ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
คำถามประวัติศาสตร์
เกร็ดประวัติศาสตร์
วันนี้ในอดีต
พจนานุกรม
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 
หน้าแรก | มุมนักเรียน | หน้าแรกประวัติศาสตร์ | เกร็ดประวัติศาสตร์

เกร็ดประวัติศาสตร์
   

ลำดับการเสียดินแดนของไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
 
นับตั้งแต่ "พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก" ทรงสถาปนา "กรุงรัตนโกสินทร์" ขึ้นในปี พ.ศ.2325 จนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยที่เคยมีอาณาเขตกว้างขวางยิ่งกว่ายุคใดๆ ต้องถูกต่างชาติโดยเฉพาะมหาอำนาจตะวันตกใช้ทั้งกำลังและเพทุบายแย่งชิงดินแดนไปจากเราถึง 14 ครั้ง ถ้ารวมพื้นที่ซึ่งเสียให้แก่ต่างชาติไปแล้วจะเป็นขนาดกว้างขวางยิ่งกว่าพื้นที่ในปัจจุบันของประเทศไทยเสียอีก

การเสียดินแดนของประเทศไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีลำดับดังต่อไปนี้

พื้นที่สีขาวคือพื้นที่ของประเทศไทยในปัจจุบัน
พื้นที่สีอื่นๆ คือดินแดนที่ไทยสูญเสียไป

ครั้งที่ 1

ดินแดน : เกาะหมาก (ปีนัง)
พื้นที่ : 375 ตารางกิโลเมตร
เสียให้กับ : ประเทศอังกฤษ
รัชกาล : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
วันที่ : 11 สิงหาคม พ.ศ.2329
เหตุการณ์ : ในสมัยรัชกาลที่ 1 พระยาไทรบุรีได้ให้อังกฤษเช่าเกาะหมาก เพื่อหวังจะให้อังกฤษช่วยคุ้มครองจากกองทัพของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ซึ่งยกทัพมาจัดระเบียบหัวเมืองปักษ์ใต้ แต่สุดท้ายกลับถูกอังกฤษยึดเกาะหมากไป
(คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)


◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊


ครั้งที่ 2

ดินแดน : ทวาย, มะริด, ตะนาวศรี
พื้นที่ : 55,000 ตารางกิโลเมตร
เสียให้กับ : พม่า
รัชกาล : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
วันที่ : 16 มกราคม พ.ศ.2336
เหตุการณ์ : เดิมเมืองทวาย มะริด ตะนาวศรี เป็นของไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัย แต่เมื่อกรุงศรีอยุธยาถูกกองทัพพม่าตีแตกในปี พ.ศ.2310 เมืองทวาย มะริด และตะนาวศรีก็ตกเป็นของพม่า ต่อมา ปี พ.ศ.2334 พม่าเกิดการแย่งชิงอำนาจกัน "มังจันจา" เจ้าเมืองทวาย จึงชักชวนเจ้าเมืองมะริดและตะนาวศรีพากันมาขอเป็นข้าขอบขัณฑสีมาของไทย ขณะที่กองทัพพม่านำโดย "พระมหาอุปราชา" ยึดกลับคืนไปได้ในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2336
(คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)


◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊


ครั้งที่ 3

ดินแดน : บันทายมาศ ติดกับเมืองฮาเตียน
เสียให้กับ : ฝรั่งเศส
รัชกาล : พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
วันที่ : พ.ศ.2353
เหตุการณ์ : เมืองนี้ปัจจุบันคือ เมืองฮาเตียน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเวียดนามติดกับกัมพูชา แต่เดิมนั้นเป็นของญวนมาก่อน และมาเป็นของสยามในสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 พระเจ้ากรุงญวนเข้าตียึดคืนเป็นของญวน แล้วขับไล่ผู้ครองชาวสยามออกไป หลังจากนั้นก็ส่งทูตมาเจรจาขอคืนแบบทางการกับรัชกาลที่ ๒ พ.ศ.2353 ในขณะนั้นพระองค์เห็นว่า สยามไม่สามารถเปิดศึกกับญวนได้ แม้ต่อมารัชกาลที่ 3 นำทัพไปตีหวังเอาคืน แต่ไม่สำเร็จ บันทายมาศจึงตกเป็นของญวนอย่างถาวรสืบมาจนปัจจุบัน
(คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)


◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊


ครั้งที่ 4

ดินแดน : เมืองแสนหวี เมืองพง และเมืองเชียงตุง
พื้นที่ : 62,000 ตารางกิโลเมตร
เสียให้กับ : พม่า
รัชกาล : พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ : พ.ศ.2368
เหตุการณ์ : ไทยได้ดินแดนแห่งนี้มาในสมัยรัชกาลที่ 1 โดยพระเจ้ากาวิละ ยกทัพไปตีมาและขึ้นอยู่กับไทย 20 ปี แต่เนื่องด้วยเป็นดินแดนที่ห่างไกลประกอบกับเกิดกบฏเจ้าอนุเวียงจันทน์และกบฏทางหัวเมืองปักษ์ใต้ (กลันตัน ไทรบุรี) ทำให้ไทยมีกำลังไม่เพียงพอที่จะไปดูแลเมืองเหล่านั้น จึงทำให้พม่ายึดไปได้ แต่ต่อมาพม่าและเชียงตุงได้ตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ
(คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)


◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊


ครั้งที่ 5
ดินแดน : เปรัค
เสียให้กับ : อังกฤษ
รัชกาล : พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ : 20 มิถุนายน พ.ศ.2369
เหตุการณ์ : การเสียดินแดนครั้งนี้เป็นการสูญเสียที่ทำร้ายจิตใจคนไทยทั้งชาติ เพราะไทยเพิ่งจะเสียดินแดนแสนหวี เมืองพง และเชียงตุง ไปไม่ถึง 1 ปี ต้องมาเสียดินแดนแห่งนี้เพิ่มอีก
(คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)


◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊


ครั้งที่ 6

ดินแดน : สิบสองปันนา
พื้นที่ : 90,000 ตารางกิโลเมตร
เสียให้กับ : จีน
รัชกาล : พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ : 1 พฤษภาคม พ.ศ.2393
เหตุการณ์ : สิบสองปันนาเป็นดินแดนในเขตยูนนาน ทางตอนใต้ของจีน ในสมัยรัชกาลที่ 1 เมืองเชียงรุ้งเป็นเมืองหลวง ต่อมาเกิดการแย่งชิงราชสมบัติกันเอง แสนหวีฟ้า มหาอุปราชจึงหนีลงมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในสมัยรัชกาลที่ 3 และได้เกณฑ์ทัพเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน ไปตีเมืองเชียงตุง เนื่องจากต้องตีเมืองเชียงตุงก่อนจึงจะยึดเมืองเชียงรุ้งได้ แต่ไม่สำเร็จ เพราะความไม่พร้อมเพรียงกัน ต่อมาในรัชกาลที่ 4 ได้โปรดเกล้าฯ ให้กรมหลวงลวษาธิราชสนิท (ต้นตระกูลสนิทวงศ์) ยกทัพไปตีเมืองเชียงตุงเป็นครั้งที่ 2 แต่ไม่สำเร็จอีกเช่นเคย ทำให้ไทยต้องเสียดินแดนนี้ไปในที่สุด
(คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)


◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊


ครั้งที่ 7

ดินแดน : เขมรส่วนนอก (เขมรและเกาะ 6 เกาะ)
พื้นที่ : 124,000 ตารางกิโลเมตร
เสียให้กับ : ฝรั่งเศส
รัชกาล : พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ : 15 กรกฎาคม พ.ศ.2410
เหตุการณ์ : ในสมัย ร.4 ฝรั่งเศสบังคับให้เขมรทำสัญญารับความคุ้มครองจากฝรั่งเศส หลังจากนั้นได้ดำเนินการทางการทูตกับไทย ขอให้มีการปักปันเขตแดนเขมรกับญวน แต่ตกลงกันไม่ได้ ขณะนั้นพระปิ่นเกล้าฯ แม่ทัพเรือสวรรคต ไทยจึงอ่อนแอ ฝรั่งเศสจึงฉวยโอกาสบังคับทำสัญญารับรองความอารักขาจากฝรั่งเศสต่อเขมร ขณะที่ไทยกับเขมรต่างมีสัญญาลับกันในเรื่องสิทธิของไทยเหนือดินแดนเขมร เมื่อฝรั่งเศสทราบเรื่องจึงยื่นเงื่อนไขบังคับให้ไทยยกเลิกกับเขมร เพื่อแลกกับสนธิสัญญาการค้าที่ไม่เป็นธรรมที่ไทยทำกับฝรั่งเศส ไทยไม่ยอม จึงถูกฝรั่งเศสยิงปืนขู่หลายครั้ง จนในที่สุดไทยก็ต้องยอมลงนามในสนธิสัญญากับฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ.2410 โดยไทยยอมเสียดินแดนเขมรส่วนนอก รวมทั้งเกาะอีก 6 เกาะ ให้เป็นสิทธิของฝรั่งเศส เพื่อแลกกับการแก้ไขสนธิสัญญาการค้าที่ไม่เป็นธรรม นับตั้งแต่นั้นจึงเหลือดินแดนเขมรที่ยังเป็นสิทธิของไทยอยู่เพียงแค่เมืองพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณเท่านั้น
(คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)


◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊


ครั้งที่ 8

ดินแดน : สิบสองจุไท (เมืองไล เมืองเชียงค้อ)
พื้นที่ : 87,000 ตารางกิโลเมตร
เสียให้กับ : ฝรั่งเศส
รัชกาล : พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ : 22 ธันวาคม พ.ศ.2431
เหตุการณ์ : ในสมัยรัชกาลที่ 5 พวกฮ่อก่อการกบฏ ฝ่ายไทยจึงนำกำลังไปปราบ 2 กองทัพ แต่แม่ทัพทั้งสองไม่สามัคคีต่อกัน จึงทำให้ฝรั่งเศสส่งทหารเข้าเมืองไล โดยอ้างว่ามาช่วยไทยปราบฮ่อ แต่เมื่อปราบได้แล้วกลับไม่ยอมยกทัพกลับ จนในที่สุดไทยต้องยอมทำสัญญากับฝรั่งเศสที่เมืองแถง (เบียนฟู) เพื่อให้ฝรั่งเศสรักษาเมืองไลและเมืองเชียงค้อไว้
(คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)


◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊


ครั้งที่ 9

ดินแดน : ฝั่งซ้ายของแม่น้ำสาละวิน (5 เมืองเงี้ยว และ 13 เมืองกระเหรี่ยง)
เสียให้กับ : อังกฤษ
รัชกาล : พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ : 27 ตุลาคม พ.ศ.2435
เหตุการณ์ : นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ด้านรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และทรัพยากร เนื่องจากผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก หลังจากอังกฤษสามารถยึดครองพม่าได้อย่างเบ็ดเสร็จทั้งประเทศในปี พ.ศ.2428 แล้ว อังกฤษมองเห็นว่า ไทยมีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์และติดกับพม่า จึงต้องการโดยอ้างว่า ดินแดนดังกล่าวเคยเป็นของพม่ามาก่อน แต่ด้วยความที่กองทัพไทยมีแสนยานุภาพอ่อนด้อยกว่าอังกฤษอย่างเทียบกันไม่ได้ จนรัชกาลที่ 5 จำต้องมีพระบรมราชโองการยกดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำสาละวินทั้ง 13 เมือง ให้กับอังกฤษ โดยไทยต้องเสียดินแดนแห่งนี้เพื่อรักษาเอกราชของชาติไทยเอาไว้
(คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)


◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊


ครั้งที่ 10

ดินแดน : ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง (อาณาจักรล้านช้าง หรือประเทศลาว)
พื้นที่ : 143,000 ตารางกิโลเมตร
เสียให้กับ : ฝรั่งเศส
รัชกาล : พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ : 3 ตุลาคม พ.ศ.2436
เหตุการณ์ : ดินแดนส่วนนี้เคยเป็นของไทยมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช การเสียดินแดนครั้งนี้ นอกจากจะเสียพื้นที่แล้วฝรั่งเศสยังเรียกร้องเงินจากไทย 1 ล้านบาท เป็นค่าเสียหายที่ต้องรบกับไทย เสียค่าประกันว่า ไทยต้องปฏิบัติตามสัญญาอีก 3 ล้านบาท นอกจากนั้น ฝรั่งเศสยังส่งทหารมายึดเมืองจันทบุรีและตราดไว้ถึง 15 ปี นับเป็นความเจ็บปวดที่รุนแรงที่สุดอีกครั้งของไทย โดยในครั้งนั้นเจ้านายฝ่ายในต้องนำสมบัติส่วนตัวมาขายเพื่อช่วยเหลือประเทศเป็นค่าปรับ และรัชกาลที่ 5 ต้องนำถุงแดง (หรือเงินพระคลังข้างที่) ออกมาใช้เป็นค่าปรับอีกด้วย
(คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)


◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊


ครั้งที่ 11

ดินแดน : ฝั่งขวาของแม่น้ำโขง (ตรงข้ามเมืองหลวงพระบาง ดินแดนในทิศตะวันออกของน่าน คือ จำปาสัก และไชยะบูลี)
พื้นที่ : 25,500 ตารางกิโลเมตร
เสียให้กับ : ฝรั่งเศส
รัชกาล : พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ : 12 พฤษภาคม พ.ศ.2446
เหตุการณ์ : ในสมัยรัชกาลที่ 5 ไทยได้ทำสัญญากับฝรั่งเศส เพื่อขอให้ฝรั่งเศสคืนเมืองจันทบุรีให้กับไทย โดยฝรั่งเศสยอมถอนกำลังให้ แต่กลับไปยึดเมืองตราดแทนและครอบครองอยู่อีก 5 ปี เมื่อฝรั่งเศส หลวงพระบางแล้ว ยังรุกล้ำบ้านนาดี, ด่านซ้าย ที่จังหวัดเลย และได้นำเอาศิลาจารึกที่พระเจดีย์ศรีสองรักษ์ไปด้วย
(คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)


◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊


ครั้งที่ 12

ดินแดน : มณฑลบูรพา (พระตะบอง, เสียมราฐ, ศรีโสภณ)
พื้นที่ : 51,000 ตารางกิโลเมตร
เสียให้กับ : ฝรั่งเศส
รัชกาล : พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ : 23 มีนาคม พ.ศ.2449
เหตุการณ์ : ในสมัยรัชกาลที่ 5 ไทยได้ทำสัญญากับฝรั่งเศสเพื่อแลกกับ ตราด, เกาะกง, ด่านซ้าย และแลกกับสิทธิอำนาจศาลของไทยที่จะบังคับต่อคนในบังคับของฝรั่งเศสในประเทศไทย เนื่องจากในเวลานั้นมีคนจีนและญวนไปพึ่งธงฝรั่งเศสเพื่อสิทธิในการค้าขายกันมาก แต่ฝรั่งเศสทำเพียงถอนทหารออกจากตราด (เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2450 กับด่านซ้าย คงเหลือเกาะกงที่ฝรั่งเศสไม่ยอมคืนให้ไทย จนปัจจุบันได้กลายเป็น "จังหวัดเกาะกง" (Koh Kong) ของประเทศกัมพูชาไปแล้ว
(คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)


◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊


ครั้งที่ 13

ดินแดน : ไทรบุรี, กลันตัน, ตรังกานู, ปะลิส
พื้นที่ : 80,000 ตารางกิโลเมตร
เสียให้กับ : อังกฤษ
รัชกาล : พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
วันที่ : 10 มีนาคม พ.ศ.2451
เหตุการณ์ : ในสมัยรัชกาลที่ 5 ต้องการแก้ไขสนธิสัญญาเบาว์ริงในข้อสิทธิสภาพนอกอาณาเขต และขอเงินกู้ 4.63 ล้านปอนด์สเตอริง ดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี ระยะเวลาชำระหนี้ 40 ปี เพื่อนำมาสร้างทางรถไฟสายใต้ ทำให้ไทยต้องทำสัญญากับอังกฤษ และต้องการให้ได้มาซึ่งอำนาจศาลไทยที่จะบังคับคดีของคนอังกฤษในไทย
(คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)


◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊


ครั้งที่ 14

ดินแดน : ปราสาทพระวิหาร
พื้นที่ : 2 ตารางกิโลเมตร
เสียให้กับ : กัมพูชา
รัชกาล : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
วันที่ : 15 มิถุนายน พ.ศ.2505
เหตุการณ์ : ไทยเสียเขาพระวิหารให้กับเขมร เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505 ในสมัยรัชกาลที่ 9 ตามคำพิพากษาของศาลโลกให้เขาพระวิหารตกเป็นของเขมร เนื่องจากเขมรยื่นหลักฐานชิ้นหนึ่งในสมัยที่เป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศส คือ ภาพของกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จเขาพระวิหาร เขมรขึ้นไปก่อนแล้วชักธงชาติฝรั่งเศสต้อนรับ และบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ต่อมาเขมรได้นำภาพนี้ไปใช้ในการต่อสู้คดีในศาลโลก ในครั้งนั้น ผู้พิพากษาศาลโลกได้ออกเสียง 9 ต่อ 3 เสียง เห็นว่า เขาพระวิหารเป็นของกัมพูชา ต่อมาในปีพ.ศ.2550 กัมพูชาได้ยื่นต่อองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
(คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)



จำนวนคนอ่าน 12625 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved