ขยายผลเรียนทางไกลครอบคลุม รร.กลาง-ใหญ่





สพฐ.ขยายศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมสู่โรงเรียนขนาดกลาง-ใหญ่ 15,553 โรงทั่วประเทศ หวังสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพการศึกษา เผยบรรจุเนื้อหาหลักในหลักสูตร รวมทั้งมีคลังข้อสอบทุกประเภทด้วย

ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีการจัดงานแถลงข่าวการเปิดระบบการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT) โดยมี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. เป็นประธาน โดย พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีมติให้ ศธ.ขยายผลโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมวังไกลกังวลในโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศ จำนวน 15,367 โรง ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงคุณภาพการศึกษาจนประสบความสำเร็จ เนื่องจากสามารถแก้ปัญหาขาดแคลนครู ครูสอนไม่ครบชั้น และขาดแคลนครูในสาขาวิชาหลัก ดังนั้น ศธ.จึงมีความต้องการที่จะขยายผลการดำเนินการดังกล่าวให้ลงไปสู่โรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ ประมาณ 15,553 โรง ให้ครอบคลุมโรงเรียนภายใต้สังกัด สพฐ.ทั่วประเทศ จึงได้จัดทำโครงการการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม หรือ DLIT ขึ้น เพื่อเป็นการต่อยอดโครงการการศึกษาทางไกล

รมช.กล่าวต่อว่า การเรียนการสอนในโรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ค่อนข้างมีความหลากหลาย ดังนั้นระบบ DLIT จะเป็นระบบเครื่องมือที่มีเนื้อหาและเทคโนโลยีพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างครบวงจร ครบทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาหลัก ประกอบด้วย 5 รูปแบบ คือ 1. ห้องเรียน DLIT เป็นการถ่ายทอดการจัดการเรียนรู้หัวข้อเรื่องที่ยากจากครูต้นแบบของโรงเรียนชั้นนำไปยังห้องเรียนปลายทาง 2. คลังสื่อการสอน เป็นสื่อการสอนที่ทำให้เด็กเรียนรู้อย่างสนุกและเข้าใจบทเรียนมากขึ้น 3. ห้องสมุดดิจิตอล เป็นคลังข้อมูลสำหรับการค้นคว้าเนื้อหานอกห้องเรียน 4. การพัฒนาวิชาชีพครู เป็นสื่อวีดิทัศน์ให้ครูเห็นรูปแบบตัวอย่างการสอนของครูเก่ง และ 5. คลังข้อสอบ รวบรวมข้อสอบหลากหลายตั้งแต่ชั้น ป.1-ม.6 เพื่อใช้ประเมินตนเองตลอดภาคเรียน โดยระบบ DLIT เป็นสื่อที่เปิดสำหรับทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ครู หรือผู้ปกครอง ทาง www.dlit.ac.th อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อมั่นว่าระบบดังกล่าวที่นำมาใช้จะช่วยสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สร้างนักเรียน


ที่มาข้อมูล : ไทยโพสต์ วันที่ 12 มิถุนายน 2558