ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ฟิสิกส์
เคมี
ชีววิทยา
บทเรียนชีววิทยา
สิ่งมีชีวิต
ศัพท์ชีววิทยา
แบบฝึกหัดชีววิทยา
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 

หน้าแรก | มุมนักเรียน | หน้าแรกฟิสิกส์-เคมี-ชีวะ | หน้าแรกชีววิทยา | บทเรียนชีววิทยา

บทเรียนชีววิทยา
   

การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม : ลักษณะทางพันธุกรรม
 
ระดับชั้น : มัธยม 6

ลักษณะทางพันธุกรรม

คำว่า "พันธุกรรม" เป็นคำที่ใช้กันโดยทั่วๆ ไป เมื่อกล่าวถึงเรื่องของกรรมพันธุ์ คนส่วนใหญ่มีความฝังใจว่า เป็นเรื่องสุดแต่เวรกรรม เป็นสิ่งที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด และเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ซึ่งเป็นความจริงอยู่บ้าง แต่ความเชื่อเช่นนี้ไม่เหมาะกับเหตุการณ์ปัจจุบัน เพราะปรากฏการณ์เกี่ยวกับพันธุกรรมสามารถอธิบายได้โดยอาศัยความรู้ทางวิทยาศาสตร์

"พันธุกรรม" ซึ่งหมายถึง หน่วยที่มีคุณสมบัติควบคุมลักษณะต่างๆ ของสิ่งมีชีวิต การศึกษาพันธุกรรม และความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ว่าด้วยหลักเกณฑ์ของการถ่ายทอดลักษณะของสิ่งมีชีวิตจากรุ่นหนึ่งไปยังรุ่นต่อไป เรียกว่า พันธุศาสตร์ (genetics) ซึ่งจะเริ่มต้นอย่างมีระบบและมีกฎเกณฑ์ เมื่อประมาณ 125 ปีมาแล้ว

(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต
โลกของสิ่งมีชีวิตจะสมดุลอยู่ได้ย่อมต้องมีองค์ประกอบที่หลากหลายทั้งทางด้ายกายภาพและชีวภาพ องค์ประกอบทางชีวภาพคือ สิ่งมีชีวิตแต่ละสปีชีส์ ซึ่งจะดำรงอยู่ได้ด้วยความสามารถของสิ่งมีชีวิตที่สืบทอดลูกหลานเพื่อดำรงสปีชีส์ให้คงอยู่ยาวนานที่สุด ในโลกของสิ่งมีชีวิตเราจะพบอยู่เสมอว่า แม้สิ่งมีชีวิตแต่ละหน่วยจะตายไปตามอายุขัยของตน แต่ละสปีชีส์ยังคงอยู่ หากสิ่งมีชีวิตตายไปโดยไม่สืบทอดลูกหลาน สปีชีส์ก็ดำรงอยู่ไม่ได้

สิ่งมีชีวิตทั้งหลายมีลักษณะหรือคุณสมบัติที่สามารถปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ลักษณะเหล่านี้เป็นลักษณะที่ไม่สามารถสืบทอดให้แก่ลูกหลานได้ ความสามารถในการปรับตัวนั้นก็จะหมดไปในรุ่นนั้นเอง ดังนั้นการปรับตัวทั้งหลายที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำรงสปีชีส์จึงต้องเป็นการปรับตัวที่สามารถถ่ายทอดไปยังลูกหลานได้ ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ อาจกล่าวได้ว่าเป็นความหลากหลายทางพันธุกรรมที่สืบทอดต่อกันมาหลายรุ่น ซึ่งอาจเป็นความหลากหลายในระดับของยีน ระดับสปีชีส์ หรือระดับระบบนิเวศ และมีการสะสมลักษณะทางพันธุกรรมจำนวนมากที่ทำให้สปีชีส์ต่างๆ มีความแตกต่างและสามารถดำรงความแตกต่างนั้นไว้ได้

ความแปรผันของลักษณะทางพันธุกรรม

(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
ความแปรผันทางพันธุกรรม
สิ่งมีชีวิตต่างสปีชีส์กันมีความแตกต่างกันมากกว่าสิ่งมีชีวิตสปีชีส์เดียวกัน คนเชื้อชาติเดียวกันย่อมคล้ายกันมากกว่าคนต่างเชื้อชาติกันและคนที่เกิดจากพ่อเดียวกันย่อมคล้ายกันมากกว่าคนที่ต่างพ่อแม่กัน ความแตกต่างเหล่านี้เนื่องจากพันธุกรรมแตกต่างกัน ซึ่งเรียกว่า มี ความแปรผันทางพันธุกรรม (genetic variation) แฝดร่วมไข่เกิดจากไข่เซลล์เดียวกันและอสุจิเซลล์เดียวกัน ย่อมมีพันธุกรรมที่เหมือนกันทุกประการ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า คู่แฝดที่เกิดจากแฝดร่วมไข่ จะไม่มีความแปรผันทางพันธุกรรม จึงมีลักษณะเหมือนกันมากที่สุด ความแตกต่างของสิ่งมีชีวิตจึงมากน้อยลดหลั่นกันไปตามปริมาณของความแปรผันทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต

ความแปรผันทางพันธุกรรมที่สืบทอดไปในรุ่น ย่อมต้องมีการถ่ายทอดอย่างมีกฎเกณฑ์ มิฉะนั้นแล้วสิ่งมีชีวิตคงไม่สามารถดำรงเผ่าพันธุ์ไว้ได้ยาวนานถึงเพียงนี้ ลักษณะทั้งหลายที่ถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปยังรุ่นต่อๆ ไป เรียกว่า ลักษณะทางพันธุกรรม (genetic character)

สิ่งมีชีวิตแต่ละหน่วยประกอบขึ้นด้วยลักษณะทางพันธุกรรมจำนวนมากมาย ลักษณะทางพันธุกรรมบางประเภทเราสามารถวัดปริมาณลดหลั่นกันได้ เช่น ความสูง สีผิวของคน ดังตัวอย่างการศึกษาความสูงของนายทหารกลุ่มหนึ่งในกองทัพของประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 175 คน พบว่า ความสูงของนายทหารกลุ่มนี้มีความแตกต่างต่อเนื่องกัน

ลักษณะทางพันธุกรรมที่มีความแตกต่างกันต่อเนื่องกันหลายระดับนี้ เมื่อนำมาเขียนกราฟแสดงความถี่ของลักษณะแตกต่างกัน จะได้กราฟเป็นรูปโค้งปกติ ลักษณะประเภทนี้เรียกว่า ลักษณะทางพันธุกรรมที่มีความแปรผันต่อเนื่อง (continuous variation)

ลักษณะทางพันธุกรรมอีกประเภทหนึ่งที่เราสามารถบอกความแตกต่างเป็นกลุ่มๆ อย่างชัดเจน เช่นคนผิวเผือกกับคนผิวปกติ แยกเป็น 2 กลุ่ม หมู่เลือดของคน คือ หมู่ A, B, AB และ O แยกเป็น 4 หมู่อย่างชัดเจน เป็นต้น ลักษณะประเภทนี้เรียกว่า ลักษณะทางพันธุกรรมที่มีความแปรผันไม่ต่อเนื่อง (discontinuous variation)

ลักษณะทางพันธุกรรมกับสิ่งแวดล้อม

(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
เด็กฝาแฝด คนซ้ายเป็นคนเผือกส่วนคนขวาปกติ
สิ่งที่เราเรียกว่าลักษณะทางพันธุกรรมนั้นมีมากมายที่สามารถตรวจสอบได้ด้วยวิธีการต่างๆ หลายวิธี และหลายระดับ เช่น ลักษณะทางพันธุกรรมอาจเป็นหมู่เลือดที่เราต้องทดสอบด้วยสารเคมีจึงจะทราบความแตกต่างของหมู่เลือดแต่ละคน หรืออาจจะเป็นโครงสร้างเล็กๆ ของเซลล์ เช่น จำนวนนิวคลีโอลัส ที่ต้องส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์จึงจะพบความแตกต่าง หรืออาจจะเป็นสิ่งที่เรามองเห็นด้วยตาเปล่า เช่น ลักษณะผิวเผือก หรืออาจจะเป็นพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือความสามารถทางสติปัญญา ฯลฯ โดยสรุปแล้ว ลักษณะทางพันธุกรรมอาจเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนระดับโมเลกุลหรือปฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์ ลักษณะแบบนั้นย่อมได้รับอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมน้อยลง เช่น ลักษณะผิวเผือกเป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่เกิดจากการขาดเอนไซม์ที่ใช้ในการสังเคราะห์เมลานินซึ่งเป็นรงควัตถุสีดำ ผู้มีความผิดปกติเช่นนี้จึงไม่ขึ้นอยู่กับอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมภายนอก

ส่วนลักษณะที่ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ หลายขั้นตอนย่อมมีโอกาสได้รับอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น ความสูง และสติปัญญาเป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเจริญเติบโต กระบวนการสร้างฮอร์โมนภายในร่างกาย สิ่งแวดล้อมภายนอก อาทิเช่น อาหาร การเลี้ยงดูเบื้องต้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับลักษณะเหล่านี้ ลักษณะเหล่านี้จึงขึ้นอยู่กับอิทธิพลของสิ่งแวดล้อม การศึกษาหลักเกณฑ์การถ่ายทอดทางพันธุกรรมของลักษณะเหล่านี้ย่อมทำได้ยากขึ้น ด้วยเหตุนี้เอง ความแตกต่างของลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตจึงขึ้นอยู่กับอิทธิพลของสิ่งแวดล้อม การศึกษาหลักเกณฑ์การถ่ายทอดทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตจึงไม่ใช่จะขึ้นอยู่กับพันธุกรรมเสียทั้งหมด แต่ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขั้นตอนที่ทำให้เกิดลักษณะนั้นๆ


ที่มาข้อมูล :
  • สรุปชีววิทยา ม.ปลาย โดย นิพนธ์ ศรีนฤมล

  • หนังสือเรียนวิชาชีววิทยา (ว ๔๔๓) หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พ.ศ.๒๕๓๓ กระทรวงศึกษาธิการ
  • จำนวนคนอ่าน 34093 คน
       
     

    © 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved