ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | ห้องพักครู
   

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546
   
ปีการศึกษา 2546 เป็นปีที่สถานศึกษาทั่วประเทศใช้หลักสูตรในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานครบทุกโรง ทั้งหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 และหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 เป็นหลักสูตรที่จัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 0-5 (5 ปี 11 เดือน 29 วัน) การกำหนดหลักสูตรขึ้นเพื่อให้ผู้จัดการศึกษาในระดับนี้ใช้เป็นแนวทางให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศในด้านของการจัดที่เหมาะสมกับธรรมชาติของการจัดการศึกษา วัย และพัฒนาการของเด็กถูกต้องตามหลักวิชาการและกฎหมาย สอดคล้องกับนโยบายรวมทั้งเหมาะสมกับสภาพปัญหาและความต้องการของสถานศึกษา ชุมชน และท้องถิ่น

แนวคิดพื้นฐานของการจัดทำหลักสูตร

การจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยมีความละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่ง เพราะเด็กวัยนี้ยังเล็กมากช่วยเหลือตัวเองไม่ได้หรือได้น้อย ต้องอาศัยความเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้ใหญ่ แนวคิดพื้นฐานในการจัดหลักสูตรที่มาจากแนวคิดทฤษฎีหลักการของนักการศึกษาสำคัญ ทั้งในและต่างประเทศ พอสรุปได้ดังนี้

  1. คุณค่าและความสำคัญของช่วงชีวิตปฐมวัย

    1.1 เป็นวัยเริ่มต้นของชีวิต เป็นวัยที่ร่างกายและสมองเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว พัฒนาการทางสมองจะส่งผลให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่ดี จึงต้องมีการกระตุ้นที่เหมาะสม
    1.2 เป็นวัยที่สร้างบุคลิกภาพและนิสัยประจำตัว ซึ่งจะส่งผลเมื่อเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต
    1.3 เป็นวัยที่สงสัยใคร่เรียนรู้สิ่งต่างๆ มองโลกอย่างสวยงาม มีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ
    1.4 เป็นวัยที่ต้องการได้รับการตอบสนองขั้นพื้นฐานอย่างเพียงพอ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจเป็นปูพื้นฐานชีวิตให้ดีเพื่อความสุขในวันข้างหน้า


  2. แนวคิดในการพัฒนาเด็ก การพัฒนาเด็กปฐมวัยโดยทั่วไปจะคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

    2.1 พัฒนาเด็กให้สมบูรณ์ทุกด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญา รวมทั้งเรื่องของจิตวิญญาณที่ต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ตั้งแต่เด็ก
    2.2 จัดการเรียนรู้โดยผ่านกิจกรรมและประสบการณ์ต่างๆ ที่เหมาะสมกับวัย เน้นการใช้ประสาทสัมผัสเพื่อการเรียนรู้ การใช้ภาษาในการสื่อสารตามวัย มีสมาธิในการทำกิจกรรมและการแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม
    2.3 ให้ความสำคัญกับการเล่น ซึ่งเป็นความต้องการของเด็กตามธรรมชาติ ให้เป็นการเล่นที่มีความหมายและคุณค่า ก่อให้เกิดประโยชน์ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ
    2.4 ปรับพฤติกรรมให้พึงประสงค์ โดยการอบรมเลี้ยงดู ให้ความรักเอาใจใส่ เอื้ออาทรอย่างถูกวิธี
    2.5 พัฒนาเด็กให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตในสังคม วัฒนธรรมของชุมชนและท้องถิ่นที่เด็กอาศัยอยู่


  3. แนวคิดการปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปการศึกษาตามแนวพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ กำหนดแนวทางการจัดการศึกษาไว้ดังนี้

    3.1 การจัดการศึกษาเน้นผู้เรียนสำคัญที่สุด ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
    3.2 การจัดการศึกษาต้องเน้นทั้งความรู้คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสม
    3.3 การจัดกระบวนการเรียนรู้ จัดให้เหมาะสมกับความสมใจ ความถนัดของผู้เรียนคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ฝึกทักษะพื้นฐานที่สำคัญต่างๆ โดยเฉพาะทักษะการคิดให้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง จัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีงาน จัดบรรยากาศการเรียนรู้ และประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ชุมชน


  4. เป้าหมายในการพัฒนาเด็ก การพัฒนาเด็กหรือผู้เรียนทุกระดับการศึกษา จะมุ่งเน้นให้เป็นคนดีมีปัญญา อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และมีความเป็นไทยควบคู่กับความเป็นสากล นอกจากแนวคิดพื้นฐานของการจัดหลักสูตรข้างต้นแล้ว ในการจัดทำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย มีข้อควรคำนึงถึงดังนี้

    1. ความเหมาะสมกับธรรมชาติการจัดการศึกษา วัยและการตอบสนองต่อภาพปัญหาและความต้องการของชุมชนท้องถิ่น
    2. ความถูกต้องตามนโยบาย กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และความมั่นคงของประเทศ
    3. ความถูกต้องตามหลักวิชา
    4. ความสอดคล้องกับลักษณะและรูปแบบของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544
    5. เหมาะสมกับรูปแบบของหลักสูตร
    6. ความชัดเจนและสะดวกต่อการนำไปปฏิบัติ
ลักษณะสำคัญของหลักสูตร

  1. เป็นหลักสูตรที่เน้นการอบรมเลี้ยงดูและให้ประสบการณ์การเรียนรู้แก่เด็ก

  2. เน้นการพัฒนาการครบทุกด้าน ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา

  3. ยึดจุดหมายหรือมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์เป็นหลักในการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน

  4. ยึดเด็กเป็นศูนย์กลางในการจัดประสบการณ์

  5. ยึดหลักความสมดุลทุกด้าน ทั้งด้านมาตรฐานคุณลักษณะพึงประสงค์ สาระการเรียนรู้เวลา และวิธีการจัดกิจกรรมและประสบการณ์

  6. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยยึดหลักการบูรณาการผ่านกิจกรรมการเล่น
สาระสำคัญของหลักสูตร

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย จัดเป็น 2 ช่วงอายุ คือ หลักสูตรสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี (หมายถึงเด็กอายุแต่ 2 ปี 11 เดือน 29 วัน ลงไป) และหลักสูตรสำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี (หมายถึงเด็กอายุตั้งแต่ 3 ปี ถึง 5 ปี 11 เดือน 29 วัน)

หัวข้อสำคัญที่กำหนดในหลักสูตรประกอบด้วย ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย หลักการ จุดหมาย คุณลักษณะตามวัย สาระการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ การประเมินพัฒนาการ การจัดการหลักสูตรสถานศึกษา การจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ การเชื่อมต่อของการศึกษาปฐมวัยกับการศึกษาระดับที่สูงขึ้น การกำกับ ติดตามประเมิน และรายงาน

ปรัชญาการศึกษาปฐมวัยเป็นแนวคิด ความเชื่อ ที่กำหนดขึ้นเพื่อนำมาใช้ในการจัดหลักสูตรซึ่งแนวคิดหรือความเชื่อดังกล่าวนำมาจากทฤษฎีหลักการ แนวคิดต่างๆ ของนักการศึกษาที่พิจารณาแล้วว่าเหมาะสมกับวัยแบะพัฒนาการของเด็กและบริบทต่างๆ ที่แวดล้อมตัวเด็กปรัชญาการศึกษาจึงเป็นหัวใจสำคัญของการจักหลักสูตรและนำไปสู่การจักการศึกษาในสถานศึกษา
ปรัชญาการศึกษาปฐมวัยกำหนดไว้ดังนี้

"การศึกษาปฐมวัย เป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ปี บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดู และการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กแต่ละคนตามศักยภาพภายใต้บริบทสังคม-วัฒนธรรม ที่เด็กอาศัยอยู่ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และความเข้าใจของทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเองและสังคม"

หลักการ

จากปรัชญาการศึกษาปฐมวัย นำมากำหนดเป็นหลักการในการจัดการศึกษาที่สถานศึกษาต้องยึดเป็นแนวทางในการจัดการศึกษา 5 ประการ

  1. ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการที่ครอบคลุมเด็กปฐมวัยทุกประเภท

  2. ยึดหลักการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและวิถีชีวิตของเด็ก ตามบริบทของชุมชน สังคม และวัฒนธรรมไทย

  3. พัฒนาเด็กโดยองค์รวมผ่านการเล่นและกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย

  4. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้สามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุข

  5. ประสานความร่วมมือระหว่างครอบครัว ชุมชน และสถานศึกษาในการพัฒนาเด็ก
จุดหมาย

จุดหมายเป็นความคาดหวังด้านคุณภาพที่จะเกิดกับเด็กหลังจากจบหลักสูตร จุดหมายของหลักสูตรสำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี ถือเป็นมาตรฐานคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แต่สำหรับเด็กต่ำกว่า 3 ปี ไม่กำหนดเป็นมาตรฐาน เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความกังวลใจกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเด็กที่จะต้องเข้มงวดในการประเมินให้ได้ตามมาตรฐาน รวมทั้งเด็กในวัยนี้มีพื้นฐานทางอารมณ์แตกต่างกันมาก ต้องใช้การสังเกตและความยืดหยุ่นตามสถานการณ์

การกำหนดจุดหมาย กำหนดไว้ครอบคลุมพัฒนาการทุกด้านและเหมาะสมกับวัย ดังตาราง



คุณลักษณะตามวัย

คุณลักษณะตามวัยเป็นความสามารถตามวัยหรือพัฒนาการทุกๆ ด้านตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่อเด็กมีอายุถึงวัยนั้นๆ หลักสูตรกำหนดคุณลักษณะตามวัยไว้ เพื่อความสะดวกของครูหรือพ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็ก ไว้ใช้เป็นแนวทางในการสังเกตพัฒนาการเด็ก ซึ่งจะพบว่าเด็กจะมีพัฒนาการช้าหรือเร็วต่างกัน เมื่อถึงวัยนั้นๆ แล้วไม่เกิด จะได้หาทางช่วยเหลือ โดยการกระตุ้นหรือบางครั้งอาจต้องปรึกษาแพทย์ต่อไป

ระยะเวลาเรียน

ระยะเวลาเรียนสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ไม่ได้กำหนดไว้ แต่สำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี กำหนดไว้ 3 ปี โดยประมาณ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุที่ผู้เรียนเข้าเรียน เช่น ถ้าเข้าเรียนอายุ 3 ปี จะเรียน 3 ปี คือ อนุบาล 1-3 ถ้าเข้าเรียนอายุ 4 ปี จะเรียน 2 ปี คือ อนุบาล 1-2 หรือถ้าเข้าเรียนอายุ 5 ปี จะเรียน 1 ปี เป็นต้น

ดังนั้น การพาเด็กไปเข้าเรียนจึงต้องคำนึงถึงระบบการจัดการศึกษา การจักชั้นเรียนของสถานศึกษา และอายุของเด็ก

สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้ คือ สิ่งที่นำมาใช้ในการจักประสบการณ์ให้แก่เด็ก เพื่อให้บรรลุตามจุดหมายหรือมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่กำหนด ซึ่งจะต้องครอบคลุมองค์ประกอบทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ความรู้ ทักษะ กระบวนการคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม

ด้านความรู้ ที่จัดสำหรับเด็กปฐมวัย จะเน้นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องใกล้ตัวเด็ก บุคคล และสถานที่ที่แวดล้อม ธรรมชาติรอบตัว สิ่งต่างๆ รอบตัวที่เด็กสนใจ มีความจำเป็นที่ต้องใช้ในการดำรงชีวิตความรู้ต่างๆ เหล่านี้ไม่เน้นการให้เด็กท่องจำ

ด้านทักษะ กระบวนการ จะบูรณาการทักษะที่สำคัญและจำเป็นสำหรับเด็ก เช่น ทักษะการเคลื่อนไหว ทักษะทางสังคม ทักษะการคิด ทักษะการใช้ภาษา ทักษะทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นต้น ส่วนด้านกระบวนการจะฝึกให้เด็กรู้จักขั้นตอนการทำกิจกรรมง่ายๆ ที่เหมาะกับวัย เพื่อให้เป็นพื้นฐานในการทำงานง่ายๆ หรือกิจวัตรประจำวัน เป็นต้น

ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม จะปลูกฝังให้เด็กเกิดความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่นรักการเรียนรู้ รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และมีคุณธรรมจริยธรรมที่เหมาะสมกับวัย

สาระการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในหลักสูตร ประกอบด้วย

1. ประสบการณ์สำคัญ ประสบการณ์สำคัญเป็นสาระการเรียนรู้ที่ต้องจัดให้กับเด็กเพื่อให้เด็กมีทักษะสำคัญ และกระบวนการต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในการเรียนรู้สร้างองค์ความรู้ และปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม หลักสูตรกำหนดประสบการณ์สำคัญครอบคลุมพัฒนาการ ได้แก่

    ด้านร่างกาย

    • การทรงตัวและประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อใหญ่ การประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อเล็กการรักษาสุขภาพ การรักษาความปลอดภัย

    • ดนตรี สุนทรียภาพ การเล่น คุณธรรม จริยธรรม

    ด้านสังคม

    • การเรียนรู้ทางสังคม

    ด้านสติปัญญา

    • การคิด การใช้ภาษา การสังเกต การจำแนกและการเปรียบเทียบ จำนวนมิติสัมพันธ์ (พื้นที่/ระยะเวลา)
2. สาระที่ควรเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ เป็นเรื่องราว เหตุการณ์หรือสิ่งที่อยู่รอบตัวเด็ก ที่จำเป็นต่อการเรียนรู้และเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ซึ่งครูนำมาใช้เป็นสื่อในการจัดประสบการณ์และกิจกรรมต่างๆ ควบคู่ไปกับประสบการณ์สำคัญ เพื่อให้เด็กมีคุณภาพตามจุดหมายหรือมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์

หลักสูตรกำหนดสาระการเรียนรู้ไว้อย่างกว้างๆ เอื้อต่อการที่ครูหรือผู้ดูแลเด็กจะพิจารณากำหนดให้เหมาะสมกับเด็กและสภาพสถานศึกษา ชุมชน และท้องถิ่น สาระการเรียนรู้ ได้แก่ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก ธรรมชาติรอบตัว และสิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก

การจัดประสบการณ์

การจัดประสบการณ์เป็นการอบรมเลี้ยงดูและจัดกิจกรรมต่างๆ ตามหลักการของหลักสูตา โดยนำมาจัดเป็นกิจกรรมประจำวันให้เกิดความสมดุลทุกด้าน ทั้งด้านเวลาการใช้กำลังกาย ความคิด สถานที่และวิธีการจัด

การจัดกิจกรรมประจำวันแต่ละวัน ควรจัดให้ครอบคลุมทุกเรื่อง ได้แก่ การพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ การพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก การพัฒนาอารมณ์ จิตใจและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม การพัฒนาสังคมนิสัย การพัฒนาการคิด การพัฒนาภาษา และการส่งเสริมจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์
การเรียกชื่อกิจกรรมต่างๆ อาจกำหนดได้ตามความเหมาะสม เช่น กิจกรรมเสรีหรือการเล่นตามมุม กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ หรือกิจกรราในวงกลม กิจกรรมกลางแจ้ง เกมการศึกษา ฯลฯ

การประเมินพัฒนาการ

การประเมินพัฒนาการของเด็กต้องประเมินให้ครบทุกด้าน เพื่อนำผลมาพัฒนาเด็ก โดยใช้วิธีการประเมินที่หลากหลาย เช่น การสังเกต การสนทนา การสัมภาษณ์ การบันทึกพฤติกรรม การวิเคราะห์ข้อมูลจากผลงานเด็กที่เก็บอย่างมีระบบ ฯลฯ ไม่เน้นการใช้ข้อทดสอบ ควรมีการประเมินเป็นรายบุคคลอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอและประเมินอย่างเป็นระบบ

การใช้หลักสูตร

หลักสูตรสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ผู้ใช้ส่วนใหญ่ คือ พ่อ แม่ ผู้ปกครองเด็ก นอกจากนั้นจะเป็นผู้เลี้ยงดูในสถานพัฒนาเด็ก จึงควรทำความเข้าใจหลักสูตรเพื่อให้นำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง

หลักสูตรสำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี ผู้ใช้ส่วนใหญ่ คือ ครู และผู้ดูแลในสถานศึกษา สถานพัฒนาเด็ก ทั้งการศึกษาในระบบและตามอัธยาศัย (โดยครอบครัว) ในส่วนของการศึกษาในระบบ สถานศึกษาต้องจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาให้เชื่อมโยงกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 (หลักสูตรแกนกลาง) และผนวกกับการจัดให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา ความพร้อม เอกลักษณ์ ภูมิปัญญา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของชุมชนและท้องถิ่น

เด็กปฐมวัยที่พิการ ด้อยโอกาส และมีความสามารถพิเศษ สามารถนำหลักสูตรแกนกลางไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับศักยภาพของเด็กแต่ละประเภทได้ โดยปรับที่มาตรฐาน คุณลักษณะที่พึงประสงค์

เด็กที่ใกล้จะจบหลักสูตร เช่น เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี จะเข้าเรียนในชั้นอนุบาลปีที่ 1 หรือเด็กที่จะเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สถานศึกษาต้องเตรียมความพร้อมที่จะส่งเด็กเข้าเรียนให้เชื่อมต่อกันได้ ทั้งในด้านวิธีการเรียนรู้ การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน และความคุ้นเคยกับสถานที่

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ถือว่าเป็นกรอบการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยที่ผู้จัดทุกคนควรศึกษาทำความเข้าใจให้แจ่มแจ้ง จนสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง การจัดการศึกษาตามหลักสูตร ถือว่าเป็นการพัฒนาและส่งเสริมให้เด็กเป็นคนที่มีคุณภาพ มีคุณค่าต่อสังคมและประเทศชาติในอนาคต

สุชาดา วัยวุฒิ

ที่มาข้อมูล : วารสารวิชาการ ปีที่ 6 ฉบับที่ 10 ตุลาคม 2546
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
จำนวนคนอ่าน 34530 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved