ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

หลักสูตรท้องถิ่นบูรณาการ
   
เราขอนำเสนอรูปแบบกระบวนการเรียนรู้โดยธรรมชาติเพื่อการพัฒนาเด็กเป็นองค์รวม ซึ่ง อาจารย์เบญจลักษณ์ เกิดวงศ์หงส์ จากโรงเรียนบ้านหาดใหญ่ จังหวัดพิษณุโลก จัดทำแผนการสอนขึ้นจากการเข้าร่วมโครงการพัฒนากระบวนการเรียนรู้โดยธรรมชาติเพื่อการพัฒนาเด็กอย่างเป็นองค์รวม จัดโดยสถาบันสวัสดิการและพัฒนาการเด็ก มูลนิธิเด็ก

ในที่นี้ขอยกตัวอย่างการเรียนการสอนหลักสูตรท้องถิ่นในกลุ่มการงานอาชีพ เรื่องข้าวเกรียบกรอบแกรบ สำหรับชั้นประถม 4-6 โดยบูรณาการกับกลุ่มประสบการณ์ต่างๆ ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม สร้างเสริมลักษณะนิสัย และศิลปะ ใช้เวลาเรียน 1 ภาคการศึกษา

อาจารย์เบญจลักษณ์เปิดเผยถึงที่มาของการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นดังกล่าวว่า เกิดจากกลุ่มแม่บ้านในชุมชนบ้านหาดใหญ่มีชื่อเสียงในการทำข้าวเกรียบจากพืชผลและผลไม้หลายชนิด น่าจะถ่ายทอดวิชาชีพให้เด็กๆ เรียนรู้วิถีชีวิตในท้องถิ่น เกิดความภาคภูมิใจในชุมชน อีกทั้งยอมรับนับถือคนในชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น และนำมาเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติ

กระบวนการเรียนรู้เริ่มจากเตรียมความรู้พื้นฐานโดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกไปสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับการทำข้าวเกรียบจากกลุ่มแม่บ้านในชุมชน เช่น ความเป็นมา แรงบันดาลใจที่ทำให้คิดทำข้าวเกรียบ ได้ความรู้มาจากไหน ข้าวเกรียบที่ทำมีกี่ประเภท และประเภทใดที่คนนิยมรับประทาน วิธีการทำ สูตรการทำข้าวเกรียบ อุปกรณ์ การบรรจุหีบห่อ สถานที่จำหน่าย ตลอดจนการลงทุนและรายได้จากการผลิต ใช้เวลานานเท่าไรจึงประสบความสำเร็จ และมีความรู้สึกอย่างไรกับความสำเร็จ

แต่ละกลุ่มนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ว่า กลุ่มแม่บ้านริเริ่มทำข้าวเกรียบจากผักและผลไม้เนื่องจากหาวัตถุดิบได้ง่ายในชุมชน ลงทุนต่ำ และได้ผลกำไรดี สามารถสร้างรายได้เสริมให้เดือนละ 2,000 บาทต่อคน อย่างไรก็ตาม กว่าจะผลิตข้าวเกรียบให้มีรสชาติอร่อยถูกปากผู้บริโภคได้เช่นทุกวันนี้ ต้องลองทำข้าวเกรียบหลายชนิดให้ชาวบ้านชิม และค่อยๆ ปรับปรุงรสชาติให้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งค้นพบว่า ชาวบ้านนิยมรับประทาน "ข้าวเกรียบข้าวโพด" มากที่สุด รองลงมา คือ ข้าวเกรียบฟักทอง ข้าวเกรียบเผือก และข้าวเกรียบมัน ตามลำดับ

สรุปได้ว่า การทำข้าวเกรียบเป็นผลสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจของกลุ่มแม่บ้านและเชิดหน้าชูตาของหมู่บ้าน ควรช่วยกันอนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นบ้านไว้ ด้วยการสืบทอดและพัฒนาหาวิธีการทำข้าวเกรียบที่หลากหลายรสชาติมากขึ้น

เมื่อทราบถึงที่มาที่ไปแล้ว เข้าสู่ขั้นตอนลงมือทำ ให้เชิญแม่บ้านมาบรรยายและสาธิตการทำข้าวเกรียบชนิดต่างๆ แก่เด็กนักเรียน เช่น ข้าวเกรียบฟักทอง ข้าวเกรียบมัน ข้าวเกรียบกล้วย และข้าวเกรียบเผือก ให้แต่ละกลุ่มบันทึกสูตรและขั้นตอนวิธีทำอย่างละเอียด แล้วอภิปรายสรุปข้อดีและข้อจำกัดของข้าวเกรียบแต่ละประเภท เสร็จแล้วให้จับฉลากว่ากลุ่มใดจะไปศึกษาวิธีการทำข้าวเกรียบชนิดใด พร้อมวางแผนทำข้าวเกรียบ เช่น ช่วงเวลาในการทำ อุปกรณ์ในการทำ วัตถุดิบ สูตรการทำ และขั้นตอนในการทำ รวมทั้งอุปสรรคและปัญหา

ในขั้นตอนนี้ เพื่อเป็นการเรียนรู้กระบวนการผลิตข้าวเกรียบอย่างครบวงจร ครูให้นักเรียนศึกษาวิธีการและลงมือปลูกพืชและผลไม้ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตข้าวเกรียบชนิดต่างๆ เด็กๆ จะได้เรียนรู้วิธีการปลูกพืชผักตั้งแต่การเตรียมแปลงเกษตร ปรับสภาพดิน ดูแลรักษาและกำจัดวัชพืช สำรวจและบันทึกการเจริญเติบโตของพืชผัก จนกระทั่งเก็บเกี่ยวผลผลิตนำไปประกอบอาหาร แปรรูป หรือจำหน่าย เป็นการบูรณาการกับงานเกษตร อีกทั้งเรียนรู้วิทยาศาสตร์เรื่องระบบนิเวศ และสารเคมีที่ใช้ในการประกอบเกษตรกรรม

เมื่อได้เวลาเก็บเกี่ยวพืชผล สมาชิกแต่ละกลุ่มนำผลิตผลที่ได้มาแปรรูปเป็นข้าวเกรียบชนิดต่างๆ เช่น สมาชิกกลุ่มที่ 1 ทำข้าวเกรียบกล้วยน้ำว้า เริ่มจากบดกล้วยสุกให้ละเอียด นำไปกวนในกระทะให้แห้ง ผสมแป้งมันและแป้งสาลี เติมน้ำอุ่น 1 แก้ว นวดให้เข้ากัน ใส่น้ำตาล เกลือป่น พริกไทยป่น และกระเทียมโขลก 1 ช้อนโต๊ะ นวดให้เข้ากันจนได้ที่ ปั้นเป็นแท่งกลมๆ นำไปนึ่งให้สุก และเก็บไว้ในตู้เย็น 1 คืน แล้วหั่นเป็นชิ้นบาง นำไปตากแดดให้แห้งสนิท



เสร็จแล้วแต่ละกลุ่มนำข้าวเกรียบดิบไปทอด ผลัดกันชิมว่ารสชาติเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่ข้าวเกรียบมีรสชาติยังไม่อร่อยได้ที่ และพบปัญหาคล้ายๆ กัน เช่น ทอดแล้วข้าวเกรียบไม่ฟู ไม่กรอบ และเหนียว ครูจึงแนะนำให้ไปปรึกษากลุ่มแม่บ้านว่าเกิดจากสาเหตุใด แล้วให้ลองทำข้าวเกรียบกันอีกครั้งตามคำชี้แนะของกลุ่มแม่บ้าน ผลปรากฏว่าครั้งนี้นักเรียนทำข้าวเกรียบได้รสชาติดีกว่าเดิม ทอดแล้วฟู กรอบ และไม่เหนียว

"ข้าวเกรียบจะอร่อยนอกจากผสมแป้งตามสูตรให้ได้ที่ ข้อพึงระวังคือต้องนึ่งให้สุก หั่นเป็นชิ้นบางๆ และตากแดดให้แห้งสนิท ทอดแล้วจะฟู กรอบ และเก็บไว้ได้นานโดยไม่ขึ้นรา" เด็กชายวิทยา เขียวเพียร เปิดเผยวิธีทำข้าวเกรียบให้อร่อยซึ่งได้จากกลุ่มแม่บ้าน

จากการทำข้าวเกรียบทั้ง 2 ครั้ง ครูให้แต่ละกลุ่มวิเคราะห์ข้อมูลการทำข้าวเกรียบในประเด็นความน่าสนใจและข้อดีในการลงทุนผลิต ข้อพึงระวังในการผลิต ต้นทุนการผลิตทั้งการลงทุนด้านเครื่องมือเครื่องใช้ วัตถุดิบ และการบรรจุหีบห่อ รายได้ที่คาดว่าจะได้จากการจำหน่ายต่อถุง และกำไรโดยคิดเป็นร้อยละของต้นทุนการผลิต รวมทั้งวางแผนการตลาด

เมื่อเด็กๆ เรียนรู้วิธีการและสามารถผลิตข้าวเกรียบได้แล้ว ให้นำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ คือ ให้แต่ละกลุ่มคิดค้นสูตรข้าวเกรียบขึ้นมาเอง และทดลองทำตามสูตรที่คิดค้นไว้ ผลัดกันชิมเพื่อวิเคราะห์ ติชมข้อบกพร่อง รวมทั้งสรุปผลการทำข้าวเกรียบของแต่ละกลุ่ม นำเสนอแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน และนำข้อบกพร่องของแต่ละกลุ่มไปปรับปรุงในการวางแผนทำข้าวเกรียบอีก 2 ครั้ง เพื่อให้ได้ข้าวเกรียบสูตรใหม่ที่มีคุณภาพและรสชาติถูกปากผู้บริโภค

หลังจากแต่ละกลุ่มผลิตข้าวเกรียบสูตรใหม่ เช่น ข้าวเกรียบตำลึง ข้าวเกรียบกระเพรา และข้าวเกรียบสมุนไพร ครูให้ร่วมกันวิเคราะห์คุณค่าโภชนาการ และตรวจสอบคุณภาพ เช่น ตากแดดให้แห้งสนิทป้องกันไม่ให้ราขึ้น ทอดแล้วฟู กรอบ และรสชาติอร่อย โดยเชิญวิทยากรท้องถิ่นมาร่วมตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพก่อนนำออกจำหน่าย

"มั่นใจว่าจะนำความรู้ที่ได้ไปทำข้าวเกรียบกินเองได้ในครอบครัว ช่วยกันทำคนละไม้คนละมือคงสนุกดี หรืออาจผลิตขายในช่วงปิดเทอมเพื่อหารายเสริม" เด็กหญิงภัทรพรรณ ยิ้มอยู่ นักเรียนชั้น ป.6 กล่าว

ขั้นตอนสุดท้ายในการเรียนรู้กระบวนการผลิตข้าวเกรียบ เป็นการออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์ เน้นพกพาง่าย และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทุกกลุ่มเลือกใช้ถุงพลาสติกบรรจุข้าวเกรียบ โดยออกแบบหีบห่อให้สวยงาม เช่น ติดริบบิ้นสีสดใส ตกแต่งป้ายฉลาดผลิตภัณฑ์ เช่น บอกส่วนประกอบ วันเดือนปีที่ผลิต ผู้ผลิตและสถานที่ติดต่อ พร้อมกำหนดราคาที่ทอดแล้วถุงละ 20 บาท ส่วนที่ยังไม่ได้ทอดขายถุงละ 40 บาท นำไปวางจำหน่ายที่โครงการอาหารกลางวัน สหกรณ์โรงเรียน และโรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง เป็นการเรียนรู้วิธีการนำผลผลิตออกจำหน่าย

การจัดกระบวนการเรียนรู้โดยบูรณาการกลุ่มสาระต่างๆ เด็กๆ จะได้ฝึกทักษะภาษาไทย ฟัง พูด อ่าน และเขียน เรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับผักและผลไม้เป็นภาษาอังกฤษ นำความรู้ทางคณิตศาสตร์มาใช้ในเรื่องการลงทุน การจำหน่าย กำไร ขาดทุน การชั่ง ตวง วัด แผนภูมิแท่ง และกราฟแสดงสถิติความนิยมบริโภคข้าวเกรียบของชาวบ้าน เกิดความรู้ความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับพืช สัตว์ โภชนาการ สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศน์ ในขณะเดียวกันยังศึกษาอาชีพต่างๆ ในชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และระบบสหกรณ์ ควบคู่การฝึกงานพื้นฐานอาชีพ เช่น การถนอมอาหาร การทำข้าวเกรียบชนิดต่างๆ และงานเกษตร อีกทั้งเสริมสร้างลักษณะนิสัยจากการทำงานร่วมกับผู้อื่น

รูปแบบการจัดหลักสูตรท้องถิ่นโดยบูรณาการทุกกลุ่มวิชาอย่างเป็นธรรมชาติข้างต้น เป็นเพียงตัวอย่างพอสังเขป ครูสามารถนำไปประยุกต์ใช้หรือเพิ่มเติมรายละเอียดปลีกย่อยของเนื้อหาสาระที่จำเป็นต้องเรียนรู้ตามบริบทและสภาพแวดล้อมของชุมชน เพื่อพัฒนาเด็กอย่างเป็นองค์รวม
ที่มาข้อมูล : ข้าวจี่ ใน สานปฏิรูป ฉบับที่ 62 เดือนมิถุนายน 2546
จำนวนคนอ่าน 6139 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved