ครูเป็นอันดับแรก เพราะในปัจจุบันครูไม่จำเป็นต้องมีหน้าที่สอนเคร่งอยู่เฉพาะในวิชาการเท่านี้ เพียงแต่ครูคอยเป็นผู้ชี้แนะที่ดี เป็นผู้รู้ที่คอยให้คำปรึกษาที่ดีแก่เด็ก และยอมรับนิ่งที่ตนไม่รู้ ไม่เข้าใจ เช่นบางเรื่องที่เราไม่เข้าใจก็สามารถเรียนไปพร้อมกับเด็กทำความเข้าใจในเรื่องนั้นๆ ไปพร้อมกับเด็ก ยอมรับในความคิดใหม่ๆ ของเด็กและคอยเป็นผู้ชี้แนะที่ดี มากกว่าเป็นผู้สอนที่ดี เพราะเด็กถ้าเขาเรียนเองจะช้า แต่ถ้ามีผู้แนะนำการเรียนรู้ของเด็กก็จะเร็วขึ้น

ข้อเสนอแนะในการจัดการศึกษา

การปรับการจัดการศึกษาต้องใช้เวลา ค่อยเป็นค่อยไปจึงจะเห็นผล แต่ปัญหาการศึกษาการศึกษาอยู่ที่คุณภาพของครู งบประมาณแต่ละโรงเรียน ครูทุกคนต้องยอมรับว่าต้องมีการพัฒนาตลอดเวลา การจัดการศึกษาก็จะเห็นผลได้เร็วขึ้น ครูต้องทันต่อข่าวสารเหตุการณ์ ครูต้องพยายามศึกษาหาความรู้นำมาสอนเด็ก สอนยังไงให้เด็กเกิดความคิด คิดเอง แก้ปัญหาเองได้ ถ้าทำได้การจัดการศึกษาก็จะไปในทางที่ดีขึ้น

อาจารย์มาลุตได้ฝากถึงนักเรียนว่า จริงๆ เด็กจะเรียนเก่ง เด็กต้องเป็นคนดี เมื่อดีแล้วเด็กก็จะรักในการเรียนความเก่งก็จะตามมา เมื่อคนดี คนเก่งดำเนินชีวิตอยู่ในสังคม จะทำให้สังคมนั้นมีความสุข ซึ่งนักเรียนที่จะเก่งได้ ควรปฏิบัติตัวดังนี้

  1. เราเป็นคนดี รู้จักหน้าที่ถึงเวลาเรียนก็เรียน ถึงเวลาเล่นก็เล่น มีความประพฤติที่ดี เมื่อเราเติบโตขึ้นมาอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ถ้าเก่งอย่างเดียว แต่ขาดความดีก็ทำให้อยู่ในสังคมที่ดีไม่ได้ เพราะบางคนใช้ความเก่งในทางที่ผิด

  2. เป็นเด็กดีต้องมีวินัย

  3. เป็นเด็กดีต้องมีความรับผิดชอบ


ที่มาข้อมูล : จากการสัมภาษณ์
จำนวนคนอ่าน 1553 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved