ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
คำถามประวัติศาสตร์
เกร็ดประวัติศาสตร์
วันนี้ในอดีต
พจนานุกรม
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 

หน้าแรก | มุมนักเรียน | หน้าแรกประวัติศาสตร์ | เกร็ดประวัติศาสตร์

เกร็ดประวัติศาสตร์
   

โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลระเบิด
 


"โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เชอร์โนบิล" (Chernobyl Nuclear Power Station) ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองปริเปียต (Pripyat) (ขณะนั้นอยู่ในประเทศสหภาพโซเวียต แต่ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศยูเครน) ถูกก่อสร้างโดยรัฐบาลสหภาพโซเวียตในปี ค.ศ.1970 และเริ่มเปิดใช้งานครั้งแรกในปี ค.ศ.1977 เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ประเภท RBMK-1000 มีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั้งหมด 4 เครื่อง แต่ละเครื่องสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 1,000 เมกะวัตต์ (พลังงานความร้อน 3,200 เมกะวัตต์)

กระบวนการทำงานของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์มีจุดเริ่มต้นมาจาก "ปฏิกิริยาฟิชชัน" (Nuclear Fission) โดยการยิงนิวตรอน (Neutron) เข้าชนนิวเคลียส (Nucleus) ของ "ยูเรเนียม-235" (Uranium-235) ให้แตกตัวไปชนกับนิวเคลียสอื่น พร้อมกับการปลดปล่อยพลังงานออกมา เรียกว่า "ปฏิกิริยาลูกโซ่" (Chain Reaction) พลังงานที่ได้จากปฏิกิริยาลูกโซ่จะถูกนำมาทำให้น้ำกลายเป็นไอน้ำแล้วปั่นกังหันไอน้ำ (Steam Turbine) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า

เจ้าหน้าที่กำลังทำงานอยู่เหนือปากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์
ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์นั้น "ระบบหล่อเย็น" จำเป็นต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา จึงต้องมีไฟฟ้าสำรองสำหรับระบบหล่อเย็น แต่ "เครื่องผลิตไฟฟ้าสำรองด้วยน้ำมันดีเซล" ของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลต้องใช้เวลาสตาร์ทและเดินเครื่องนานถึง 60 - 75 วินาที ทีมวิศกรของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลจึงมีความคิดที่จะใช้แรงเฉื่อยของกังหันไอน้ำมาใช้ปั่นกระแสไฟฟ้าสำรองเป็นการชั่วคราวเพื่อรอให้เครื่องผลิตไฟฟ้าสำรองด้วยน้ำมันดีเซลพร้อมใช้งาน

วันที่ 25 เมษายน ค.ศ.1986 ทีมวิศวกรของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลได้เริ่มทดลองปฏิบัติตามแนวคิดข้างต้น โดยเริ่มลดระดับพลังงานของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 4 ลงเหลือ 50% แต่โครงข่ายไฟฟ้า (Electrical Grid) ในเมืองเคียฟเกิดหยุดทำงานเพราะกระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอ จึงได้เลื่อนการทดลองไปทำในช่วงกลางดึกของวันที่ 25 เมษายน แต่ทีมวิศวกรกะดึกไม่ได้ถูกเตรียมการมาให้เป็นผู้ทำการทดลอง จึงเกิดปัญหาขึ้น

กลางดึกของวันที่ 25 เมษายน ทีมวิศวกรได้ลดระดับพลังงานของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 4 ลงอีกครั้ง แต่เกิดความผิดพลาดในการคำนวณระดับความสูงของ "แท่งควบคุม" (Control Rods) ซึ่งเป็นตัวดูดซับนิวตรอน ทำให้ไม่สามารถควบคุมระดับพลังงานของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ให้เหมาะสมได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าทดสอบต่อไป โดยเมื่อเวลา 01:23 น. (UTC+3) ของวันที่ 26 เมษายน เจ้าหน้าที่ได้ตัดไอน้ำที่ป้อนกังหัน อาศัยแรงเฉื่อยของกังหันเป็นตัวปั่นกระแสไฟฟ้าส่งให้กับระบบหล่อเย็น แต่ใบพัด "กังหันไอน้ำ" หมุนช้าลงเร็วกว่าที่คาด ในขณะที่เครื่องผลิตไฟฟ้าสำรองด้วยน้ำมันดีเซลยังไม่พร้อมใช้งาน สารหล่อเย็นจึงลดลงจนอุณหภูมิภายในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ดีดตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และไม่สามารถหยุดการทำงานของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ได้ทัน ในที่สุดจึงเกิดระเบิดขึ้นมา พร้อมกับเพลิงที่ลุกไหม้ และสารกัมมันตรังสีในนั้นได้พุ่งกระจายออกมาสู่ภายนอก กลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของยุโรป

ในช่วงแรกทางการสหภาพโซเวียตยังไม่ได้แจ้งเหตุให้ประชาชนทราบ แม้แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และต้องป้องกันอันตรายอย่างไร จึงทำให้พวกเขาเสียชีวิตจากพิษของสารกัมมันตรังสีในเวลาต่อมาไปหลายราย จนกระทั่งหลังจากเกิดเหตุถึง 2 วัน ทางการจึงสั่งอพยพผู้คนจำนวนถึง 300,000 คน ออกจากเมืองปริเปียตและเมืองโดยรอบ กั้นเป็น "เขตห้ามอยู่อาศัยโดยรอบโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล" (Chernobyl Exclusion Zone) กินพื้นที่ประมาณ 2,600 ตารางกิโลเมตร มาจนถึงทุกวันนี้

เด็กที่ต้องเจ็บป่วยและพิการจากพิษของสารกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล

อุบัติเหตุในครั้งนี้แม้จะมีผู้เสียชีวิตทันทีหลังการระเบิดเพียง 56 คน แต่กัมมันตภาพรังสีที่พวยพุ่งขึ้นสู่บรรยากาศได้ลอยไปทางตะวันตกของสหภาพโซเวียต จนถึงยุโรปตะวันออก ยุโรปตะวันตก ยุโรปเหนือ และสแกนดิเนเวีย สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศและองค์การอนามัยโลกประเมินเมื่อปี ค.ศ.2005 ว่ามีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งจากสารกัมมันตรังสีในเหตุการณ์ระเบิดครั้งนี้มากกว่า 4,000 คน

ภายหลังเกิดเหตุ โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลได้ถูกปิดตัวลง มีการสร้างอาคารครอบเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ไว้เพื่อป้องกันการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี และปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารเหล็กที่มั่นคงกว่าเดิมเพื่อครอบทับลงไปอีกชั้นหนึ่ง
จำนวนคนอ่าน 1628 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved