ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ข่าววิทยาศาสตร์
ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์
เรื่องน่ารู้
พจนานุกรม
นักวิทยาศาสตร์
คำถามวิทยาศาสตร์์
สีสันวิทยาศาสตร์์
การทดลองวิทยาศาสตร์
บทเรียน / แบบฝึกหัด
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 

หน้าแรก | มุมนักเรียน | หน้าแรกวิทยาศาสตร์ | บทเรียน | บทเรียน

บทเรียน
   

วิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 : เอกภพ
 
ระดับชั้น : มัธยมต้น

เอกภพ

อวกาศเป็นที่ว่างซึ่งอยู่นอกโลกที่ไม่มีอากาศ ดวงดาวต่างๆ ที่อยู่ในอวกาศเป็นส่วนหนึ่งของบริเวณที่เรียกว่า เอกภพ (universe) ซึ่งหมายถึง อาณาบริเวณที่มีสิ่งต่างๆ เช่น ดวงดาว ดาราจักร เป็นต้น

จากการศึกษาของนักดาราศาสตร์ทำให้เราทราบว่าระบบสุริยะ ที่มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง และมีโลกเป็นหนึ่งในสมาชิกนั้น เป็นสมาชิกของระบบที่ใหญ่ขึ้น หรือที่เรียกว่า กาแล็กซี (galaxy) อันประกอบไปด้วยดาวฤกษ์จำนวนนับแสนล้านดวง อีกทั้งดาวบริวารและวัตถุอื่นๆ และนักดาราศาสตร์ยังเชื่อว่า มีกาแล็กซีจำนวนมากรวมกันเป็นเอกภพ อย่างกว้างใหญ่ไพศาล

ระบบสุริยะ ประกอบด้วยดวงอาทิตย์และบริวาร ซึ่งเป็นเพียงจุดเล็กๆ จุดหนึ่งในกาแล็กซีทางช้างเผือก มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ปีแสง (1 ปีแสง คือ ระยะทางที่แสงใช้เวลาเดินทาง 1 ปี หรือเท่ากับประมาณ 9.5 ล้านล้านกิโลเมตร (แสงเดินทางด้วยอัตราเร็วประมาณ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที)

ถ้าเรานำขนาดของสิ่งต่างๆ ในอวกาศมาเปรียบเทียบกัน จากขนาดใหญ่ไปหาขนาดเล็ก ได้ดังนี้


ดวงดาวที่มองเห็นบนท้องฟ้าแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ดาวฤกษ์ (star) และดาวเคราะห์ (planet) มีความแตกต่างกัน ดังนี้


ดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุดคือ ดวงอาทิตย์ และดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดคือ ดาวพรอกซิมาเซจูรี ซึ่งห่างประมาณ 4.23 ปีแสง หรือประมาณ 40 ล้านล้านกิโลเมตร ส่วนดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด คือ ดาวศุกร์

ระบบสุริยะ

ระบบสุริยะ (Solar system) เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 5 พันล้านปีก่อน ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่า ระบบสุริยะเกิดขึ้นจากการรวมตัวเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของฝุ่นและก๊าซต่างๆ ที่เคลื่อนที่รอบจุดๆ หนึ่ง ทำให้บริเวณนั้นมีความหนาแน่นมากขึ้นและมีอุณหภูมิสูงขึ้น จนกระทั่งความหนาแน่นและอุณหภูมิที่บริเวณนั้นมีค่าถึงจุดๆ หนึ่งจะทำให้เกิดดวงอาทิตย์ ส่วนฝุ่นและก๊าซที่เคลื่อนที่อยู่รอบๆ ดวงอาทิตย์ก็ค่อยๆ รวมตัวกันเกิดเป็นดาวเคราะห์ต่างๆ ที่เคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์ นั่นเอง


ระบบสุริยะ หมายถึง ระบบที่มีดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง และมีบริวารที่เคลื่อนที่อยู่โดยรอบ โลกของเราก็เป็นสมาชิกที่อยู่ในระบบสุริยะซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกาแล็กซีทางช้างเผือก (the milkyway galaxy) บริวารของดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะมีมากมาย ดังนี้


ระบบสุริยะมีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับดวงอาทิตย์ แต่มีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับกาแล็กซีทางช้างเผือก และยังมีขนาดเล็กมากๆ เมื่อเทียบกับขนาดของเอกภพ



ดาวฤกษ์

ดาวฤกษ์ (the stars) เป็นกลุ่มก๊าซรูปทรงกลมที่สามารถเปล่งพลังงานแสง พลังงานความร้อนและรังสีต่างๆ ออกมาอย่างมหาศาล ดาวฤกษ์จึงเป็นดาวที่มีพลังงานในตัวเอง เช่น ดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลกและสิ่งมีชีวิตบนโลก ดาวทั้งหลายมีขนาด อายุ และอุณหภูมิพื้นผิวต่างๆ กัน จึงทำให้เรามองเห็นสีของดาวแตกต่างกัน

ดาวที่เรามองเห็นด้วยตาเปล่าบนท้องฟ้านั้นส่วนใหญ่เป็นดาวฤกษ์ (the stars) ดวงอาทิตย์เป็นดาวที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด ส่วนดาวดวงอื่นๆ อยู่ไกลจากโลกมาก แสงจากดาวที่มองเห็นนั้นใช้เวลาเดินทางหลายปีจึงจะมาถึงโลก

กลุ่มดาวจักรราศี เป็นกลุ่มดาวฤกษ์ 12 กลุ่มที่เห็นปรากฏบนโลก เมื่อโลกเคลื่อนที่รอบดวงอาทิตย์รอบละ 12 เดือน ผู้สังเกตจากโลกจึงมองเห็นคล้ายกับว่าดวงอาทิตย์ที่ผ่านกลุ่มดาวจักรราศี 12 กลุ่ม ในเวลา 12 เดือน ซึ่งเส้นทางเดินของดวงอาทิตย์เรียกว่า สุริยวิถี

กลุ่มดาวฤกษ์ที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ กลุ่มดาวจระเข้หรือกลุ่มดาวหมีใหญ่ กลุ่มดาวนายพราน กลุ่มดาวสุนัขใหญ่ กลุ่มดาวสุนัขเล็ก กลุ่มดาวพิณ กลุ่มดาวหงส์ กลุ่มดาวอินทรีย์ และกลุ่มดาวกางเขนใต้

กาแล็กซี

กาแล็กซี (Galaxy) หรือดาราจักร คือที่รวมของดาว เนบิวลา ฝุ่นละออง ก๊าซ ที่ว่างและสิ่งต่างๆ อีกมากมาย โดยมีรูปร่างแตกต่างกันไป กาแล็กซีที่มีระบบสุริยะเราอยู่เรียกว่า กาแล็กซีทางช้างเผือก (milky way galaxy) โดยกาลิเลโอเป็นคนแรกที่ค้นพบ เมื่อ พ.ศ.2151

ในแต่ละกาแล็กซีจะประกอบด้วยระบบของดาวฤกษ์ กระจุกดาว เนบิวลา ฝุ่นละออง ก๊าซ ที่ว่างและสสารที่มีจำนวนมากพอที่จะกำหนดให้เกิดดาวได้หลายพันล้านดวง นักดาราศาสตร์ได้จำแนกกาแล็กซีออกเป็น 3 ประเภทหลัก คือ


  • กาแล็กซีรูปทรงกังหัน (spiral galaxy)

  • กาแล็กซีรูปวงรี (elliptical galaxy)

  • กาแล็กซีแบบไม่มีรูปร่าง (irregular galaxy)
กาแล็กซีทางช้างเผือกเป็นอาณาบริเวณที่ประกอบด้วยดาวฤกษ์แสนล้านดวง มีแรงโน้มถ่วงซึ่งกันและกันทำให้อยู่ในระบบเดียวกันได้ มีรูปร่างเป็นวงขดก้นหอย จึงจัดว่าเป็นกาแล็กซีแบบกังหัน มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 100,000 ปีแสง มีความหนาประมาณ 10,000 ปีแสง และมีมวลเป็น 4 x 1011 เท่าของมวลดวงอาทิตย์

เอกภพ

เป็นอาณาบริเวณที่กว่างใหญ่ไพศาล เป็นที่อยู่ของกาแล็กซีทุกกาแล็กซีที่มีอยู่ถึงประมาณ 100,000 กาแล็กซี

นักดาราศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์ต่างพยายามหาคำตอบเกี่ยวกับการดำรงอยู่และจุดจบของเอกภพ ซึ่งมีอยู่หลากหลายแนวคิด ปัจจุบันก็มีแนวคิดเกี่ยวกับการดำรงอยู่และจุดจบของเอกภพอยู่ 3 แนวคิด คือ

  1. เอกภพจะขยายตัวต่อไปจนถึงระดับหนึ่ง จากนั้นก็จะคงสภาพอยู่อย่างนี้ตลอดไป

  2. เอกภพจะขยายตัวต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีสิ้นสุดต่อไป

  3. เอกภพจะขยายตัวต่อไปถึงระดับหนึ่งแล้วค่อยๆ หดตัวกลับลงมา กลายเป็นจุดที่มีความหนาแน่นสูงมากเหมือนจุดตอนก่อนที่กำลังจะเกิดบิ๊กแบง
แนวคิดของเอกภพทั้งหมดล้วนเป็นข้อสันนิษฐานที่ยังรอการพิสูจน์ของนักดาราศาสตร์ต่อไป จึงจำเป็นต้องอาศัยเวลาและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในทุกๆ ด้านประกอบ

ภาพ : แสดงการดำรงอยู่และจุดสิ้นสุดของเอกภพตามแนวคิดทั้ง 3 แบบ

แผนที่ดาว

แผนที่ดาว การศึกษาเกี่ยวกับดวงดาวจำเป็นต้องรู้จักกลุ่มดาวและดาวฤกษ์ที่สำคัญ และสามารถชี้บอกดาวเคราะห์ได้ สิ่งสำคัญที่จะช่วยในการบอกตำแหน่งและชี้บอกกลุ่มดาวต่างๆ ได้ คือ แผนที่ดาว ซึ่งเสมือนเป็นท้องฟ้าจำลองแบบ 2 มิติที่มีลักษณะเป็นรูปวงกลมหมุนได้ บางครั้งเรียกว่า แผนที่ดาวแบบหมุน

การใช้แผนที่ดาว


ที่มาข้อมูล : - หนังสือแบบเรียนวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (สสวท) กระทรวงศึกษาธิการ
- คู่มือครูสาระการเรียนรู้พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (สสวท) กระทรวงศึกษาธิการ
จำนวนคนอ่าน 72006 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved