ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ข่าววิทยาศาสตร์
ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์
เรื่องน่ารู้
พจนานุกรม
นักวิทยาศาสตร์
คำถามวิทยาศาสตร์
สีสันวิทยาศาสตร์
การทดลองวิทยาศาสตร์
บทเรียน / แบบฝึกหัด
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 

หน้าแรก | มุมนักเรียน | หน้าแรกวิทยาศาสตร์ | การทดลองวิทยาศาสตร์

การทดลองวิทยาศาสตร์
   

ไข่ต้มหรือไข่ดิบกันแน่
 
ระดับชั้น : มัธยมต้น


ถ้า้เรามีไข่อยู่ 2 ฟองซึ่งมองดูเหมือนกันมาก แต่แท้ที่จริงแล้วฟองหนึ่งเป็นไข่ต้ม และอีกฟองหนึ่งเป็นไข่ดิบ เราสามารถบอกได้หรือไม่ว่าฟองไหนเป็นไข่อะไรกันแน่


   เป้าหมาย

แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของไข่ที่ต้มแล้วกับไข่ที่ยังไม่ต้มโดยใช้หลักของความเฉื่อย


   เครื่องไม้ เครื่องมือ

    1. ไข่สุกหรือไข่ที่ต้มแล้วจนแข็ง
    2. ไข่ดิบหรือไข่ที่ยังไม่ได้ต้ม
    3. จาน

   แสดงฝีมือหน่อยซิ


    1. หมุนไข่ทั้ง 2 ฟองบนจาน โดยให้หมุนที่ปลายด้านหนึ่งของไข่ ไข่ฟองที่ยังไม่ได้ต้มจะหมุนส่ายไปมาและคว่ำลงเกือบทันที แต่สำหรับไข่ฟองที่ต้มแล้วจะหมุนไปอย่างดีทีเดียว แต่ก็เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น


    2. ทาสีไข่ฟองที่ต้มแล้ว และตั้งไข่ทั้ง 2 ฟองให้หมุนอีกครั้ง จะพบว่าไข่ฟองที่ทาสีอยู่จะยังคงหมุนอยู่ได้ ไข่ฟองที่ต้มแล้วข้างในจะมีความแข็งเท่ากันตลอด ดังนั้นเมื่อเริ่มต้นหมุนมันจะรักษาการหมุนได้อย่างคงที่ จนกระทั่งพลังงานที่เข้าไปถูกใช้ไปจนหมด


    3. สำหรับไข่ฟองที่ไม่ได้ต้ม ภายในจะเต็มไปด้วยของเหลว ซึ่งเมื่อหมุนในแนวตั้งของเหลวภายในฟองไข่จะมีความเฉื่อยอยู่มาก ดังนั้นจึงเป็นตัวต้านทานการหมุนตัวของฟองไข่


    4. คราวนี้ เราลองหมุนไข่โดยให้ด้านข้างนอนลงและแตะให้มันหยุดอย่างรวดเร็วทั้ง 2 ฟอง แล้วปล่อยให้มันหมุนต่อไป

   เห็นอะไรกันบ้าง

    • ไข่ฟองที่ต้มจนแข็งแล้วจะหยุดอยู่กับที่แต่ไข่ฟองที่ยังไม่ได้ต้มจะยังคงหมุนต่อไปได้อีก ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า แรงเฉื่อยของของเหลวที่มีอยู่ในไข่ที่ยังไม่ได้ต้มนั่นเอง และถ้าเราพยายามจะทำให้ไข่ทั้ง 2 ฟอง หยุดการเคลื่อนที่แต่ของเหลวภายในไข่ฟองที่ไม่ได้ต้มจะยังคงมีการเคลื่อนที่อยู่ด้วยแรงของความเฉื่อยที่มีอยู่อย่างเพียงพอซึ่งจะทำให้ไข่อยู่กับที่และเริ่มต้นหมุนต่อไป ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงผลของความเฉื่อยหรือแรงเฉื่อยที่มีต่อวัตถุนั่นเอง ถ้าวัตถุนั้นเคลื่อนที่ก็จะรักษาการเคลื่อนที่นั้นต่อไปเรื่อยๆ และถ้าวัตถุนั้นอยู่กับที่ก็จะอยู่กับที่ตลอดไป นอกเสียจากว่ามีแรงอย่างอื่นมากระทำด้วยจึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น

   มันเกิดขึ้นได้อย่างไร

    • ข้อเท็จจริงจากตัวอย่างนี้ช่วยอธิบายเกี่ยวกับความเฉื่อยในการทดลองอื่นๆ ได้ เช่น เราสามารถทดลองความเฉื่อยได้เองโดยให้เพื่อนช่วยดึงผ้าหนาๆ จากใต้เท้าอย่างรวดเร็ว ตัวของเรามีความเฉื่อยอยู่จึงไม่เคลื่อนที่ไปด้วย แต่ส่วนของเท้าจะเคลื่อนที่ไปพร้อมกับผ้า ทำให้เสียหลักล้มลงกับพื้นได้ หรือถ้าเรากำลังเล่นสเก็ตอยู่ แล้วมีบางคนจับหรือดึงให้หยุด ตัวของเราจะหยุดทันที แต่เท้ายังคงเคลื่อนที่ต่อไปด้วยล้อของรองเท้าสเก็ต
ที่มาข้อมูล : ประชา ศิวะเวทกุล(แปลและรวบรวม) เกมส์การทดลองทางฟิสิกส์
ชุดวิทยาศาสตร์มหัศจรรย์ สำนักพิมพ์อักษรวัฒนา กรุงเทพฯ
จำนวนคนอ่าน 5113 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved