ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ข่าววิทยาศาสตร์
ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์
เรื่องน่ารู้
พจนานุกรม
นักวิทยาศาสตร์
คำถามวิทยาศาสตร์์
สีสันวิทยาศาสตร์์
การทดลองวิทยาศาสตร์
บทเรียน / แบบฝึกหัด
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 

หน้าแรก | มุมนักเรียน | หน้าแรกวิทยาศาสตร์ | บทเรียน | บทเรียน

บทเรียน
   

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 : การดำรงชีวิตของสัตว์
 
ระดับชั้น : ประถมปลาย


การดำรงชีวิตของสัตว์์

ในสิ่งแวดล้อมที่เราอาศัยอยู่ มีสัตว์มากมายหลายชนิด ซึ่งมีทั้งสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง และไม่มีกระดูกสันหลัง บางชนิดอาศัยอยู่ในน้ำ บางชนิดอาศัยอยู่บนบก บางชนิดอยู่ได้ทั้งบนบกและในน้ำ สัตว์ที่อาศัยอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกันเช่นนี้ ย่อมมีระบบหายใจและการเคลื่อนที่ที่แตกต่างกัน

และสัตว์กลุ่มแรกที่เราจะศึกษากันก็คือ

2.1 สัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง

สัตว์มีกระดูกสันหลัง มีโครงสร้างที่เรียกว่า กระดูกสันหลัง ทำหน้าที่เป็นแกนพยุงลำตัวและรับน้ำหนัก กระดูกสันหลังของสัตว์มีลักษณะต่อกันเป็นข้อๆ โดยมีเอ็นช่วยในการยึดเกาะในการเคลื่อนที่ของกระดูกแต่ละข้อ จึงทำให้สัตว์มีกระดูกสันหลังสามารถทรงตัว เปลี่ยนท่าทางลักษณะต่างๆ การเคลื่อนที่ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง เป็นการทำงานร่วมกับโครงร่างกระดูกอย่างเป็นระบบ

ในที่นี้เราจะศึกษาสัตว์มีกระดูกสัตว์หลังจำพวก "ปลา"

ปลา จัดอยู่ในกลุ่มสัตว์มีกระดูกสันหลัง มีครีบ กล้ามเนื้อ และกระดูกสันหลังที่ช่วยในการเคลื่อนที่ รูปร่างลักษณะของปลา มักมีผลต่อการเคลื่อนที่ ปลาใช้เหงือกในการหายใจ โดยที่ใช้เหงือกในการแลกเปลี่ยนก๊าซ ซึ่งปลากระดูกแข็งทั่วไปจะมีแผ่นปิดเหงือกที่ส่วนหัวทั้งสองข้างของลำตัว ภายในเหงือกจะมีหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ เมื่อน้ำไหลผ่านจะเกิดการแลกเปลี่ยนก๊าซ เพื่อนำก๊าซออกซิเจนที่มากับน้ำเข้าสู่ร่างกาย และนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายสู่ภายนอก

การแลกเปลี่ยนก๊าซของปลา

ปลาใช้ครีบในการเคลื่อนที่ ครีบปลาประกอบด้วย ครีบอก 1 คู่ ครีบสะโพก 1 คู่ ครีบก้นหรือครีบทวารหนัก (anal fin) ครีบหาง (caudal fin) ครีบหลัง (dorsal fin) นอกจากนี้ ปลายังใช้กระดูกสันหลัง และกล้ามเนื้อช่วยในการเคลื่อนที่อีกด้วย

โครงสร้างภายในและภายนอกของปลา


สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ

ระยะเวลาของวัฏจักรชีวิตของสัตว์แต่ละชนิดใช้เวลาตั้งแต่เกิดจนถึงวัยเจริญเติบโตแตกต่างกัน เช่น วัฏจักรชีวิตของกบ กบเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ มีการผสมพันธุ์ภายนอก คือ การที่ตัวเมียปล่อยไข่ และตัวผู้ปล่อยอสุจิออกมาผสมกันภายนอกร่างกาย (ในน้ำ) กบมีการเปลี่ยนแปลงจากไข่จนถึงตัวเต็มวัย มี 4 ขั้นตอน คือ ไข่ ลูกอ๊อด ลูกกบ ตัวเต็มวัย

วัฏจักรชีวิตของกบ


วัฎจักรชีวิตของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำขณะเป็นตัวอ่อนจะดำรงชีวิตอยู่ในน้ำ หายใจด้วยเหงือก เคลื่อนที่โดยใช้หาง เมื่อโตเต็มที่วัย ดำรงชีวิตบนบก หายใจด้วยปอด เคลื่อนที่โดยการใช้ขา 4 ขา สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ นอกจากกบแล้วยังมี เช่น คางคก อึ่งอ่าง เขียด ปาก เป็นต้น

สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังประเภทสัตว์เลือดเย็น ผิวหนังชุ่มชื้นอยู่เสมอ ไม่มีเกล็ด บางพวกอาจมีต่อมพิษตามผิวหนังที่ขรุขระ

สัตว์เลื้อยคลาน

สัตว์เลื้อยคลานจัดเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลัง ประเภทสัตว์เลือดเย็น ผิวหนังแห้ง ร่างกายปกคลุมด้วยเกล็ด มีหัวใจ 3 ห้อง ส่วนมากออกลูกเป็นไข่ซึ่งมีเปลือกหุ้ม มีปอดไว้หายใจเพื่อแลกเปลี่ยนก๊าซ บางชนิดมีขาสำหรับการเคลื่อนที่ เช่น เต่า จระเข้ ตุ๊กแก กิ้งก่า บางชนิดไม่มีขา เช่น งู ที่เคลื่อนที่โดยการเลื้อย

จากนั้นเรามาสังเกตการเคลื่อนที่ของสัตว์เลื้อยคลานแต่ละชนิด ต่อไปนี้

  • งู เป็นสัตว์ที่ไม่มีขา เคลื่อนที่โดยการเลื้อย ซึ่งขนาดของงูมีผลต่อการเคลื่อนที่ บางชนิดเคลื่อนที่เร็ว แต่บางชนิดก็เคลื่อนที่ช้า งูไม่มีเปลือกตา ไม่มีแก้วหู


  • จระเข้ สามารถเคลื่อนที่ได้ทั้งบนบกและในน้ำ เมื่อเคลื่อนที่บนบกจะใช้ขาทั้ง 4 ข้างยกตัวขึ้นสูง และดันลำตัวให้พ้นพื้นและเดินไปข้างหน้า เมื่ออยู่ในน้ำจะเคลื่อนที่โดยใช้เท้าถีบน้ำ และใช้หางช่วยบังคับทิศทาง


  • เต่า เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีเปลือกแข็งหุ้ม เรียกว่า กระดอง มีทั้งชนิดที่อาศัยอยู่บนบกและในน้ำ


  • สัตว์ประเภทกิ้งก่า ตุ๊กแก เป็นต้น สัตว์พวกนี้สามารถไต่ตามเพดานและฝาบ้านได้ สามารถสลัดหางได้เมื่อถูกทำร้าย และมีเปลือกตาที่เปิดปิดได้
(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
ลักษณะขนนกช่วยในการบิน
(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
โครงสร้างภายในของนก
(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
สัตว์เลื้อยคลาน

สัตว์ปีก

สัตว์ปีก จัดเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลัง ประเภทสัตว์เลือดอุ่น สัตว์ปีกมีหลายชนิด เช่น นก ไก่ เป็ด ห่าน และหงส์ เป็นต้น แต่สัตว์ปีกกลุ่มใหญ่ คือ นก มีขา 2 ขา มีขนปกคลุมร่างกายหลายลักษณะ ซึ่งให้ความอบอุ่นและช่วยในการบิน นกมีกระดูกกลวง พรุน น้ำหนักเบา ทำให้บินได้ดีในอากาศ หายใจด้วยปอด

เมื่อนกขยับปีกขึ้นลงจะเกิดแรงที่อากาศดันปีกขึ้น ทำให้นกบินขึ้นได้ ในปีกนก 1 ปีก จะมีแผงขนที่ปกคลุมร่างกายของนกที่ช่วยให้นกบินได้ ขนของนกภายในตัวเดียวกันมีหลายลักษณะ ขนที่ติดกับลำตัวนกจะมีลักษณะปุย ช่วยให้นกมีความอบอุ่น ขนนกที่อยู่ด้านนอกจะเรียบเป็นมันเพื่อช่วยในการบินของนก นกต้องใช้พลังงานมากในการบิน ที่ปอดของนกจึงมีถุงลมพิเศษเพื่อเก็บกักก๊าซออกซิเจนไว้ใช้ในการหายใจ

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีขนปกคลุมตามร่างกาย อาศัยได้ทั้งบนบกและในน้ำ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีต่อมสร้างน้ำนม อุณหภูมิในร่างกายไม่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมภายนอก จึงจัดเป็นสัตว์เลือดอุ่น

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีการเคลื่อนที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับแหล่งที่อยู่ของสัตว์นั้น สัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำจะปรับโครงสร้างภายนอกไปเพื่อว่ายน้ำ เช่น โลมา วาฬ เป็นต้น สัตว์ที่อาศัยอยู่บนบกมีขาหน้าและขาหลังที่แข็งแรง เท้าเป็นกีบ หรือเป็นกรงเล็บ เช่น หมี กวาง เสือ ช้าง ม้า วัว เป็นต้น

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีหัวใจ 4 ห้อง มีกะบังลมกั้นระหว่างทรวงอกและช่องท้อง มีใบหู และสมองใหญ่ ส่วนใหญ่ออกลูกเป็นตัว แต่บางชนิดก็ออกลูกเป็นไข่ เช่น ตุ่นปากเป็ด

2.2 สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง

สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เป็นกลุ่มสัตว์ที่ไม่มีลำของกระดูกสันหลังสำหรับยึดติดให้เป็นส่วนเดียวกันของร่างกาย สัตว์ในกลุ่มนี้มีมากมายหลายชนิด บางชนิดอาศัยอยู่ในน้ำ บางชนิดอาศัยอยู่บนบก บางชนิดบินได้ และบางชนิดบินไม่ได้ บางชนิดเป็นปรสิต ดังนั้นจึงเคลื่อนไหวและหายใจแตกต่างกัน เช่น

  • หมึกทะเล จะว่ายน้ำด้วยการฉีดน้ำออกมาแบบไอพ่นหรือใช้หนวดโบกคล้ายกับครีบ

  • หอย ส่วนใหญ่จะเคลื่อนที่ด้วยการคืบคลาน โดยใช้กล้ามเนื้อที่ยื่นยาวออกมา เรียกว่า แผ่นเท้า

  • ดาวทะเล เคลื่อนที่โดยใช้ขาเทียม

  • แมลง ส่วนใหญ่เคลื่อนที่โดยการบิน ขาเดิน และกระโดด

  • กิ้งกือและตะขาบ มีลักษณะลำตัวเป็นปล้อง ตะขาบมีขาปล้องละ 1 คู่ แต่กิ้งกือมีขาปล้องละ 2 คู่

  • ไส้เดือน เคลื่อนที่โดยการยืดหดของกล้ามเนื้อในการเคลื่อนที่ซึ่งคล้ายกับการเคลื่อนที่ของงู ไส้เดือนหายใจทางผิวหนัง เพื่อแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนและแพร่ผ่านผิวหนังเข้าสู่เส้นเลือด ส่วนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะแพร่ผ่านผิวหนังออกสู่อากาศภายนอก


ที่มาข้อมูล : สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ คู่มือครูสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พ.ศ.2544
สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พ.ศ.2544
จำนวนคนอ่าน 86220 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved