ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | สหกรณ์เพื่อนครู

:: สหกรณ์เพื่อนครู
ระเบียบ ว่าด้วยเงินกองทุนสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือครอบครัวสมาชิกโครงการ 1 (อุดรธานี)
   
ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุดรธานี จำกัด
ว่าด้วยเงินกองทุนสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือครอบครัวสมาชิกโครงการ 1
พ.ศ.2544 (ส.ค.ส. 1 )
......................................


โดยที่คณะกรรมการดำเนินการได้พิจารณาเห็นว่า ควรจะจัดสวัสดิการแก่สมาชิกหรือครอบครัวสมาชิก ในกรณีที่ถึงแก่กรรมหรือมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป เพื่อให้สมาชิกและครอบครัวมีหลักประกันชีวิตที่มั่นคงรวมทั้งเป็นหลักประกันในการชำระหนี้แก่สมาชิกอีกด้วย

อาศัยอำนาจตามความในข้อบังคับ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุดรธานี จำกัด ข้อ 2(2) ข้อ 62(9) และข้อ 83 ในการประชุมคณะกรรมการดำเนินการ ชุดที่ 39 ครั้งที่ 17/2544 เมื่อวันที่ 10 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2544 คณะกรรมการดำเนินการ จึงได้กำหนดระเบียบว่าด้วยเงินฝากสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือครอบครัวสมาชิกโครงการ 1 พ.ศ.2544 (ส.ค.ส. 1) ดังต่อไปนี้

ข้อ 1. ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุดรธานี จำกัด ว่าด้วยเงินฝากสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือครอบครัวสมาชิกโครงการ 1 พ.ศ.2544 มีชื่อย่อว่า ส.ค.ส. 1"
 
ข้อ 2. ในระเบียบนี้
 
  ---"สหกรณ์" หมายถึง สหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุดรธานี จำกัด
 
  ---"สมาชิก" หมายถึง สมาชิกตามระเบียบว่าด้วยเงินฝากสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือครอบครัวสมาชิกโครงการ 1
 
  ---"กรรมการ" หมายถึง กรรมการจัดสวัสดิการตามระเบียบนี้
 
  ---"ประธาน" หมายถึง ประธานคณะกรรมการจัดสวัสดิการตามระเบียบนี้
 
  ---"คณะกรรมการดำเนินการ" หมายถึง คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุดรธานี จำกัด
 
  ---"ประธานกรรมการ" หมายถึง ประธานคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุดรธานี จำกัด
 
  ---"ผู้จัดการ" หมายถึง ผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุดรธานี จำกัด
 
  ---"คู่สมรส" หมายถึง คู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายของสมาชิก
 
  ---"บุตร" หมายถึง บุตรที่ถูกต้องตามกฎหมายของสมาชิก
 
  ---"บิดา - มารดา" หมายถึง ผู้ให้กำเนิดสมาชิก
 
  ---"ผู้อุปการะ" หมายถึง ผู้อุปการะเลี้ยงดูสมาชิก
 
 
ข้อ 3. ให้ยกเลิก ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุดรธานี จำกัด ว่าด้วยเงินฝากสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือครอบครัวสมาชิกโครงการ 1 พ.ศ.2541 (ส.ค.ส. 1) ซึ่งกำหนดไว้ ณ วันที่ 19 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2541 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2543 ซึ่งกำหนดไว้ ณ วันที่ 30 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2543 และให้ใช้ระเบียบใหม่นี้แทน
 
ข้อ 4. ให้คณะกรรมการดำเนินการ เลือกตั้งระหว่างกันเองให้ได้จำนวนไม่น้อยกว่า 4 คน และไม่เกิน 6 คน เป็นคณะกรรมการจัดสวัสดิการ โดยให้เป็นประธานคนหนึ่ง เป็นรองประธานคนหนึ่ง และเป็นเลขานุการอีกคนหนึ่ง นอกนั้นเป็นกรรมการ ให้ผู้จัดการเป็นกรรมการและเหรัญญิกโดยตำแหน่ง
 
ข้อ 5. ให้คณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับอายุของคณะกรรมการดำเนินการซึ่งเลือกตั้งคณะกรรมการนั้น
ถ้ากรรมการว่างลงก่อนถึงคราวออกตามวาระ ให้คณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้งระหว่างกันเองขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างนั้น กรรมการที่ได้รับเลือกทนตำแหน่งที่ว่างให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงระยะเวลาคงเหลือของกรรมการที่ตนแทนเท่านั้น
 
ข้อ 6. กรรมการต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุใดๆ ดังต่อไปนี้
 
  ---(1)  ถึงคราวออกตามวาระ
  ---(2)  ตาย
  ---(3)  ลาออก
  ---(4)  พ้นจากตำแหน่งกรรมการดำเนินการ
  ---(5)  โอน หรือย้ายไปรับราชการในต่างจังหวัด
  ---(6)  คณะกรรมการดำเนินการลงมติ ด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ให้ถอดถอนทั้งคณะหรือรายตัว
 
ข้อ 7. การลงมติเพื่อพิจารณา หรือวินิจฉัยปัญหาใดๆ ของคณะกรรมการ ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ตัดสิน ในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานเป็นผู้ชี้ขาด
 
ข้อ 8. ให้คณะกรรมการรายงานผลการดำเนินงาน ให้คณะกรรมการดำเนินการทราบในวันประชุมประจำเดือนและให้คณะกรรมการดำเนินการ รายงานผลการดำเนินงานระหว่างปีเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการนี้ให้สมาชิกทราบในวันประชุมใหญ่สามัญประจำปี
 
ข้อ 9. คณะกรรมการย่อมทรงไว้ ซึ่งสิทธิที่จะเรียกให้สมาชิกหรือทายาทของสมาชิกที่ถึงแก่กรรม หรือได้รับเงินสงเคราะห์กรณีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์หรือเกษียณอายุราชการซึ่งเป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินสงเคราะห์ตามระเบียบนี้เพื่อให้จัดการชำระหนี้ทั้งปวงที่สมาชิกได้ก่อหนี้ผูกพันไว้กับสหกรณ์ให้เสร็จสิ้นได้ด้วย
 
ข้อ 10. ให้คณะกรรมการมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินทั้งปวง ที่สมาชิกฝากไว้กับสหกรณ์เพื่อจัดเป็นเงินสวัสดิการตามระเบียบนี้
 
ข้อ 11. คุณสมบัติของสมาชิก
 
  ---(1)  ในวันรับสมัครต้องเป็นสมาชิก หรือคู่สมรสของสมาชิกสหกรณ์อายุไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์ หรือบุตรของสมาชิก
-------- สหกรณ์อายุระหว่าง 5 ปีบริบูรณ์ ถึง 25 ปีบริบูรณ์
  ---(2)  มีสุขภาพสมบูรณ์ และไม่เป็นโรคดังต่อไปนี้ในวันรับสมัคร
 
  ---------o โรคหัวใจ
  ---------o โรคมะเร็ง
  ---------o โรคเบาหวานขั้นรุนแรง
  ---------o โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (โรคเอดส์)
 
  ---(3)  สมัครเข้าเป็นสมาชิกสวัสดิการตามระเบียบนี้
  ---(4)  ได้ฝากเงินสวัสดิการไว้กับสหกรณ์ ตามข้อ 13 และมีอายุการเป็นสมาชิกสหกรณ์ไม่น้อยกว่า 36 เดือน
---------หลังจากเป็นสมาชิก ส.ค.ส. 1 แล้ว ยกเว้นสมาชิกที่ลาออกจากราชการหรือย้ายไปต่างจังหวัด คู่สมรสหรือ
-------- บุตรของสมาชิกที่ถึงแก่กรรม คู่สมรสหรือบุตรของสมาชิกที่ลาออกจากราชการ และคู่สมรสหรือบุตรของ
-------- สมาชิกที่ย้ายไปต่างจังหวัดที่ได้ฝากเงินครบเต็มจำนวนแล้ว ให้ถือว่าเป็นสมาชิก ส.ค.ส. 1 โดยสมบูรณ์
-------- แต่ผู้ที่ฝากเงินเป็นรายเดือน ให้นำเงินมาฝากให้ครบเต็มจำนวน มิให้ผ่อนชำระต่อไปอีก
  ---(5)  การนับอายุสมาชิก ให้นับตั้งแต่วันสิ้นเดือนที่คณะกรรมการดำเนินการมีมติอนุมัติให้รับเข้าเป็นสมาชิก
--------ในกรณีที่คณะกรรมการดำเนินการ เห็นสมควรจะกำหนดคุณสมบัติของสมาชิก ให้มีอายุเกินกว่า 35 ปีบริบูรณ์
--------ตาม (1) ก็ให้กระทำได้โดยสหกรณ์ออกประกาศกำหนดอายุ และวิธีการดำเนินการเป็นครั้งคราวตามที่เห็นสมควร
 
ข้อ 12. การพ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิก สมาชิกพ้นจากสมาชิกภาพด้วยเหตุดังต่อไปนี้
 
  ---(1)  ตาย
  ---(2)  คณะกรรมการดำเนินการมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียง 3 ใน 4 ของผู้เข้าประชุม
  ---(3)  ถูกให้ออกจากการเป็นสมาชิกสหกรณ์ และหรือค้างส่งเงินงวดชำระหนี้ต้องนำเงินฝากไปชำระหนี้หนี้แก่สหกรณ์
  ---(4)  เมื่อสมาชิกขาดคุณสมบัติตามข้อ 11(4) และให้โอนเงินฝาก ส.ค.ส. 1 ที่มีทั้งหมดเข้าเป็นเงินกองทุน
--------เพื่อใช้จ่ายตามระเบียบนี้ ยกเว้นสมาชิก ผู้นั้นได้สมัครให้คู่สมรส หรือบุตรเสียชีวิตลง ถ้าคู่สมรส
--------หรือบุตรต้องการเป็นสมาชิกต่อก็สามารถจะกระทำได้ โดยต้องชำระเงินฝากให้ครบในครั้งเดียว
   
ข้อ 13. สมาชิกต้องฝากเงินสวัสดิการไว้กับสหกรณ์ ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
 
  ---(1)  ฝากครั้งเดียว 5,000.00 บาท
  ---(2)  ฝากเป็นรายเดือน เดือนละไม่ต่ำกว่า 100.00 บาท จนกว่าจะครบ 5,000.00 บาท ในระหว่างที่ฝาก
--------ยังไม่ครบ 5,000.00 บาทสมาชิกจะต้องจ่ายเงินสงเคราะห์ศพให้แก่สมาชิกที่ถึงแก่กรรมในอัตรา
--------ศพละ 10.00 บาท อีกต่างหากจากเงินฝากนั้น ทั้งนี้ในส่วนที่เกินกว่า 10 ศพ ให้เก็บในเดือนถัดไป
 
ข้อ 14. เงินสวัสดิการตามข้อ 13 ให้นำเข้าฝากไว้กับสหกรณ์ประเภทออมทรัพย์โดยสหกรณ์จะคิดดอกเบี้ยให้ตามอัตราที่กำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยเงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยที่ได้จากเงินฝากสวัสดิการ ตามวรรคแรก สหกรณ์จะนำไปจ่ายเป็นเงินสงเคราะห์แก่ทายาทสมาชิกที่กำหนดไว้ในข้อ 19 วรรคแรกหรือจ่ายเป็นเงินสงเคราะห์แก่ทายาทสมาชิกที่กำหนดไว้ในข้อ 17 และข้อ 19 วรรคหลังแห่งระเบียบนี้แล้วแต่กรณี เงินที่เหลือให้นำไปฝากออมทรัพย์ไว้กับสหกรณ์เป็นเงินกองทุนเพื่อใช้จ่ายตามระเบียบนี้
 
ข้อ 15. สมาชิกได้ฝากเงินสวัสดิการตามข้อ 13(2) และขาดส่งฝากสวัสดิการเป็นเวลา 2 เดือนติดต่อกันจะหมดสิทธิที่จะได้รับเงินสวัสดิการตามระเบียบนี้โดยสหกรณ์จะแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร เว้นแต่สมาชิกนั้นจะนำเงินสวัสดิการที่ค้างฝากทั้งหมดมาส่งฝากกับสหกรณ์รวมทั้งนำเงินค่าสงเคราะห์ที่พึงจ่ายระหว่างที่ขาดส่งเงินฝากสวัสดิการมามอบให้กับสหกรณ์ภายในเวลา 30 วัน นับจากวันที่เจ้าตัวรับทราบหรือควรรับทราบเพื่อดำเนินการต่อไป
 
ข้อ 16. เมื่อสมาชิกรายใดถึงแก่กรรมลง สหกรณ์จะจ่ายเงินสงเคราะห์แก่ทายาทของสมาชิก ตามที่ระบุไว้ในใบสมัคร หรือตามหนังสือแสดงเจตนาผู้รับผลประโยชน์ถ้าหนังสือแสดงเจตนาผู้รับผลประโยชน์มีหลายฉบับ ให้ยึดถือตามฉบับที่กระทำไว้ครั้งหลังสุด
 
ข้อ 17. เงินสงเคราะห์ที่จะจ่ายให้แก่ทายาทของสมาชิกตามข้อ 16 จะจ่ายเท่ากับจำนวนสมาขิกคูณ 10 แต่ไม่เกิน 100,000.00 บาท
 
ข้อ 18. การจ่ายเงินสงเคราะห์ จะจ่ายดังนี้
 
  ---(1)  จ่ายเป็นค่าดำเนินการร้อยละ 1 ของเงินสงเคราะห์ทั้งสิ้น โดยฝากออมทรัพย์ไว้กับสหกรณ์เป็นทุนดำเนิน
-------- การตามระเบียบนี้
  ---(2)  เมื่อถึงแก่กรรมได้รับสงเคราะห์ร้อยละ 20 แต่ไม่เกิน 20,000.00 บาท ในวันที่สหกรณ์ได้รับเอกสารแจ้ง
---------การถึงแก่กรรมของสมาชิก โดยอนุมัติของประธานกรรมการ
  ---(3)  จ่ายเป็นเงินค่าสงเคราะห์ แก่ทายาทของสมาชิกร้อยละ 79 ภายในเวลา ไม่เกิน 90 วัน หลังจากได้รับแจ้ง
-------- การถึงแก่กรรมของสมาชิกนั้นโดยอนุมัติของคณะกรรมการดำเนินการ
  ---(4)  สมาชิกที่ถึงแก่กรรมภายใน 180 วัน นับตั้งแต่วันรับสมัครเข้าเป็นสมาชิก สหกรณ์จะจ่ายคืนเงินฝาก
--------แต่จะไม่จ่ายเงินค่าสงเคราะห์ศพที่พึงได้ตามระเบียบนี้ ยกเว้นกรณีที่ถึงแก่กรรมโดยอุบัติเหตุ
   
ข้อ 19. สมาชิกที่ได้เป็นสมาชิกสวัสดิการนี้มาแล้ว ไมน้อยกว่า 10 ปี และมีอายุรบ 60 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับจำนวนสมาชิกคูณ 10 แต่ไม่เกิน 50,000.00 บาท
สมาชิกที่เกษียณอายุราชการให้ได้รับเงินสงเคราะห์หลังเกษียณอายุราชการ
 
  เมื่อสมาชิกที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ตามวรรคแรก หรือสมาชิกที่เกษียณอายุราชการตามวรรคสอง ถึงแก่กรรมลงในภายหลังสหกรณ์จะจ่ายเงินสงเคราะห์ที่เหลืออีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมีจำนวนเงินเท่ากับวรรคแรกให้แก่ทายาทของสมาชิกตามข้อ 16
 
ข้อ 20. เพื่อความเสมอภาคของสมาชิก และเพื่อความมั่นคงของโครงการนี้สมาชิกที่ถึงแก่กรรมจะต้องหักฝากเงินสงเคราะห์ไว้ 5% ของเงินที่ได้รับ ทั้งนี้รวมกับเงินที่ได้ฝากไว้แล้ว
 
ข้อ 21. เงินสวัสดิการนี้ไม่ถือว่าเป็นเงินมรดก สหกรณ์ย่อมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะจ่ายให้แกบุคคลที่ได้ระบุไว้ในข้อ 16 แห่งระเบียบนี้เท่านั้นและมติของคณะกรรมการดำเนินการในการอนุมัติการจ่ายไม่ว่ากรณีใด ๆ ถือเป็นอันสิ้นสุดจะนำไปฟ้องร้องมิได้
 
ข้อ 22. เมื่อสมาชิกถึงแก่กรรมลง ให้ทายาทของสมาชิกตามข้อ 16 ยื่นเรื่องราวขอรับเงินสงเคราะห์จากสหกรณ์ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันสมาชิกนั้นถึงแก่กรรมหากพ้นกำหนดนี้สหกรณ์อาจพิจารณาจ่ายให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือหลายคนที่ระบุไว้ในข้อ 16 ตามที่เห็นสมควรเมื่อคณะกรรมการได้ดำเนินการตามวรรคแรกแล้วเวลาล่วงเลยไปไม่น้อยกว่า 180 วันนับจากวันที่คณะกรรมการลงมติปรากฏว่าไม่มีทายาทตามที่ระบุไว้ในข้อ 16 ที่จะรับเงินสงเคราะห์ ให้นำเงินสงเคราะห์ดังกล่าวเข้ารวมเป็นเงินฝากสวัสดิการตามระเบียบนี้
 
  ในการยื่นเรื่องราวรับเงินสงเคราะห์นั้น ผู้ยื่นเรื่องราวต้องส่งเอกสารหลักฐานประกอบดังต่อไปนี้
 
  ---(1)  หนังสือขอรับเงินสวัสดิการ ตามแบบที่สหกรณ์กำหนด
  ---(2)  มรณบัตรของสมาชิกพร้อมทั้งสำเนามรณบัตร
  ---(3)  สำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อของสมาชิก และผู้ขอรับเงินสงเคราะห์
  ---(4)  ทะเบียนสมรสของสมาชิก (ในกรณีที่สมาชิกมีคู่สมรส) พร้อมสำเนา
  ---(5)  หนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ (ในกรณีที่สมาชิกได้ทำหนังสือแต่งตั้งผู้รับโอนประโยชน์ไว้)
  ---(6)  เอกสารอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ 23. เมื่อสมาชิกมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ หรือเกษียณอายุราชการ และมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการตามข้อ 19 ให้ยื่นเรื่องราวขอรับเงินสวัสดิการจากสหกรณ์ภายในเวลา 30 วัน หลังจากวันอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ หรือเกษียณอายุราชการ หากพ้นกำหนดนี้ สหกรณ์จะถือว่าสมาชิกนั้นสละสิทธิ์ในการรับเงินสวัสดิการ
การยื่นเรื่องราวขอรับเงินสวัสดิการ กรณีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ หรือเกษียณอายุราชการสมาชิกต้องดำเนินการด้วยตนเอง หรือมอบหมายให้บุคคลอื่นดำเนินการ โดยมีหนังสือมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร เอกสารหลักฐานประกอบในการยื่นเรื่องราวขอรับเงินสวัสดิการ กรณีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ หรือเกษียณอายุราชการ มีดังนี้
---(1)  หนังสือขอรับเงินสวัสดิการ ตามแบบที่สหกรณ์กำหนด
---(2)  คำรับรองของกรรมการประจำหน่วย
---(3)  สำเนาทะเบียนบ้าน
---(4)  คำสั่งเกษียณอายุราชการ
---(5)  หนังสือมอบหมายให้รับเงินสวัสดิการแทนสมาชิก ในกรณีให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน
ข้อ 24. ให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการ ยื่นหนังสือเอกสารต่างๆ ตามข้อ 22 หรือข้อ 23 แล้วแต่กรณี ผ่านผู้บังคับบัญชาชั้นต้นและกรรมการประจำหน่วยและให้กรรมการประจำหน่วยนำส่งสหกรณ์เพื่อดำเนินการต่อไป
ข้อ 25. การถอนเงินฝาก เพื่อนำมาจ่ายเป็นเงินสวัสดิการนั้น ให้ประธาน รองประธานเลขานุการอย่างน้อยสามคน เป็นผู้มีอำนาจลงชื่อในการถอนเงิน
ข้อ 26. ถ้ามีเหตุผลพิเศษอันเนื่องมาจากสมาชิกถึงแก่กรรมเป็นจำนวนมาก หรือมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์หลายราย
หรือมีจำนวนสมาชิกลดลงมากจนอาจเป็นเหตุให้เกิดความไมมั่นคงหรือไม่อาจดำเนินการตามโครงการต่อไป
ได้ให้คณะกรรมการดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินสงเคราะห์ที่จะจ่ายให้แก่สมาชิกตามข้อ 19 ได้ตามสมควร
ข้อ 27. สมาชิกหรือคู่สมรสของสมาชิก จะสมัครเข้าฝากเงินตามโครงการนี้ได้เพียงคนละ 1 บัญชีเท่านั้น
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2544


(ลงชื่อ)
(นายสุรพงษ์ วงศ์อารีย์)
ประธานกรรมการ


(ลงชื่อ)
(นายวิชัย ศรีสวัสดิ์)
เลขานุการ
ที่มาข้อมูล : สหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุดรธานี จำกัด
จำนวนคนอ่าน 604 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved