ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 

หน้าแรก | มุมนักเรียน | หมายเหตุ

หมายเหตุ
   

หัวใจของการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติ (2)
 

การออกแบบโครงสร้างรายวิชาและหน่วยการเรียนรู้

การออกแบบโครงสร้างรายวิชาและหน่วยการเรียนรู้ ตามแบบฟอร์มข้างต้น ควรวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดทุกตัวในรายวิชาให้ชัดเจน ดังนี้


  1. คำสำคัญในตัวชี้วัด ตัวชี้วัดจะระบุสิ่งที่นักเรียนควรรู้ และควรปฏิบัติ ซึ่งส่วนใหญ่จะบ่งบอกเกี่ยวกับด้านความรู้ และทักษะ/กระบวนการ สำหรับคุณลักษณะ/เจตคติบางตัวชี้วัดอาจไม่ได้ระบุไว้ จึงควรพิจารณาว่า มีตัวบ่งชี้คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ข้อใดหรือไม่ที่สอดคล้องกับการนำมาพัฒนา หากไม่มีข้อใดที่เหมาะสมไม่จำเป็นต้องใส่


  2. หลักฐานการเรียนรู้ จากคำสำคัญมาพิจารณาว่าร่องรอยหลักฐานอะไรที่จะบอกได้ว่าผู้เรียนมีคุณภาพตามที่ตัวชี้วัดกำหนด ซึ่งอาจจะเป็นชิ้นงานหรือภาระงาน เช่น คำสำคัญ คือ การออกเสียงหลักฐานการเรียนรู้อาจเป็นภาระงานให้อ่านออกเสียงจากเรื่องที่นักเรียนสนใจ


  3. แนวทางการประเมินหรือกิจกรรมการประเมิน กำหนดให้ชัดลงไปว่าจะจัดกิจกรรมอย่างไร เพื่อผู้เรียนได้ทำภาระงานหรือชิ้นงานนั้น เช่น ภาระงานให้อ่านออกเสียงจากเรื่องที่นักเรียนสนใจ แนวทางการประเมินอาจเป็นนักเรียนออกมาอ่านออกเสียงหน้าชั้นเรียน หรือจับกลุ่มสลับกันอ่านออกเสียง


  4. วิธีการประเมิน ซึ่งรวมทั้งวิธีการและเครื่องมือประเมิน จำเป็นต้องสอดคล้องกับหลักฐานการเรียนรู้และแนวทางการประเมินหรือกิจกรรมการประเมิน จากตัวอย่างข้างต้นวิธีการประเมินควรเป็นการสังเกตการออกเสียงและเครื่องมือประเมินควรเป็นแบบสังเกต
หลังจากการวิเคราะห์ครบทุกตัวชี้วัดแล้วขั้นตอนต่อไป เป็นการจัดกลุ่มมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ดังนี้


  1. จัดกลุ่มมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่ได้จากการวิเคราะห์ จัดเป็นกลุ่มที่สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนร่วมกันได้ ซึ่งอาจมาจากกลุ่มสาระเดียวกัน หรือต่างกลุ่มการเรียนรู้ก็ได้ ตัวชี้วัดบางตัวอาจต้องฝึกซ้ำเพื่อให้เกิดความชำนาญ หรือบางตัวเป็นลักษณะกระบวนการ เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ก็สามารถจัดอยู่ในหน่วยการเรียนรู้มากกว่าหนึ่งหน่วยได้


  2. สาระสำคัญหรือความคิดรวบยอด

    สาระสำคัญหรือความคิดรวบยอดของแต่ละหน่วยพิจารณาจากคำสำคัญของทุกตัวชี้วัดที่จัดกลุ่มไว้ด้วยกัน ซึ่งวิเคราะห์ไว้แล้วในตารางวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด สาระสำคัญหรือความคิดรวบยอด กำหนดขึ้นจากการวิเคราะห์แก่นความรู้ในแต่ละมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด รวมทั้งสาระการเรียนรู้แกนกลางที่ผู้เรียนจะได้รับจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน สาระสำคัญหรือความคิดรวบยอดจึงเป็นการสรุปรวมแก่นความรู้ของแต่ละตัว ชี้วัดมาเรียบเรียงเป็นเหตุเป็นผลต่อกัน ยกตัวอย่างเช่นว่า หน่วยการเรียนรู้เรื่อง “รอบรู้สู่งานศิลป์” เป็นหน่วยในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระทัศนศิลป์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

    หน่วยการเรียนรู้นี้ ประกอบด้วยตัวชี้วัด ศ 1.1 ป1/1, ป1/2, ป1/3

    • ตัวชี้วัดข้อที่ 1 อภิปรายเกี่ยวกับรูปร่างลักษณะและขนาดของสิ่งต่างๆ รอบตัวในธรรมชาติละสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น


    • ตัวชี้วัดข้อที่ 2 บอกความรู้สึกที่มีต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว


    • ตัวชี้วัดข้อที่ 3 มีทักษะพื้นฐานในการใช้วัสดุ อุปกรณ์สร้างงานทัศนศิลป์


    • แก่นความรู้ชี้วัดข้อที่ 1 คือ รูปร่าง ลักษณะ และขนาดของสิ่งต่างๆ รอบตัว ในธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น


    • แก่นความรู้ชี้วัดข้อที่ 2 คือ ความรู้สึกที่มีต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว


    • แก่นความรู้ชี้วัดข้อที่ 3 คือ ใช้วัสดุอุปกรณ์สร้างงานทัศนศิลป์

  3. จากแก่นความรู้ทั้ง 3 ตัวชี้วัดสามารถสรุปรวมเขียนเป็นความคิดรวบยอดหรือสาระสำคัญประจำหน่วยได้ ดังนี้

    สาระสำคัญ ความคิดรวบยอด

    "รูปร่าง ลักษณะ และขนาดของสิ่งต่างๆ รอบตัวในธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น มีความแตกต่างกันทำให้เกิดความรู้สึกต่างกัน ซึ่งสามารถถ่ายทอดเรื่องราวความรู้สึกสู่งานทัศนศิลป์ โดยรู้จักเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ได้อย่างเหมาะสม"

  4. ชื่อหน่วย

    อาจจะกำหนดในขั้นตอนใดก็ได้ เช่น หลังการจัดกลุ่มมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดอาจจะพอมองเห็นว่าควรจะตั้งชื่อหน่วยอย่างไร หรืออาจตั้งชื่อหลังกำหนดสาระสำคัญ เป็นต้น อย่างไรก็ตามชื่อหน่วยการเรียนรู้ควรสะท้อนให้เห็นถึงสาระสำคัญหรือประเด็นหลักในหน่วย และควรมีลักษณะน่าสนใจ อาจเป็นประเด็นปัญหา ข้อคำถามหรือข้อโต้แย้งที่สำคัญ สอดคล้องกับชีวิตประจำวันและสังคมของนักเรียน เหมาะสมกับวัย ความสนใจ และความสามารถของนักเรียน


  5. ชิ้นงาน/ภาระงานรวบยอด

    ชิ้นงานหรือภาระงานที่กำหนด ต้องสะท้องถึงความสามารถของผู้เรียนจากการใช้ความรู้และทักษะที่กำหนดไว้ ซึ่งชิ้นงานหรือภาระงานที่กำหนดจะต้องสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด

    ชิ้นงานหรือภาระงานเป็นสิ่งที่ให้ผู้เรียนปฏิบัติ เป็นงานสรุปรวบยอดที่แสดงให้เห็นว่าผู้เรียนมีความรู้และทักษะตามหน่วยการเรียนรู้นั้นอันเป็นรูปธรรม ชัดเจน วัดประเมินผลได้

    ความหมายของชิ้นงานหรือภาระงาน

    ตัวอย่างชิ้นงาน (Product) เช่น เอกสาร รายงาน เรียงความ จดหมาย หนังสือเล่มเล็ก ภาพวาด แผนภาพ แผนภูมิ กราฟ งานประดิษฐ์ หุ่นจำลอง แฟ้มสะสมงาน งานจัดนิทรรศการ ฯลฯ

    ตัวอย่างภาระงาน (Performance) เช่น การพูด โต้วาที การรายงานปากเปล่า การอภิปราย ร้องเพลง เล่นดนตรี แสดงละคร การเคลื่อนไหวร่างกาย ฯลฯ


  6. แนวทางการประเมินหรือกิจกรรมการประเมิน

    พิจารณาคล้ายกับการวิเคราะห์รายตัวชี้วัดต่างกันที่แนวทางการประเมินหรือกิจกรรมการประเมินในที่นี้วิเคราะห์จากชิ้นงาน/ภาระงานรวบยอด


  7. วิธีการประเมิน

    ใช้แนวเดียวกับการวิเคราะห์รายตัวชี้วัดเพียงแต่พิจารณาให้สอดคล้องกับแนวทางการประเมิน หรือกิจกรรมการประเมินรวบยอดของหน่วยการเรียนรู้


  8. เวลาเรียนหรือจำนวนชั่วโมงเรียน

    เป็นเวลาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ ซึ่งครูจะต้องวิเคราะห์ความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับจำนวนมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดที่ปรากฏในหน่วยการเรียนรู้ แต่ละหน่วยในรายวิชา โดยอยู่ในจำนวนเวลาของรายวิชานั้น
ผลจากการวิเคราะห์ทั้ง 2 ตารางสามารถนำไปเขียนลงแบบฟอร์มของโครงสร้างรายวิชาและหน่วยการเรียนรู้ สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน พิจารณาได้จากวิเคราะห์ในหัวข้อแนวทางการประเมินหรือกิจกรรมการประเมินของทั้งรายตัวชี้วัด เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในการพัฒนาผู้เรียน และของหน่วยการเรียนรู้เพื่อจัดกิจกรรมรวบยอด ซึ่งกิจกรรมการเรียนการสอน เป็นวิธีการที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ มีทักษะและพัฒนาการด้านจิตใจ สิ่งที่พึงระวังสำหรับการกำหนดกิจกรรมการเรียนการสอนในหลักสูตรแบบอิงมาตรฐานก็คือ กิจกรรมนั้นต้องสามารถนำพาผู้เรียนไปสู่มาตรฐานที่กำหนดเป้าหมายในหน่วยการเรียนรู้นั้นได้

ในหน่วยการเรียนรู้แบบอิงมาตรฐานประกอบด้วยกิจกรรม 3 ประเภท ได้แก่

  1. กิจกรรมนำเข้าสู่การเรียน (Introductory activities)

    เป็นกิจกรรมเริ่มต้นช่วยให้ผู้เรียนเกิดความสนใจอยากร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอนที่จะดำเนินขั้นต่อไปในหน่วยการเรียนรู้นั้น


  2. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (Enabling activities)

    เป็นกิจกรรมช่วยเสริมสร้างให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้านความรู้ ทักษะ เจตคติที่จำเป็นพัฒนาไปสู่มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด


  3. กิจกรรมรวบยอด (Culminating activities)

    เป็นกิจกรรมที่แสดงให้เห็นผลงาน ความสำเร็จด้านความรู้และทักษะ เป็นกิจกรรมในขั้นตอนสุดท้ายที่ให้ผู้เรียนทำชิ้นงานหรือภาระงาน
นอกจากความรู้ความเข้าใจในการจัดทำหน่วยการเรียนรู้ ที่มีองค์ประกอบสำคัญดังกล่าวแล้ว ครูผู้สอนสามารถเพิ่มเติมการวิเคราะห์ตัวชี้วัดในหน่วยการเรียนรู้ ว่าตัวชี้วัดแต่ละตัวในหน่วยสามารถนำพาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะสำคัญด้านใดได้ในจำนวนสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ที่หลักสูตรกำหนด เมื่อวิเคราะห์ได้ก็บันทึกลงในการออกแบบหน่วยการเรียนรู้

ครูผู้สอนสามารถออกแบบหน่วยการเรียนรู้ได้หลายลักษณะคือ

  1. หน่วยการเรียนรู้เฉพาะสาระ เช่น

    • หน่วยการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์ (กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ)


    • หน่วยการเรียนรู้ทัศนศิลป์ (กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ)

  2. หน่วยการเรียนรู้บูรณาการ ภายในกลุ่มสาระการเรียนรู้ เช่น

    • หน่วยการเรียนรู้บูรณาการระหว่างสาระการอ่าน การเขียน การฟัง การดู การพูด หลักการใช้ภาษาไทย วรรณคดี และวรรณกรรม (กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย)

  3. หน่วยการเรียนรู้บูรณาการระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ เช่น

    • หน่วยการเรียนรู้บูรณาการระหว่างกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
หน่วยการเรียนรู้ทุกลักษณะ ครูผู้สอนสามารถดำเนินการออกแบบตามขั้นตอนขององค์ประกอบการเขียนหน่วย ดังได้กล่าวข้างต้น

จากหน่วยสู่แผน

จากหน่วยการเรียนรู้ ครูสามารถจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในชั้นเรียนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นตามความเหมาะสม และสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดของหน่วยการเรียนรู้


ครูผู้สอนควรว่างแผนการจัดแบ่งเนื้อหาสาระ เวลาให้ครอบคลุมหน่วยการเรียนรู้ จากนั้นจึงนำมาจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเวลาและการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอนจะต้องกำหนดเป้าหมายสำหรับผู้เรียน โดยสามารถกำหนดเป็นจุดประสงค์การเรียนรู้ของแผนการจัดการเรียนรู้นั้นๆ ครูต้องกำหนดการจัดกิจกรรมการเรียนการอสนให้ผู้เรียนบรรลุเป้าหมายครูควรใช้เทคนิคและวิธีการสอนที่หลากหลายเพื่อกระตุ้น ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ กิจกรรมในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนมีความสามารถที่จะทำชิ้นงานและภาระงาน เมื่อครบทุกแผนการจัดการเรียนรู้ของหน่วยการเรียนรู้นั้นๆ ผู้เรียนต้องการสร้างชิ้นงานและภาระงานที่แสดงถึงผลงานสรุปรวบยอดการจบกชหน่วยได้ ที่สำคัญครูผู้สอนต้องประเมินผู้เรียนตลอดเวลาของการจัดการเรียนการสอน โดยเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับลักษณะกิจกรรมและสิ่งที่ต้องการวัด นอกเหนือจากการประเมินชิ้นงานและภาระงาน

ครูมีบทบาทสำคัญ

ครูผู้สอนเป็นบุคคลสำคัญที่สุดที่ส่งผลให้การจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร บรรลุผลตามวัตถุประสงค์

เพื่อให้การจัดการเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ครูผู้สอนควรได้ดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยยึดหลักการสำคัญ ดังนี้

  1. ครูต้องศึกษา ทำความเข้าใจเอกสารหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธสักราช 2551


  2. ครูต้องจัดทำหน่วยการเรียนรู้ โดยเน้นความสำเร็จตามมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดของหลักสูตร


  3. ครูควรมีข้อมูลมาใช้ในการออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน


  4. ครูต้องจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้


  5. ครูต้องจัดเตรียมและใช้สื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย เหมาะสมกับการเรียนรู้ของผู้เรียน


  6. ครูต้องจัดให้มีการวัดประเมินผลด้วยวิธีการที่หลากหลาย โดยเน้นการประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริงเป็นสำคัญ


  7. ครูต้องนำผลการประเมินผู้เรียนมาใช้ซ่อมเสริมเพื่อพัฒนาผู้เรียน


  8. ครูต้องใช้กระบวนการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนา
อย่างไรก็ตาม การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูผู้สอนจะบรรลุผลได้ดีเพียงใดขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ อีกหลายประการ เช่น ความรัก และศรัทธาในวิชาชีพครู การแสวงหาความรู้ การใช้หลักจิตวิทยา การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้เป็นไปด้วยความเป็นกัลยาณมิตร ทั้งหมดคือ ความมีจิตวิญญาณของความเป็นครู

โดย ธำรงศักดิ์ ธำรงเลิศฤทธิ์

จำนวนคนอ่าน 12672 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved