ข่าวแวดวงครู
เปิดสอบครู
ห้องพักครู
แผนการสอน
บันทึกคุณครู
Tip & tricks
สหกรณ์เพื่อนครู
กฎหมายในวงการศึกษา
เปิดสอบราชการทั่วไป
 

 
หน้าแรก | มุมคุณครู | สหกรณ์เพื่อนครู

:: สหกรณ์เพื่อนครู
ระเบียบ ว่าด้วยการให้เงินกู้แก่สมาชิก (อุดรธานี)
   
ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุดรธานี จำกัด
ว่าด้วยการให้เงินกู้แก่สมาชิก
พ.ศ.2544
.................................


หมวด 1
ข้อกำหนดทั่วไป

อาศัยอำนาจตามความในข้อบังคับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุดรธานี จำกัด ข้อ 13 ถึง ข้อ 18 ข้อ 62(9) และข้อ 83(4) มติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการ ชุดที่ 39 ครั้งที่ 17/2544 วันที่ 10 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2544 คณะกรรมการดำเนินการ จึงได้กำหนดระเบียบว่าด้วยการให้เงินกู้แก่สมาชิก พ.ศ.2544

ข้อ 1. ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุดรธานี จำกัด ว่าด้วยการให้เงินกู้แก่สมาชิก พ.ศ.2544"
ข้อ 2. ให้ยกเลิกระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุดรธานี จำกัด ว่าด้วยการให้เงินกู้แก่สมาชิก พ.ศ.2542 ซึ่งกำหนดไว้ ณ วันที่ 17 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2542 และแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 1 พ.ศ.2543 ซึ่งกำหนดไว้ ณ วันที่ 24 เดือน เมษายน พ.ศ.2543 และให้ใช้ระเบียบใหม่นี้แทน
ข้อ 3. สหกรณ์ให้เงินกู้แก่สมาชิก 3 ประเภท คือ
---(1) เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน
---(2) เงินกู้สามัญ
---(3) เงินกู้พิเศษ
ข้อ 4. การให้เงินกู้แก่สมาชิกนั้น จะให้ได้เฉพาะกรณีเพื่อการอันจำเป็นหรือมีประโยชน์ตามที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร แต่จะให้เงินกู้เพื่อการสุรุ่ยสุร่ายหรือเพื่อการเก็งกำไรไม่ได้
ข้อ 5. สมาชิกผู้ประสงค์ขอกู้เงินสามัญ ต้องยื่นคำขอกู้ต่อสหกรณ์ ตามแบบที่กำหนดไว้
ข้อ 6. คำขอกู้เงินสามัญของสมาชิกนั้น ต้องเสนอโดยผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบของผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด หรือกรรมการดำเนินการ
ข้อ 7. จำนวนเงินกู้สามัญที่ให้แก่สมาชิกคนหนึ่ง ๆ นั้น ย่อมสุดแต่คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาเห็นสมควร
โดยพิจารณาตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้
---7.1 จะต้องมีหุ้นร้อยละสามสิบของวงเงินที่อนุมัติให้กู้
---7.2 ผู้ที่งดส่งเงินค่าหุ้นตามข้อบังคับ ข้อ 7 ไว้แล้ว เมื่อได้รับอนุมัติให้กู้เงินสามัญหรือเงินกู้พิเศษ
--------ต้องส่งเงินค่าหุ้นรายเดือน
------(1) เงินกู้ไม่เกินสองแสนบาท ส่งค่าหุ้นรายเดือนเดือนละสองร้อยบาท
------(2) เงินกู้เกินกว่าสองสองแสนบาท แต่ไม่เกินสามแสนบาท ส่งค่าหุ้นรายเดือน เดือนละสามร้อยบาท
------(3) เงินกู้เกินกว่าสามแสนบาท แต่ไม่เกินสี่แสนบาท ส่งค่าหุ้นรายเดือน เดือนละสี่ร้อยบาท
------(4) เงินกู้เกินสี่แสนบาท แต่ไม่เกินห้าแสนบาท ส่งค่าหุ้นรายเดือน เดือนละห้าร้อยบาท
------(5) เงินกู้เกินกว่าห้าแสนบาท ส่งค่าหุ้นรายเดือน เดือนละหกร้อยบาทในกรณีที่สมาชิกมีหุ้น
-----------หรือเงินฝากประจำในสหกรณ์คณะกรรมการดำเนินการอาจให้เงินกู้สามัญแก่สมาชิกผู้นั้น
-----------ได้ไม่เกินร้อยละเก้าสิบหกของเงินค่าหุ้น หรือเงินฝากประจำที่สมาชิกนั้นมีอยู่ในสหกรณ์โดย
-----------ไม่ต้องนำหลักเกณฑ์ในข้อ 12 วรรคแรกมาบังคับใช้ และในกรณีกู้เงินฝากประจำนั้น
-----------ห้ามสมาชิกถอนเงินฝากประจำนั้นก่อนครบเวลา 2 ปี เมื่อครบ 2 ปีแล้ว ให้ถอนคืนได้ไม่เกิน
-----------ต้นเงินที่ได้ชำระไปแล้ว
สมาชิกที่ลาออกจากราชการ หรืองานประจำตามข้อบังคับของสหกรณ์ข้อ 31 (3) และข้อ 43 ให้มีสิทธิกู้เงินสามัญจากสหกรณ์ได้ในวงเงินตามข้อ 12 วรรคสอง
ข้อ 8. ถ้าคณะกรรมการดำเนินการ เห็นสมควรจะให้เงินก็สามัญแก่สมาชิก ที่ส่งคืนเงินกู้สามัญ หรือเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินรายก่อนไม่เสร็จก็ได้ แต่จำนวนเงินก็สามัญและเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินรวมทุกรายการของสมาชิกผู้กู้คนหนึ่งๆ ในเวลาใดเวลาหนึ่งจะมีจำนวนต้นเงินเกินกว่าจำกัด ที่กล่าวในข้อ 12 วรรค แรกหรือวรรคสองสุดแต่กรณีไม่ได้
ข้อ 9. ในการให้เงินกู้สามัญนั้น ถ้าปรากฏว่าสหกรณ์มีเงินทุนที่จะให้กู้ได้ไม่พอแก่การขอกู้อันมีลักษณะพึงให้กู้นั้นทุกราย ให้ถือลำดับในการพิจารณาให้เงินกู้ดังต่อไปนี้
---(1) เงินกู้ซึ่งถือค่าหุ้นเป็นหลักประกันนั้น พึงให้ในลำดับก่อนเงินกู้ซึ่งมีหลักประกันอย่างอื่น
---(2) ในระหว่างเงินกู้ซึ่งอยู่ในลำดับเดียวกันตามที่กล่าวใน (1) นั้น เงินกู้ซึ่งมีจำนวนน้อยพึงให้ก่อนเงินกู้
-------- ซึ่งมีจำนวนมาก เพื่อประโยชน์แห่งการนี้จำนวนเงินก็ที่นำมาเทียบกันนั้นให้คิดรวมทั้งเงินกู้สามัญและ
--------เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินรายก่อนของผู้กู้ที่คงเหลืออยู่ (ถ้ามี) ด้วย
ทั้งนี้ เว้นแต่ในกรณีที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นว่ามีเหตุผลพิเศษจะวินิจฉัยเป็นอย่างอื่นก็ได้

หมวด 2
เงินกู้พิเศษ


ข้อ 10. เมื่อคณะกรรมการดำเนินการ เห็นว่าสหกรณ์มีฐานะการเงินก้าวหน้าพอที่จะช่วยเหลือให้เงินกู้ เพื่อส่งเสริมฐานะความมั่นคง หรือประโยชน์งอกเงยแก่สมาชิกได้ โดยจำนวนเงินเกินกว่าจำกัด ตามข้อ12 วรรคแรก หรือวรรคสองสุดแต่กรณีคณะกรรมการดำเนินการมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยให้เงินกู้พิเศษแก่สมาชิกนั้นได้ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ และตามข้อบังคับของสหกรณ์
ข้อ 11. การให้เงินกู้พิเศษนั้น ให้กู้เฉพาะดังต่อไปนี้
---11.1 กู้เพื่อการเคหะสงเคราะห์
---11.2 กู้เพื่อการลงทุนประกอบอาชีพ
ข้อ 12. สมาชิกผู้มีสิทธิรับเงินกู้พิเศษต้องเป็นสมาชิกของสหกรณ์ติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 24 เดือนจำกัดวงเงินกู้ไม่เกินแปดแสนบาท
ข้อ 13. สมาชิกผู้ส่งคืนเงินกู้ประเภทอื่นไม่เสร็จ ก็ไม่ให้ได้รับเงินกู้พิเศษ อนึ่ง สมาชิกผู้ยังส่งคืนเงินกู้พิเศษไม่เสร็จ ก็ไม่ให้รับเงินกู้ไม่ว่าประเภทใดๆ เว้นแต่เมื่อให้เงินกู้ใหม่แล้วสมาชิกนั้นจะมีหนี้สินต่อสหกรณ์ในฐานะผู้กู้โดยจำนวนต้นเงินรวมกันไม่เกินจำกัดที่ตนอาจกู้เงินพิเศษจากสหกรณ์ได้
ข้อ 14. เงินกู้ซึ่งจะถือเป็นเงินกู้พิเศษ และใช้ระยะเวลาส่งคืนตามที่กำหนดไว้สำหรับเงินกู้พิเศษได้นั้นต้องมีจำนวนเกินกว่าจำกัด ซึ่งสมาชิกนั้นอาจกู้เงินสามัญจากสหกรณ์ได้
ข้อ 15. การให้เงินกู้พิเศษนั้น ต้องได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการดำเนินการผู้ประชุมพิจารณาคำขอกู้รายนั้น
ข้อ 16. เมื่อคณะกรรมการดำเนินการ ได้วินิจฉัยให้เงินกู้พิเศษทั้งหนังสือกู้ และเอกสารทางกฎหมายอย่างอื่น ๆ เกี่ยวกับเงินกู้นั้น ได้จัดทำแบบที่กำหนดไว้โดยครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว สมาชิกผู้กู้จึงรับเงินกู้จากสหกรณ์ได้
เพื่อเป็นทางควบคุมการให้ใช้จ่ายเงินกู้ให้เป็นไปตามความมุ่งหมาย ให้สมาชิกผู้กู้ส่งจำนวนเงินกู้พิเศษซึ่งตนได้รับเข้าฝากในประเภทเงินฝากออมทรัพย์ในสหกรณ์นี้เพื่อถอนไปใช้จ่ายเป็นคราวๆ ในเมื่อถึงกำหนดจ่ายตามความมุ่งหมาย การฝากเงินดังกล่าวให้เปิดบัญชีเฉพาะและสหกรณ์จะคิดดอกเบี้ยให้ตามยอดเงินคงเหลือน้อยที่สุดในแต่ละเดือนในอัตราที่กำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยเงินฝากออมทรัพย์
คณะกรรมการดำเนินการ อาจยกเว้นข้อกำหนดดังกล่าวในวรรคสองนั้นได้ในกรณีที่สมาชิกผู้กู้แสดงให้เป็นที่พอใจ คณะกรรมการดำเนินการว่ามีเหตุผลเป็นพิเศษ
ข้อ 17. ในเมื่อถึงกำหนดที่สมาชิกผู้กู้ ต้องใช้จ่ายเงินกู้พิเศษ ตามความมุ่งหมายต้องเสนอรายงานการใช้จ่ายเงินกู้ตามแบบที่กำหนดไว้ พร้อมหลักฐานที่มีต่อสหกรณ์ทุกคราวโดยเร็วที่สุดที่จะกระทำได้ สหกรณ์อาจมอบให้กรรมการดำเนินการ หรือบุคคลอื่นตามที่เห็นสมควรสอบสวนการใช้จ่ายเงินกู้รายการนั้นๆ อีกขั้นหนึ่งด้วย
ข้อ 18. ตราบใดที่สมาชิกยังส่งคืนเงินกู้พิเศษไม่เสร็จ ตนจะต้องยินยอมอำนวยความสะดวกให้กรรมการดำเนินการ หรือ บุคคลอื่น ซึ่งได้รับมอบหมายจากสหกรณ์เข้าตรวจการก่อสร้าง ต่อเติม หรือปรับปรุงอาคาร หรือทรัพย์สินหรือการประกอบอาชีพ ที่ใช้เงินกู้นั้นในเวลาอันสมควรได้เสมอและจะต้องชี้แจงข้อความเกี่ยวกับเรื่องที่จะตรวจให้ทราบตามความประสงค์
เงินกู้พิเศษเพื่อการเคหะสงเคราะห์
ข้อ 19. เงินกู้พิเศษเพื่อการเคหะสงเคราะห์นั้น ได้แก่
---(ก) เงินกู้เพื่อต่อเติม หรือปรับปรุงอาคารซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง
---(ข) เงินกู้เพื่อก่อสร้างหรือซื้ออาคาร หรือซื้อที่ดินและอาคาร หรือซื้อที่ดินเพื่อจะได้ก่อสร้างอาคาร
-------- ในระยะเวลาอันสมควรทั้งนี้เพื่อเป็นกรรมสิทธิของตนเองตามแก่ฐานะ
---(ค) เงินกู้เพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินและหรืออาคาร อันเป็นกรรมสิทธิของตน
ข้อ 20. สมาชิกผู้ประสงค์ขอกู้เงินดังกล่าวในข้อ 24 ต้องเสนอคำขอกู้ถึงคณะกรรมการดำเนินการ ตามแบบที่กำหนดไว้รวมทั้งรายละเอียดและหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น รายการทรัพย์สินและหนี้สิน รายได้และค่าใช้จ่ายรายการบุคคลในครัวเรือนการอยู่อาศัยเดิม และเหตุผลความจำเป็นที่ต้องจัดให้มีที่อยู่อาศัยใหม่ หรือจัดให้มีเพิ่มขึ้นแบบรูปและรายการก่อสร้างหรือต่อเติม หรือปรับปรุงอาคาร รายละเอียดและหลักฐานแห่งที่ดินและอาคารที่จะซื้อกำหนดเวลาและราคาสัญญาที่ทำไว้ หรือร่างสัญญาที่จะทำรายละเอียด และหลักฐานแห่งทรัพย์สินที่เสนอเป็นหลักประกัน
ข้อ 21. แบบรูปและรายการก่อสร้าง หรือต่อเติม หรือปรับปรุงอาคารนั้นต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการดำเนินการด้วยการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปแบบ หรือรายการดังกล่าวในวรรคก่อนในสาระสำคัญต้องได้รับความเห็นชอบของบุคคลซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการดำเนินการเพื่อการนี้และต้องรายการคณะกรรมการดำเนินการทราบด้วย
ข้อ 22. สหกรณ์จะมอบให้กรรมการดำเนินการ หรือบุคคลอื่นตามที่เห็นสมควรสอบสวนและทำรายงานเกี่ยวกับคำขอกู้เงินพิเศษเพื่อการเคหะสงเคราะห์เสนอคณะกรรมการดำเนินการพิจารณา เป็นหน้าที่ของสมาชิกผู้ขอกู้ต้องให้ข้อความจริงและความร่วมมือ
ข้อ 23. จำนวนเงินกู้พิเศษสงเคราะห์ ซึ่งให้แก่สมาชิกผู้กู้คนหนึ่งๆ นั้น ย่อมสุดแต่คณะกรรมการดำเนินการพิจารณาเห็นสมควร โดยคำนึงถึงลักษณะของที่อยู่อาศัย ความจำเป็นและความสามารถชำระหนี้ของสมาชิกนั้นแต่ต้องไม่เกินแปดแสนบาท
ข้อ 24. ตราบใดที่สมาชิกยังส่งคืนเงินกู้พิเศษเพื่อการเคหะสงเคราะห์ไม่เสร็จ ตนจะขายหรือโอนอาคารหรือที่ดิน ซึ่งใช้เงินกู้นั้นไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดแก่ผู้อื่นไม่ได้ เว้นแต่ ในกรณีที่จำเป็นซึ่งได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการดำเนินการก่อน
เงินกู้พิเศษเพื่อการลงทุนประกอบอาชีพ
ข้อ 25. เงินกู้พิเศษเพื่อการลงทุนประกอบอาชีพนั้น ให้เพื่อการลงทุนประกอบอาชีพของตนและครอบครัว ซึ่งคณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควร และพอใจว่าจะเกิดประโยชน์งอกเงยให้แก่สมาชิกผู้กู้ดังนี้
---ก. เงินกู้เพื่อซื้อที่ดินหรือสิ่งก่อสร้าง เพื่อประกอบอาชีพให้เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง
---ข. เงินกู้เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือเครื่องมือ เครื่องจักรกลที่ใช้ในการประกอบอาชีพ เพื่อเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง
---ค. เงินกู้เพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้าง เพื่อการประกอบอาชีพ ทั้งนี้เพื่อเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง
ข้อ 26. สมาชิกผู้ประสงค์ขอกู้เงินดังกล่าวในข้อ 30 ต้องเสนอคำขอกู้ถึงคณะกรรมการดำเนินการตามแบบที่กำหนดไว้ รวมทั้งรายละเอียดและหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น รายการทรัพย์สินและหนี้สิน รายได้และค่าใช้จ่ายแผนงานประกอบอาชีพที่จะใช้เงินกู้ รายละเอียดและหลักฐานแห่งทรัพย์สินที่จะใช้เงินกู้ รายละเอียดแห่งความต้องการเงินกู้จำนวนเงินทุนซึ่งตนจะออกเอง รายการรายได้ซึ่งคาดว่าจะรับจากรายการลงทุนนั้น รายละเอียดและหลักฐานแห่งทรัพย์สินที่เสนอเป็นหลักประกัน
ข้อ 27. สหกรณ์จะมอบให้กรรมการดำเนินการ หรือ บุคคลอื่นตามที่เห็นสมควรสอบสวนและทำรายงานเกี่ยวกับคำขอกู้เงินพิเศษเพื่อการลงทุนประกอบอาชีพเสนอคณะกรรมการดำเนินการพิจารณา เป็นหน้าที่ของสมาชิกผู้ขอกู้ต้องให้ข้อความจริง และความร่วมมือ
ข้อ 28. จำนวนเงินกู้พิเศษเพื่อการลงทุนประกอบอาชีพ ซึ่งให้แก่สมาชิกผู้กู้คนหนึ่งๆ นั้นย่อมสุดแต่คณะกรรมการดำเนินการพิจารณากำหนดตามที่เห็นสมควรโดยคำนึงถึงความต้องการเงินกู้แท้จริงตามแผนงานประกอบอาชีพและความสามารถชำระหนี้ของสมาชิกแต่ต้องไม่เกินแปดแสนบาท

หมวด 3
หลักประกันสำหรับเงินกู้


ข้อ 29. การใช้เงินทุกประเภทนั้น ผู้กู้ต้องทำหนังสือกู้ให้ไว้ต่อสหกรณ์ ตามแบบที่กำหนดไว้
ข้อ 30. หลักประกันสำหรับเงินกู้นั้น ให้มีข้อกำหนดดังต่อไปนี้
---(1) เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน นอกจากหนังสือกู้ซึ่งผู้กู้ได้ทำไว้ต่อสหกรณ์แล้วไม่ต้องมีหลักประกันอย่างอื่นอีก
---(2) เงินกู้สามัญ ถ้าเงินกู้สามัญรายนั้นโดยเฉพาะรายเดียวก็ดีหรือเมื่อรวมกับเงินกู้สามัญรายก่อน
--------ของผู้กู้ที่คงเหลืออยู่ (ถ้ามี) มีจำนวนไม่เกินกว่าค่าหุ้นที่ผู้กู้มีอยู่ในสหกรณ์ก็ไม่ต้องมีหลัก
------- ประกันอย่างอื่นอีก
ถ้าเงินกู้สามัญรายนั้น โดยเฉพาะรายเดียวก็ดีหรือเมื่อรวมกับเงินกู้สามัญรายก่อนของผู้กู้ทีคงเหลืออยู่ (ถ้ามี) ก็ดีมีจำนวนเกินกว่าค่าหุ้นที่ผู้กู้มีอยู่ในสหกรณ์ ก็ต้องมีหลักประกันอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
------(ก) มีสมาชิกซึ่งคณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควรอย่างน้อยคนหนึ่งอย่างไม่มีจำกัดเพื่อ
-----------หนี้สินเกี่ยวกับเงินกู้สามัญรายนั้น ในส่วนที่เกินกว่าค่าหุ้นของผู้กู้ แต่ถ้าผู้กู้มีเงินกู้สามัญ
-----------รายก่อนเหลืออยู่ก็ต้องค้ำประกันเพื่อหนี้สินเกี่ยวกับเงินกู้สามัญรายใหม่ทั้งหมด
เพื่อความมั่นคงในการให้เงินกู้ คณะกรรมการดำเนินการมีอำนาจวินิจฉัยเรียกให้ผู้ค้ำประกันมากกว่าคนหนึ่งก็ได้
สมาชิกคนหนึ่งจะเป็นผู้ค้ำประกันสำหรับผู้กู้มากกว่าสี่คนในเวลาเดียวกันไม่ได้และสมาชิกคนหนึ่งจะมีหนี้สินต่อสหกรณ์ในฐานะผู้ค้ำประกัน โดยจำนวนเงินต้นรวมกันทั้งหมดเกินกว่าจำนวนที่กล่าวไว้ในข้อ 12 วรรคแรกไม่ได้
เมื่อผู้ค้ำประกันรายใดตาย หรือลาออกจากสหกรณ์โดยเหตุอื่นๆ หรือมีเหตุที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นว่าไม่สมควร หรือไม่อาจที่จะเป็นผู้ค้ำประกันต่อไปผู้กู้ต้องจัดให้สมาชิกอื่นซึ่งคณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควรเข้าเป็นผู้ค้ำประกันแทนคนเดิม ให้เสร็จภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควรเข้าเป็นผู้ค้ำประกันแทน
------(ข) มีอสังหาริมทรัพย์อันปลอดจากภาระจำนองรายอื่น จำนองเป็นหลักประกันเต็มจำนวนเงินกู้รายนั้น
-----------โดยต้องเป็นที่พอใจคณะกรรมการดำเนินการว่าจำนวนเงินกู้ ส่วนที่เกินกว่าค่าหุ้นของผู้กู้ต้อง
-----------อยู่ภายในร้อยละแปดสิบแห่งค่าของอสังหาริมทรัพย์นั้น
------(ค) มีหลักทรัพย์รัฐบาล หรือเอกสารฝากเงินในธนาคาร หรือเอกสารการฝากเงินในสหกรณ์
-----------ซึ่งคณะกรรมการดำเนินการเห็นสมควรจำนำเป็นหลักประกัน โดยจำนวนเงินกู้ส่วนที่เกิน
-----------กว่าค่าหุ้นของผู้กู้ต้องอยู่ภายในร้อยละเก้าสิบหกแห่งค่าของหลักทรัพย์นั้น
---(3) เงินกู้พิเศษ ถ้าเงินกู้พิเศษนั้นมีจำนวนไม่เกินกว่าเงินค่าหุ้น ซึ่งผู้กู้มีอยู่ในสหกรณ์ ไม่ต้องมีหลักประกันอย่างใดอย่างหนึ่งอีก แต่ถ้าหากเงินกู้พิเศษมีจำนวนเกินกว่าค่าหุ้นของผู้กู้แล้วก็ต้องมีหลักประกันอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่กำหนดไว้ในข้อ(ข) และ (ค)

หมวด 4
เงินงวดชำระหนี้สำหรับเงินกู้


ข้อ 31. เงินงวดชำระหนี้สำหรับเงินกู้นั้น ให้กำหนดไว้ดังนี้
---(1) เงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉิน ให้ผู้กู้ส่งคืนเงินกู้เพื่อเหตุฉุกเฉินเต็มจำนวนพร้อมด้วยดอกเบี้ยภายในวันสิ้นเดือน
--------ที่คิดดอกเบี้ยเดือนแรก หรือให้ส่งเป็นงวดรายเดือนรวมห้างวด งวดแรกให้ส่งต้นเงินไม่ต่ำกว่า
--------หนึ่งในห้าของจำนวนเงินกู้พร้อมด้วยดอกเบี้ยภายในวันสิ้นเดือนที่คิดดอกเบี้ยเดือนแรกส่วนต้นเงิน
--------ที่เหลือพร้อมดอกเบี้ยให้ส่งภายในวันสิ้นเดือนถัดไป ทั้งนี้โดยไม่มีการผ่อนเวลาอย่างใดอีก
---(2) เงินกู้สามัญ ให้คณะกรรมการดำเนินการพิจารณากำหนดให้ผู้กู้ส่งคืนเงินกู้สามัญเป็นงวดรายเดือนเท่ากัน
--------(เว้นแต่งวดสุดท้าย) พร้อมด้วยดอกเบี้ยเป็นจำนวนกี่งวด ก็สุดแต่จะเห็นเป็นการสมควรตามฐานะ
--------ของผู้กู้จำนวนและความมุ่งหมายแห่งเงินกู้แต่ไม่เกินกำหนด ดังต่อไปนี้
------ก. เงินกู้สามัญตามข้อ 12 วรรคแรก ให้มีกำหนดไม่เกินหนึ่งร้อยงวด
------ข. เงินกู้สามัญตามข้อ 12 วรรคสอง ให้มีกำหนดไม่เกินหนึ่งร้อยห้าสิบงวด
ในกรณีที่ผู้กู้มีคำขอเป็นหนังสือ และคณะกรรรมการดำเนินการเห็นว่ามีเหตุอันสมควรผ่อนผันเป็นพิเศษ คณะกรรมการดำเนินการจะผ่อนผันเวลาการส่งเงินงวดชำระหนี้ สำหรับเงินกู้สามัญที่ทำกำหนดไว้ตามความในวรรคก่อนนั้น ให้แก่ผู้กู้คราวละหนึ่งหรือหลายเดือนก็ได้แต่การผ่อนเวลาเช่นนี้รวมกันทั้งหมดสำหรับเงินกู้สามัญรายหนึ่งๆ ต้องไม่เกินหกเดือน
---(3) เงินกู้พิเศษ คณะกรรมการดำเนินการจะพิจารณากำหนดให้ผู้กู้เงินพิเศษส่งคืนเงินกู้เป็นงวด
--------รายเดือนเท่ากัน (เว้นแต่งวดสุดท้าย) พร้อมด้วยดอกเบี้ยเป็นจำนวนกี่งวด ก็สุดแต่จะเห็น
--------เป็นการสมควรตามฐานะของผู้กู้จำนวน และความมุ่งหมายแห่งเงินกู้ แต่ไม่เกินสองร้อยสี่สิบงวด
--------ทั้งนี้โดยไม่มีการผ่อนเวลาแต่อย่างใดอีก เงินงวดชำระหนี้นั้นให้ส่งชำระตั้งแต่เดือนที่คิดดอกเบี้ยเดือนแรก
ข้อ 32. การส่งเงินงวดชำระหนี้เงินกู้ทุกประเภทซึ่งผู้กู้ต้องส่งสหกรณ์ ให้ส่งโดยวิธีหัก
จากเงินได้รายเดือนของผู้กู้ ณ ที่จ่ายให้ถือว่าเงินงวดชำระหนี้แต่ละงวดถึงกำหนดส่ง ภายในวันสิ้นเดือนนั้นๆ

หมวด 5
ดอกเบี้ยเงินกู้


ข้อ 33. ให้เรียกดอกเบี้ยเงินกู้แก่สมาชิกทุกประเภท ในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี
ข้อ 34. ดอกเบี้ยนั้นให้คิดเป็นรายวัน ตามจำนวนต้นเงินคงเหลือ

หมวด 6
การควบคุมหลักประกันและการเรียกคืนเงินกู้


ข้อ 35. ให้คณะกรรมการดำเนินการตรวจตราควบคุม ให้เงินกู้ทุกรายมีหลักประกันตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ และเมื่อคณะกรรมการดำเนินการเห็นว่าหลักประกันสำหรับเงินกู้รายใดเกิดบกพร้องผู้กู้จะต้องจัดการแก้ไขให้คืนดีภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด
ข้อ 36. ในกรณีใดๆ ดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเงินกู้ไม่ว่าประเภทใดๆ เป็นอันถึงกำหนดส่งคืนโดยสิ้นเชิงพร้อมด้วยดอกเบี้ยในทันที โดยมิพักคำนึงถึงกำหนดเวลาที่ให้ไว้ และให้คณะกรรมการดำเนินการจัดการเรียกคืนโดยมิชักช้า
---(1)  เมื่อสมาชิกผู้กู้ออกจากสหกรณ์ไม่ว่าเพราะเหตุใดๆ
---(2)  เมื่อปรากฏต่อคณะกรรมการดำเนินการว่า ผู้กู้นำเงินกู้ไปใช้ผิดความมุ่งหมายที่ให้เงินกู้นั้น
---(3)  เมื่อคณะกรรมการดำเนินการเห็นว่า หลักประกันสำหรับเงินกู้เกิดบกพร่องและผู้กู้มิได้จัดการแก้ไขให้คืนดี
--------ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด
--- (4)  เมื่อค้างส่งเงินงวดชำระหนี้ (ไม่ว่าต้นเงินหรือดอกเบี้ย) เป็นเวลาถึงสองเดือน หรือผิดนัดการส่งเงิน
---------งวดชำระหนี้ดังว่านั้น ถึงสามคราวสำหรับเงินกู้รายหนึ่งๆ
ข้อ 37. ในกรณีที่ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดชำระหนี้แทนผู้กู้ และไม่สามารถชำระหนี้นั้นโดยสิ้นเชิงได้ เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอ คณะกรรมการดำเนินการอาจผ่อนผันให้เรียกเก็บจากผู้ค้ำประกันเป็นงวดรายเดือนจนเสร็จตามที่ผู้ได้ทำหนังสือให้ไว้ต่อสหกรณ์ได้สุดแต่จะพิจารณาเห็นสมควร
ข้อ 38. ผู้กู้ก็ดี ผู้ค้ำประกันก็ดี ต้องรับผูกพันว่าถ้าตนประสงค์จะขอออก หรือย้ายจากราชการ หรืองานประจำตามข้อบังคับข้อ 31 (3) จะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้สหกรณ์ทราบ และจัดการชำระหนี้ ซึ่งตนมีอยู่ต่อสหกรณ์ ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน แล้วจึงจะขอออกหรือย้ายจากราชการ หรืองานประจำนั้นได้
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 10 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2544


(ลงชื่อ).........................

(นายสุรพงศ์ วงศ์อารีย์)
ประธานกรรมการ


(ลงชื่อ).............................

(นายวิชัย ศรีสวัสดิ์)
เลขานุการ
ที่มาข้อมูล : สหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุดรธานี จำกัด
จำนวนคนอ่าน 1628 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved