ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ฟิสิกส์
เคมี
บทเรียนเคมี
ตารางธาตุ
ศัพท์เคมี
แบบฝึกหัดเคมี
ชีววิทยา
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 

หน้าแรก | มุมนักเรียน | หน้าแรกฟิสิกส์-เคมี-ชีวะ | หน้าแรกเคมี | บทเรียนเคมี

บทเรียนเคมี
   

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี : แนวคิดเกี่ยวกับการเกิดปฏิกิริยาเคมี
 
ระดับชั้น : มัธยม 5

แนวคิดเกี่ยวกับการเกิดปฏิกิริยาเคมี
การอธิบายผลการเกิดปฏิกิริยาเคมี

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าในการเกิดปฏิกิริยาเคมี อนุภาคของสารตั้งต้นจะต้องเกิดการชนกัน อนุภาคดังกล่าวอาจเป็นโมเลกุล อะตอม หรือไอออนก็ได้ นักวิทยาศาสตร์ได้พยายามอธิบายโดยใช้แบบจำลองของทฤษฎีการชนกันของโมเลกุล ซึ่งกล่าวว่าปฏิกิริยาจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่ออนุภาคของสารที่เข้าทำปฏิกิริยามาชนกัน เมื่อชนกันแล้วถ้ามีพลังงานมากพอก็จะมีการจัดอะตอมใหม่ พันธะเดิมหมดไปเกิดพันธะใหม่ได้สารใหม่ในปฏิกิริยา ตามหลักการนี้ปฏิกิริยาจะเกิดได้ง่ายเมื่อสารอยู่ในสถานะของเหลวและก๊าซ เนื่องจากอนุภาคเคลื่อนไหวได้ง่าย ซึ่งถ้าเป็นของแข็งต้องใช้ความดันเข้าบีบอัดให้อนุภาคเข้ามาชิดกัน

ตามทฤษฎีการชน อัตราเร็วของปฏิกิริยาขึ้นอยู่กับจำนวนการชนกันของสารต่อหน่วยเวลาและจำนวนการชนที่จะเกิดปฏิกิริยา มิใช่ว่าการชนกันทุกครั้งต้องเกิดปฏิกิริยาเคมีแล้วให้สารใหม่เสมอไป อาจมีเพียง 1 ใน 1014 ครั้งเท่านั้นที่จะเกิดปฏิกิริยาได้ ถ้าหากชนกันทุกครั้งแล้วเกิดปฏิกิริยา ปฏิกิริยานั้นคงจะเกิดขึ้นทันที ซึ่งถ้าสารที่เข้าทำปฏิกิริยาเป็นก๊าซก็อาจจะเกิดระเบิดได้ที่อุณหภูมิห้องและความดันบรรยากาศ ดังนั้น การเกิดปฏิกิริยาเคมีไม่เพียงแต่การชนกันเท่านั้นจะต้องมีแฟกเตอร์อื่นด้วย จึงใช้ทฤษฎีจลน์ของโมเลกุลเข้ามาเสริมด้วย ซึ่งกล่าวว่า โมเลกุลของก๊าซมีการเคลื่อนไหวทุกขณะ แต่ละโมเลกุลเคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วต่างกันบางโมเลกุลเคลื่อนที่ช้ามากทำให้มีพลังงานจลน์ต่ำ บางโมเลกุลเคลื่อนที่เร็วทำให้มีพลังงานจลน์สูง ดังนั้น ในการชนกันแล้วจะมีปฏิกิริยาเคมีเกิดขึ้นได้โมเลกุลที่มาชนกันต้องมีพลังงานมากพอ ซึ่งพลังงานอย่างต่ำที่โมเลกุลต้องมีเรียกว่า พลังงานกระตุ้น (activation energy = Eac) อย่างไรก็ตาม ถึงแม้อนุภาคจะมีพลังงานมาก แต่ถ้าในขณะที่มีการชนกันนั้นอนุภาคมีการจัดตัวไม่ถูกทิศทาง ปฏิกิริยาก็จะไม่เกิดขึ้น

จึงสรุปได้ว่าในการเกิดปฏิกิริยาเคมีต้องมีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 4 ประการคือ

  1. จำนวนโมเลกุลต้องมากพอ
  2. ต้องมีการชนกัน
  3. ต้องมีพลังงานมากพอ อย่างน้อยเท่ากับพลังงานกระตุ้นหรือพลังงานก่อกัมมันต์ (activation energy) (Ea หรือ Eac)
  4. ต้องมีทิศทางที่เหมาะสม


ที่มาข้อมูล : หนังสือเรียนวิชาเคมี เล่ม 3 ว 032 หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2533) กระทรวงศึกษาธิการ.
คู่มือ - เตรียมสอบเคมี รวม (ม.4-5-6) รศ.วีระชาติ สวนไพรินทร์.
จำนวนคนอ่าน 9409 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved