ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ข่าววิทยาศาสตร์
ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์
เรื่องน่ารู้
พจนานุกรม
นักวิทยาศาสตร์
คำถามวิทยาศาสตร์์
สีสันวิทยาศาสตร์์
การทดลองวิทยาศาสตร์
บทเรียน / แบบฝึกหัด
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 

หน้าแรก | มุมนักเรียน | หน้าแรกวิทยาศาสตร์ | บทเรียน | บทเรียน

บทเรียน
   

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 : อาหารและสารอาหาร
 
ระดับชั้น : ประถมปลาย

หินและการเปลี่ยนแปลง ระบบสุริยะจักรวาล พลังงานแสง แรงและการเคลื่อนที่ สารรอบตัวเรา การดำรงชีวิตของสัตว์ การดำรงชีวิตของพืช




อาหารและสารอาหารคืออะไร? อาหาร หมายถึง สิ่งที่รับประทานเข้าไปแล้วก่อให้เกิดประโยชน์ ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย อาหารส่วนใหญ่ได้มาจากพืชและสัตว์ ส่วน สารอาหาร คือ สารที่เป็นองค์ประกอบในอาหารที่สิ่งมีชีวิตนำไปใช้ในกระบวนการดำรงชีวิต สารอาหารที่เป็นองค์ประกอบของอาหาร ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ และวิตามิน


คุณค่าของสารอาหาร

สารอาหารต่างๆ ล้วนให้ประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้

  1. ให้พลังงานแก่ร่างกาย ทำให้ทำงานได้และให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย


  2. ป้องกันและต้านทานโรค


  3. สร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอ และทำให้ร่างกายเจริญเติบโต


  4. ช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ปกติ



อาหารหลัก 5 หมู่

อาหารที่ร่างกายบริโภคเพื่อการดำรงชีวิตและมีประโยชน์ต่อร่างกาย แบ่งออกเป็น อาหารหลัก 5 หมู่ ดังนี้

  • อาหารหมู่ที่ 1 กลุ่มโปรตีน ได้แก่ อาหารจำพวก เนื้อ นม ไข่ ถั่วเมล็ดต่างๆ อาหารในหมู่นี้จะมีสารโปรตีนสูง เมื่อร่างกายย่อยแล้วจะให้สารอาหารประเภทโปรตีน ซึ่งให้ประโยชน์ต่อร่างกายในด้านการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยสร้างเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย ให้พลังงาน และช่วยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย ในแต่ละวันมนุษย์เราต้องการสารโปรตีนในปริมาณ 10 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม


  • อาหารหมู่ที่ 2 กลุ่มคาร์โบไฮเดรต ได้แก่ อาหารจำพวกแป้ง เผือก มัน น้ำตาล เป็นต้น อาหารหมู่นี้เมื่อร่างกายย่อยแล้วจะให้สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต และเปลี่ยนสารคาร์โบไฮเดรตให้เป็นพลังงานที่ใช้ทำกิจกรรมต่างๆ และให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย


  • อาหารหมู่ที่ 3 กลุ่มเกลือแร่หรือแร่ธาตุต่างๆ ได้แก่ อาหารจำพวกผักใบเขียว และพืชผักอื่นๆ แร่ธาตุเป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการและขาดไม่ได้ เพราะแร่ธาตุบางชนิดเป็นส่วนประกอบของอวัยวะและกล้ามเนื้อบางอย่าง เช่น กระดูก ฟัน เลือด บางชนิดเป็นส่วนของสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน เฮโมโกลบิน เอนไซม์ เป็นต้น นอกจากนี้ แร่ธาตุยังช่วยในการควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ของร่างกายให้ทำหน้าที่ปกติ เช่น ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท การแข็งตัวของเลือด ช่วยควบคุมสมดุลของน้ำในการไหลเวียนของของเหลวในร่างกาย ที่สำคัญช่วยให้ระบบการย่อยและการขับถ่ายเป็นปกติ

    อาหารในหมู่นี้มีในพืช ผัก ชนิดต่างๆ ทั้งผักใบเขียว และสีต่างๆ เช่น สีแดง สีเหลือง สีม่วง สีขาว เป็นต้น ซึ่งมีทั้งพืชผักที่เรารับประทาน ใบ ดอก ผล ลำต้น หัว หรือ รับประทานได้ทุกส่วน ซึ่งจะให้คุณค่าอาหารที่แตกต่างกัน เช่น ผักตำลึง ดอกแค ฟักทอง แครอท เป็นต้น

  • อาหารหมู่ที่ 4 กลุ่มวิตามิน ได้แก่ อาหารจำพวกผลไม้ต่างๆ อาหารหมู่นี้เมื่อร่างกายย่อยแล้วจะให้สารอาหารประเภทเกลือแร่และวิตามิน คล้ายกับอาหารหลักหมู่ที่ 3 ซึ่งให้ประโยชน์ต่อร่างกายในด้านบำรุงสุขภาพของผิวหนังให้สดชื่น บำรุงสุขภาพปาก เหงือก และฟัน ช่วยให้ระบบการย่อยและการขับถ่ายเป็นปกติ อาหารในหมู่นี้นอกจากจะให้วิตามิน เกลือแร่ แล้วยังให้กากใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่ายที่เป็นปกติ ทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ตามปกติ


  • อาหารหมู่ที่ 5 กลุ่มไขมัน ได้แก่ อาหารจำพวกไขมันจากพืชและสัตว์ เช่น นม เนย ชีส น้ำมันพืช น้ำมันหมู เป็นต้น เมื่อร่างกายได้รับไขมันที่กินเข้าไปแล้วจะเปลี่ยนให้เป็นพลังงาน ไขมันทำหน้าที่ให้ความอบอุ่นและเป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย ถ้าเรารับประทานแต่พอดี จะทำให้ระบบการทำงานภายในเป็นปกติ ไขมันยังช่วยปกป้องเซลล์และห่อหุ้มอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะจะห่อหุ้มเส้นประสาทช่วยในการป้องกันเส้นประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    นอกจากนี้ แล้วไขมันยังทำหน้าที่เป็นตัวทำละลายวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค ที่ร่างกายรับจากอาหาร ไขมันเป็นอาหารที่ย่อยยาก ร่างกายจะต้องใช้เวลาในการย่อยสลายนานกว่าอาหารกลุ่มอื่นๆ ร่างกายของมนุษย์เราต้องการไขมันวันละไม่มากในปริมาณที่แตกต่างกันไปตามวัย

วิตามิน


วิตามินเป็นอาหารที่ทำหน้าที่ช่วยเสริมสร้างความเจริญเติบโต สร้างภูมิต้านทานโรค ทำให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานปกติ

ประเภทของวิตามิน คือ

  1. วิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินบี และวิตามินซี


  2. วิตามินที่ละลายในน้ำมัน ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค

นอกจากนี้ ร่างกายยังต้องการวิตามินและเกลือแร่เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตอีกด้วย อาหารที่ให้วิตามิน มีดังนี้


  1. วิตามินเอ แหล่งอาหาร ข้าวโพด ไข่แดง ตับ นม เนย ผลไม้ โรคที่เกิดจากการขาดวิตามินเอ ได้แก่

    • โรคตาฟางในเวลากลางคืน


    • ร่างกายไม่เจริญเติบโตเต็มวัย

  2. วิตามินบี แหล่งอาหาร ข้าวซ้อมมือ ตับ ยีสต์ โรคที่เกิดจากการขาดวิตามินบี ได้แก่

    • โรคเหน็บชา


    • ประสาททำงานไม่ปกติ

  3. วิตามินซี แหล่งอาหาร ส้ม มะเขือเทศ กล้วย ฝรั่ง โรคที่เกิดจากการขาดวิตามินซี ได้แก่

    • เลือดออกตามไรฟัน


    • เหงือกบวม

  4. วิตามินดี แหล่งอาหาร ส้ม ไข่แดง น้ำมันตับปลา โรคที่เกิดจากการขาดวิตามินดี ได้แก่

    • ฟันผุ


    • กระดูกอ่อน

อาหารที่เหมาะสมกับร่างกาย

หมายถึง การกินอาหารประเภทต่างๆ ได้สัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย ซึ่งเราควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่กินได้หลากหลายไม่ซ้ำซาก เพื่อให้ได้สารอาหารต่างๆ ครบในปริมาณที่เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ร่างกายแข็งแรง



สารปรุงรสและสีในอาหาร

สารปรุงรสอาหารเป็นสารที่ช่วยเพิ่มรสชาติของอาหาร แต่ควรใช้ในปริมาณน้อย ถ้าใช้ในปริมาณมากอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ สารปรุงรสอาหารจะมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย

การซื้อสารปรุงรสอาหาร ควรเลือกซื้อชนิดที่มีฉลากกำกับ เพื่อจะได้ทราบส่วนประกอบที่สำคัญ ราคา ข้อมูลโภชนาการ ปริมาณสุทธิ วิธีใช้ สถานที่ผลิต บริษัทผู้จัดจำหน่าย วันที่ผลิต วันหมดอายุของผลิตภัณฑ์ และที่สำคัญจะต้องมีเครื่องหมายรับรองคุณภาพจาก อย. หรือ มอก.ด้วย


ภาพตัวอย่างเครื่องหมายรับรองคุณภาพ



    สารปรุงรสอาหารที่ควรระวัง

      น้ำส้มสายชู น้ำส้มสายชูเป็นสารสังเคราะห์ที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อใช้ปรุงแต่งอาหารให้มีรสเปรี้ยว นิยมนำมาใช้แทนมะนาว การตรวจสอบน้ำส้มสายชู มีขั้นตอน ดังนี้

      1. สังเกตพริกที่อยู่ในน้ำส้มสายชู ถ้าเปื่อยยุ่ยไม่ควรบริโภค


      2. นำใบผักชีแช่ในน้ำส้มสายชู 10 นาที ถ้าใบผักชีเปลี่ยนสี ขอบใบยุ่ยไม่ควรบริโภค


      3. ใช้เจนเชียนไวโอเลต (ยาม่วง) ทดสอบ ถ้าน้ำยาเปลี่ยนสีจากสีม่วงเป็นสีเขียว ไม่ควรบริโภค (แสดงว่า เป็นกรดอนินทรีย์หรือกรดแร่ กรดชนิดนี้ไม่นิยมรับประทาน เพราะฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อ)

      ผงชูรส ผงชูรสเป็นสารปรุงรสอาหารที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารที่เรากิน มีชื่อทางเคมีว่า "โมโนโซเดียมกลูตาเมต (MSG)" มีลักษณะเป็นผลึกแท่งยาวๆ คอดตรงกลางเล็กน้อยคล้ายแท่งกระดูก ใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ละลายน้ำได้ง่าย


      สรุปว่า ผงชูรสมีลักษณะเป็นแท่งยาวๆ คอดตรงกลางเล็กน้อยคล้ายแท่งกระดูก ใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น นำมาเผาจะไหม้เป็นสีดำ คือ "ผงชูรสแท้"




    สารแต่งสีอาหารที่ควรระวัง

      สารแต่งสีอาหารเป็นสารที่ช่วยเพิ่มสีสันอาหารให้น่ารับประทาน สีที่ใช้ผสมอาหารมีทั้งสีธรรมชาติจากพืชบางชนิด และสีสังเคราะห์สำหรับผสมอาหารเท่านั้น เช่น

      • สีเขียวจากใบเตย


      • สีแดงจากกระเจี๊ยบ


      • สีเหลืองจากขมิ้นหรือฟักทอง


      • สีน้ำเงินหรือสีม่วงจากดอกอัญชัน

      วัตถุดิบจากธรรมชาติที่ใช้ในการทำสีผสมอาหาร


      สีย้อมผ้า

      สีย้อมผ้าเป็นสีที่ราคาถูก ผู้ขายบางรายนำไปผสมอาหาร เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วร่างกายจะได้รับอันตรายจากสารพิษจำพวกตะกั่ว เมื่อสะสมในร่างกายมากๆ จะทำให้มีอาการเฉื่อยชา ซูบซีด มีอาการโลหิตจาง สติปัญญาเสื่อม อาจทำให้เป็นอัมพาตได้ รวมทั้งอาการท้องเดิน น้ำหนักลด อ่อนเพลีย และอาจเสียชีวิตได้


การเลือกซื้ออาหาร

  1. ควรเลือกซื้ออาหารที่มีสีไม่ฉูดฉาดมากเกินไป


  2. ควรเลือกซื้ออาหารที่ใส่สีธรรมชาติ




ที่มาข้อมูล : หนังสือแบบเรียนวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4 2544 กระทรวงศึกษาธิการ
คู่มือครูสาระการเรียนรู้พื้นฐาน ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 4 2544 กระทรวงศึกษาธิการ
จำนวนคนอ่าน 20064 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved