ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ข่าววิทยาศาสตร์
ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์
เรื่องน่ารู้
พจนานุกรม
นักวิทยาศาสตร์
คำถามวิทยาศาสตร์
สีสันวิทยาศาสตร์
การทดลองวิทยาศาสตร์
บทเรียน / แบบฝึกหัด
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 

หน้าแรก | มุมนักเรียน | หน้าแรกวิทยาศาสตร์ | บทเรียน | บทเรียน

บทเรียน
   

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 : ทรัพยากรของโลก
 
ระดับชั้น : ประถมต้น




ทรัพยากรของโลก

รอบๆ ตัวเรามีสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมากมาย เช่น ดิน หิน น้ำ อากาศ แร่ธาตุ พืช สัตว์ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้มนุษย์เราได้นำมาใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิต เราเรียกสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาตินี้ว่า ทรัพยากรธรรมชาติ


ประเภทของทรัพยากรธรรมชาติ

ในโลกนี้มีทรัพยากรธรรมชาติมากมายทั้งในอากาศ บนผิวโลก ใต้ผิวโลก มีสภาพทั้งของแข็ง ของเหลว ก๊าซ บางชนิดมีการเจริญเติบโตได้ บางชนิดไม่เติบโตแต่มีการเปลี่ยนแปลงได้ เช่น เกิดการผุพังสลายไป

นักอนุรักษ์วิทยาได้แบ่งประเภทของทรัพยากรธรรมชาติไว้ 3 ประเภทคือ

  1. ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วไม่หมดสิ้น หมายถึง ทรัพยากรที่มีอยู่มาก ใช้อย่างไรก็ไม่มีวันหมดสิ้น เพราะธรรมชาติจะผลิตทรัพยากรนี้ออกมาตลอดเวลา และมีปริมาณมาก อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันธรรมชาติได้ถูกทำลายลงอย่างมาก จึงทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้อาจเสื่อมคุณภาพลงได้ และเราสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้น้อยลง เช่น อากาศ แสง น้ำในลำน้ำ น้ำใต้ดิน น้ำขัง และน้ำในมหาสมุทร ฯลฯ


  2. ทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถสร้างทดแทนขึ้นใหม่ได้ หมายถึง ทรัพยากรธรรมชาติที่เมื่อนำมาใช้แล้ว สามารถสร้างทดแทนขึ้นในส่วนที่ใช้ไปได้ แต่ต้องใช้เวลานานพอสมควร ถ้ามีการดูแลรักษาและจัดการอย่างถูกวิธีก็จะทำให้ทรัพยากรชนิดนั้น มีคุณภาพและปริมาณอย่างเพียงพอที่จะทำให้มนุษย์สามารถนำไปใช้ได้ยาวนาน โดยไม่ต้องเดือดร้อน เช่น ป่าไม้ สัตว์ป่า ฯลฯ


  3. ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดไป หมายถึง ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด เมื่อใช้แล้วจะหมดสิ้นไป ไม่สามารถสร้างทดแทนใหม่ได้ หรืออาจต้องใช้ระยะเวลานานนับเป็นพันๆ ปี กว่าธรรมชาติจะสร้างขึ้นใหม่ได้ เช่น แร่ธาตุชนิดต่างๆ ถ่านหิน น้ำมันปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ ฯลฯ

ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น

เมื่อเราแยกแต่ละท้องถิ่น จะพบว่า ในแต่ละท้องถิ่นจะมีทรัพยากรธรรมชาติที่แตกต่างกันไป อันเนื่องมาจากลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศ มนุษย์จึงปรับตัวในการนำทรัพยากรธรรมชาติของท้องถิ่นตัวเองมาใช้แตกต่างกันไป เช่น บางท้องถิ่นมีดินอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำการเกษตร บางท้องถิ่นมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำประมง ดังนั้น ทรัพยากรธรรมชาติจึงมีส่วนสำคัญในการดำรงชีวิตของคนในท้องถิ่น

ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นที่ควรรู้จักมีดังนี้


ดิน

ดินเป็นทรัพยากรที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ดินเกิดจากการผุกร่อนของหินผสมกับแร่ธาตุต่างๆ ที่มาจากการเปลี่ยนแปลงและการสลายตัวของเปลือกโลก และยังผสมกับซากพืชซากสัตว์ที่เน่าเปื่อยผุพังทับถมกันเป็นชั้นๆ เป็นเวลานานนับล้านๆ ปี ดินแต่ละท้องถิ่นจะมีส่วนประกอบดังกล่าวในปริมาณที่แตกต่างกันไป ทำให้สีและเนื้อของดินแตกต่างกัน เราสามารถแบ่งชนิดของดินได้หลายแบบ อาจแบ่งตามลักษณะของเนื้อดิน หรือแบ่งตามลักษณะชั้นของดิน ฯลฯ

การแบ่งดินตามลักษณะของเนื้อดิน แบ่งได้เป็น 3 ชนิด ดังนี้

  1. ดินเหนียว มีลักษณะเนื้อดินแน่น ละเอียด อุ้มน้ำได้ดี มีสีเทาเกือบดำ เมื่อเปียกจะเหนียว แต่ถ้าแห้งจะแข็งมาก น้ำซึมผ่านได้ยาก ดินเหนียวจึงเหมาะแก่การปลูกพืชบางชนิดที่ต้องการอุ้มน้ำมากๆ เช่น ข้าวเหนียว ข้าวเจ้า ฯลฯ นอกจากนี้ ดินเหนียวยังเป็นดินที่นิยมใช้ในการปั้นเครื่องปั้นดินเผาและของใช้ต่างๆ เช่น จาน ชาม ไห โอ่ง หม้อ ตุ่ม กระถางต้นไม้ ฯลฯ



  2. ดินเหนียว


  3. ดินร่วน มีลักษณะเนื้อหยาบ สามารถมองเห็นเม็ดดินเล็กๆ เนื้อดินมีสีดำ เนื่องจากมีส่วนผสมของซากพืชซากสัตว์ที่เหมาะสม น้ำและอากาศแทรกซึมในดินได้มาก ดินอุ้มน้ำได้อย่างพอเหมาะ ดินจึงร่วนซุยเหมาะแก่การเพาะปลูกพืช



  4. ดินร่วน


  5. ดินทราย มีลักษณะของเม็ดหินเล็กๆ ผสมอยู่จำนวนมาก เนื้อดินหยาบและมีหินและทรายเป็นส่วนผสมมากกว่าซากพืชซากสัตว์ เนื้อดินไม่เกาะติดกัน น้ำและอากาศผ่านได้มาก ไม่อุ้มน้ำ จึงใช้ปลูกพืชได้บางชนิด เช่น มะพร้าว ฯลฯ ส่วนใหญ่มักใช้กับงานก่อสร้างต่างๆ

ดินทราย



การแบ่งตามลักษณะชั้นของดิน แบ่งได้ดังนี้


ชั้นของดิน


  • ดินชั้นบน เป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก เพราะมีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์มีอินทรียวัตถุมาก มีสีเข้ม เหมาะแก่การเจริญเติบโตของพืช เหมาะกับการเพาะปลูกพืชมากที่สุด


  • ดินชั้นล่าง เป็นดินที่อยู่ถัดจากดินชั้นบนลงไป มีลักษณะเหนียวแน่น แร่ธาตุอาหารน้อย มีสีจาง รากพืชหยั่งลงไปถึงยาก

นอกจากนี้แล้ว ส่วนประกอบของดินก็ถือเป็นส่วนสำคัญเช่นกัน ได้แก่

  1. หิน กรวด ทราย และแร่ธาตุๆ


  2. ซากพืช ซากสัตว์ รวมถึงสิ่งมีชีวิตเล็กๆ เช่น รา แบคทีเรีย ฯลฯ


  3. น้ำที่ปนอยู่ในดินมีปริมาณเท่าๆ กับอากาศ


  4. อากาศที่แทรกอยู่ระหว่างช่องดิน

น้ำ

น้ำเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีมากที่สุดในโลก บนผิวโลกประกอบด้วยพื้นน้ำ 3 ส่วน พื้นดิน 1 ส่วน น้ำเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิด หากสิ่งมีชีวิตขาดน้ำเป็นเวลานานจะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้


    แหล่งน้ำธรรมชาติ

    แหล่งน้ำธรรมชาติ หมายถึง แหล่งน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้

    1. แหล่งน้ำในบรรยากาศ เช่น ไอน้ำ เมฆ หมอก ฯลฯ


    2. แหล่งน้ำผิวดิน เช่น ทะเล ทะเลสาบ มหาสมุทร แม่น้ำ ลำคลอง น้ำตก ฯลฯ


    3. แหล่งน้ำใต้ดิน เป็นน้ำที่อยู่ลึกลงไปจากผิวดิน จะแทรกตัวอยู่ระหว่างชั้นดินและชั้นหิน น้ำที่อยู่ในชั้นดินจะเป็นน้ำที่อยู่ในระดับตื้นๆ ส่วนน้ำที่อยู่ในชั้นหินจะเป็นน้ำที่อยู่ในระดับลึก เรียกว่า "น้ำบาดาล"




    วัฏจักรของน้ำ

    การหมุนเวียนของน้ำจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เมื่อน้ำจากแหล่งต่างๆ ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ก็จะระเหยกลายเป็นไอลอยสูงขึ้นไปในอากาศ เมื่อไอน้ำกระทบกับความเย็นจะกลั่นตัวกลายเป็นละอองน้ำรวมตัวกันเป็นก้อนเมฆ และเมื่อก้อนเมฆกระทบกับความเย็นจะกลั่นตัวเป็นน้ำฝนตกลงมายังพื้นโลก ไหลมารวมกันเป็นแหล่งน้ำต่างๆ บางส่วนซึมสู่ป่าและพื้นที่ดิน แล้วไหลลงสู่แหล่งน้ำตามเดิม เมื่อแหล่งน้ำได้รับความร้อนก็จะระเหยเป็นไอน้ำอีก หมุนเวียนอย่างนี้ตลอดไป เราจึงเรียกการหมุนเวียนของน้ำนี้ว่า "วัฏจักรของน้ำ"




อากาศ

อากาศ คือ บรรยากาศที่ห่อหุ้มโลกโดยรอบ ประกอบด้วย ก๊าซไนโตรเจน ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซอื่นๆ อีกในปริมาณเล็กน้อย นอกจากนี้ ในอากาศยังมีไอน้ำ ฝุ่นละออง เป็นส่วนประกอบอีกด้วย ก๊าซออกซิเจนในอากาศคือก๊าซที่สิ่งมีชีวิตใช้ในการหายใจเพื่อการดำรงชีวิต ดังนั้น เราจึงต้องการอากาศที่บริสุทธิ์ในการหายใจ น้องๆ จะรู้สึกได้ว่า เมื่อเราไปสถานที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ เช่น ชายทะเล เชิงเขา ริมเขื่อน หรือทุ่งนา เราจะรู้สึกสดชื่นกว่าอยู่ในเมืองที่มีปริมาณรถยนต์หรือผู้คนที่แออัด




ป่าไม้

ป่าไม้ หมายถึง พื้นที่ที่มีต้นไม้หลายชนิดขนาดต่างๆ ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นเป็นจำนวนมาก มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์จะมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นแหล่งอาหาร เป็นที่อยู่อาศัยและเป็นที่หลบภัยของสัตว์ป่า ป่าไม้เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญเช่นเดียวกับดินและน้ำ และมีความสัมพันธ์กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน น้ำ และสัตว์ป่า ป่าไม้ยังช่วยรักษาสมดุลของธรรมชาติและให้ประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างมหาศาล




สัตว์ป่า

สัตว์ป่า หมายถึง สัตว์ทุกชนิดที่อาศัยอยู่ในป่าตามธรรมชาติ สัตว์ป่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติอย่างหนึ่งเป็นสัตว์ที่มนุษย์ไม่ได้เลี้ยงดูและมนุษย์ไม่ได้เป็นเจ้าของ สัตว์ป่ามีหลายชนิด เช่น ช้าง ลิง เสือ สิงโต หมี ฯลฯ ถ้าป่าไม้ที่ใดมีปริมาณสัตว์ป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แสดงว่า ป่านั้นมีความอุดมสมบูรณ์ โดยปกติสัตว์มักอาศัยอยู่ในป่าลึก เพราะมีแหล่งอาหารที่สมบูรณ์และสามารถเป็นแหล่งหลบภัยอันตรายได้อีกด้วย




แร่ธาตุ

แร่ธาตุเป็นทรัพยากรที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติประเภทใช้แล้วหมดไป แม้ว่าแร่ธาตุบางชนิดอาจจะนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น แร่โลหะต่างๆ แต่ก็ใช้ระยะเวลาในการเกิดทดแทนยาวนานมาก จึงถือว่าแร่ธาตุเป็นทรัพยากรธรรมชาติประเภทใช้แล้วหมดไป แร่ธาตุที่มนุษย์เรานำมาใช้ประโยชน์มีจำกัดอยู่เฉพาะบางพื้นที่เท่านั้น ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีปริมาณและคุณภาพของแร่ธาตุที่แตกต่างกันไป

แร่ธาตุเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิตของมนุษย์ แบ่งออกเป็น

  • แร่โลหะ เป็นแร่ที่มีความเหนียว เป็นตัวทนความร้อน และไฟฟ้าได้ดีหลอมตัวได้ และมีความทึบแสง เช่น แร่ดีบุก เหล็ก แมงกานีส ทองแดง ตะกั่ว อลูมิเนียม แมกนีเซียม ทองคำ เงิน วุลแฟรม ฯลฯ


  • แร่อโลหะ เป็นแร่ที่ไม่เป็นตัวนำความร้อนมีลักษณะโปร่งแสง เปราะแตกหักง่าย เช่น ฟลูออไรท์ ฟอสเฟส หิน ทราย เกลือ กำมะถัน โปแตสเซียม แคลเซียม ดินขาว ยิบซัม หินอ่อน ฯลฯ


  • แร่พลังงาน หรือ แร่เชื้อเพลิง เป็นแร่ที่สำคัญถูกนำมาใช้มากเกิดจากซากสิ่งมีชีวิตในอดีต เช่น ถ่านหิน น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ


  • แร่รัตนชาติ เป็นแร่ที่มีสมบัติพิเศษคือ มีความมันวาว สีสวยสดใส เมื่อนำไปเจียระไนแล้วจะทำให้มีความสวยงามและแวววาวมากขึ้น จึงนิยมนำไปทำเป็นเครื่องประดับราคาแพง เช่น เพชร พลอย มรกต ทับทิม บุษราคัม โกเมน ฯลฯ



  • แร่รัตนชาติ


  • แร่กัมมันตรังสี เป็นแร่ที่ให้สารกัมมันตรังสี ซึ่งสารกัมมันตรังสีนี้จะให้รังสีต่างๆ ที่นำไปใช้ในทางการแพทย์ การอุตสาหกรรม และด้านเกษตรกรรม เช่น ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์พืช หรือทำหมันแมลง ฯลฯ

คุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ

ทรัพยากรธรรมชาติเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อมนุษย์อย่างยิ่งทั้งทางตรงและทางอ้อม เนื่องจากมนุษย์ต้องอาศัยปัจจัยสี่ คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และที่อยู่อาศัย เป็นปัจจัยในการดำรงชีวิต และปัจจัยสี่นี้เองที่มนุษย์เราได้จากทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรที่มนุษย์สร้างขึ้น ดังนั้น มนุษย์จะต้องช่วยกันดูแลรักษาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างประหยัดและคุ้มค่า

คุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติแต่ละชนิดต่างก็มีคุณค่าและประโยชน์ที่แตกต่างกัน ดังนี้


ดิน

ดินมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสิ่งมีชีวิต มนุษย์ใช้ดินเป็นแหล่งเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และเป็นที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ มนุษย์ยังนำดินมาใช้ประโยชน์ทั้งในด้านอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ เช่น ใช้ทำภาชนะ เครื่องปั้นดินเผาต่างๆ ใช้ทำเหมืองแร่ ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ดินยังเป็นแหล่งกำเนิดของป่าไม้ที่เป็นส่วนสำคัญให้เกิดระบบความสัมพันธ์ที่เป็นลูกโซ่ของสิ่งมีชีวิตทั้งมวล จึงกล่าวได้ว่า ดินมีประโยชน์อย่างมากต่อสิ่งมีชีวิต เราจึงต้องช่วยกันรักษาผืนดินให้มีสภาพที่ดีให้ได้นานที่สุด


น้ำ

น้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในร่างกายของเรา นอกจากนี้ น้ำยังมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิด เพราะเป็นแหล่งกำเนิดของสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ ทั้งพืชและสัตว์ น้ำเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต มนุษย์เราใช้น้ำในการดื่ม กิน วันหนึ่งๆ เราควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว มนุษย์ยังใช้น้ำในการชำระร่างกาย ใช้ประกอบอาหาร ใช้ในการเพาะปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ น้ำยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์และพืชต่างๆ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา และสาหร่ายชนิดต่างๆ

ในทางอุตสาหกรรม น้ำมีความจำเป็นเพราะใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตและใช้ในการชำระล้าง น้ำยังใช้เป็นเส้นทางในการคมนาคม ขนส่งสินค้าต่างๆ

มนุษย์เรายังนำพลังงานน้ำมาใช้ในการผลิตไฟฟ้า และแหล่งน้ำยังเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ น้ำยังเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ เช่น ก๊าซธรรมชาติในทะเล และแหล่งเกลือแร่ ฯลฯ

ดังนั้น น้ำจึงมีประโยชน์ต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก เราจึงต้องช่วยกันดูแลรักษาแหล่งน้ำไม่ให้เกิดการเน่าเสีย


อากาศ

อากาศเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ทั้งพืชและสัตว์ใช้ก๊าซออกซิเจนในการหายใจ ส่วนพืชยังสามารถนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มนุษย์หายใจออกมาไปใช้ในการสังเคราะห์แสงเพื่อสร้างอาหาร ทำให้ระบบการหมุนเวียนสมดุล ถ้าไม่มีอากาศสิ่งมีชีวิตจะตายหมด อากาศจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต


ป่าไม้

ป่าไม้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า นอกจากนี้ ป่าไม้ยังเป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญๆ อีกมากมาย เช่น เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำ ช่วยซึมซับน้ำฝนลงสู่ดิน ซึ่งจะรวมกันเป็นแหล่งน้ำให้มีน้ำไหลได้ตลอดปี การที่ป่าไม้สามารถซับน้ำได้ ทำให้ป่าไม้ช่วยชะลอความรุนแรงของน้ำป่าที่ไหลหลากในฤดูฝน ป่าไม้ยังให้ความชุ่มชื้นและควบคุมสภาพอากาศ เพราะป่าไม้เป็นแหล่งที่ผลิตออกซิเจนให้กับมนุษย์ ป่าไม้ยังเป็นแหล่งของยาสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาโรค และบางส่วนสามารถนำมาทำเครื่องนุ่งห่มและทำของใช้ต่างๆ ได้ ป่าไม้ยังเป็นแหล่งอาหารของมนุษย์และสัตว์ และป่าไม้ยังเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจได้อีกด้วย

ดังนั้น เราควรช่วยกันรักษาป่าไม้ไว้ให้มีสภาพที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ควรตัดไม้ทำลายป่า เพราะป่าไม้สามารถช่วยรักษาความสมดุลของสิ่งมีชีวิตได้


สัตว์ป่า

สัตว์ป่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญอย่างหนึ่ง มนุษย์ได้นำสัตว์ป่าไปใช้ประโยชน์หลายอย่างด้วยกัน เช่น ใช้ช้างลากซุง ใช้ม้าลากรถ ฯลฯ นอกจากนี้ สัตว์ป่ายังช่วยให้ธรรมชาติสมบูรณ์อีกด้วย


ช้างลากซุง



แร่ธาตุ

แร่ธาตุเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิตของมนุษย์ เพราะมนุษย์สามารถนำแร่โลหะและแร่อโลหะไปใช้ในการผลิตสารตั้งต้นในทางอุตสาหกรรม และวัตถุต่างๆ เช่น แร่อะลูมิเนียม ใช้ทำเครื่องใช้ เครื่องครัวต่างๆ แร่เหล็ก ใช้ในการผลิตเหล็กเพื่อใช้ในการก่อสร้าง และผลิตของใช้ต่างๆ ฯลฯ

นอกจากนี้ แร่ธาตุยังแบ่งเป็นแร่ที่สำคัญๆ อีก คือ

แร่พลังงาน หรือ แร่เชื้อเพลิง ซึ่งเป็นแร่ที่สำคัญมากในปัจจุบัน เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ปิโตรเลียม ที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมเคมี พลาสติก ฯลฯ

ประเทศไทยมีแหล่งน้ำมันดิบหรือปิโตรเลียมที่สำคัญๆ หลายแห่งด้วยกัน เช่น ในอ่าวไทย แหล่งเอราวัณ แหล่งสตูล อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ แหล่งสิริกิติ์ จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุพรรณบุรี ฯลฯ

ส่วนแหล่งก๊าซธรรมชาติในประเทศไทยที่สำคัญๆ เช่น แหล่งก๊าซน้ำพอง อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น แหล่งก๊าซสินภูฮ่อม อำเภอหนองแสง จังหวัดอุดรธานี ฯลฯ


แหล่งพลังงานในทะเล


ในปัจจุบัน ประเทศไทยได้นำก๊าซธรรมชาติมาผลิตกระแสไฟฟ้าและใช้ในการหุงต้ม ดังนั้น ก๊าซธรรมชาติจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทำให้เกิดความสะดวกสบาย ช่วยให้ทำงานรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังส่งเสริมให้มีการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ เนื่องจากมีราคาถูกกว่าน้ำมัน และยังสามารถช่วยลดมลภาวะทางอากาศที่เกิดจากควันท่อไอเสีย


การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

น้องๆ จะเห็นได้ว่า จากการศึกษาเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้เราทราบได้ว่า ทรัพยากรธรรมชาตินั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์ พืช และสัตว์ อย่างมาก เราทราบแล้วว่า ทรัพยากรธรรมชาตินั้นใช้แล้วต้องหมดไปหรือเสื่อมโทรมจนไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีก ดังนั้น มนุษย์มีส่วนสำคัญอย่างมากที่ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเปลี่ยนแปลง เพราะเป็นผู้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติโดยตรง หากมนุษย์ไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ย่อมทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา

แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัด มีดังนี้


การอนุรักษ์ดิน

  1. ไม่ตักหน้าดินขาย


  2. ไม่เผาพืชคลุมดิน ไม่เผาตอซังข้าว เพราะทำให้หน้าดินระเหย ความสมบูรณ์ของแร่ธาตุในดินลดลง


  3. ปลูกพืชคลุมดิน เพื่อป้องกันการชะล้างของหน้าดิน


  4. ไม่ปลูกพืชชนิดเดียวกันซ้ำซากบนพื้นดินเดิม ควรปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อรักษาหน้าดินให้อุดมสมบูรณ์


  5. เพิ่มธาตุอาหารให้กับดินด้วยการปลูกพืชตระกูลถั่ว แล้วไถพรวนดินหรือไถกลบ


  6. ไม่ปล่อยให้น้ำเซาะดินพังทลาย


  7. เลือกใช้พื้นที่ของดินให้เหมาะสม เช่น พื้นที่ใดควรเลี้ยงสัตว์ พื้นที่ใดควรปลูกพืช


  8. ไม่ปล่อยของเสียและสิ่งสกปรกจากบ้านเรือน หรือสารเคมีจากโรงงานอุตสาหกรรม ลงสู่พื้นดิน เพราะจะทำให้ดินเสื่อมโทรมเพราะสารพิษตกค้าง

การอนุรักษ์น้ำ

  1. ไม่ทิ้งขยะ ไม่อุจจาระ ปัสสาวะ และของเสียต่างๆ ลงสู่แม่น้ำ ลำคลอง


  2. ไม่ทิ้งสารเคมีลงสู่แหล่งน้ำ เพราะทำให้สัตว์ที่อาศัยในน้ำตายได้ และน้ำจะกลายเป็นน้ำเสีย


  3. โรงงานอุตสาหกรรมควรมีเครื่องบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่แม่น้ำ


  4. ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและประหยัด ควรใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด


  5. นำน้ำที่ใช้แล้วภายในบ้านไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นต่อ เช่น นำน้ำล้างจานไปรดน้ำต้นไม้ หรือ นำน้ำซักผ้าใช้ถูบ้านต่อ ฯลฯ


  6. ไม่ตัดไม่ทำลายป่า เพราะป่าไม้เป็นแหล่งกำเนิดน้ำตามธรรมชาติ


  7. รู้จักประหยัดไฟ จะทำให้ประหยัดน้ำ เพราะไฟฟ้าส่วนหนึ่งผลิตจากกระแสน้ำ

แม่น้ำลำคลอง


การอนุรักษ์อากาศ

  1. ปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพราะต้นไม้ช่วยดูดซับอากาศที่เสียได้


  2. ใช้น้ำมันไร้สารตะกั่ว หรือใช้ก๊าซธรรมชาติแทนน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ


  3. ใช้ยานพาหนะที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเท่าที่จำเป็น


  4. ลดการเผาขยะประเภทพลาสติก เพราะทำให้เกิดควันพิษในอากาศ


  5. พื้นที่ใกล้เคียงโรงงานอุตสาหกรรม ควรปลูกต้นไม้ให้มากๆ เพื่อดูดซับอากาศที่เสีย

ป่าต้นน้ำ


การอนุรักษ์ป่าไม้

  1. ไม่ตัดไม้ทำลายป่า


  2. ไม่บุกรุกป่าไม้เพื่อทำพื้นที่เกษตร


  3. ป้องกันไฟป่าและแมลงที่ทำลายไม้


  4. หากจำเป็นต้องตัดไม้ ควรมีการปลูกป่าทดแทน


  5. ควรมีการลงโทษผู้ที่ทำลายและบุกรุกป่าอย่างจริงจัง


  6. ใช้วัสดุอื่นแทนไม้ (เพื่อลดการตัดไม้ทำลายป่า) ในการผลิตกระดาษด้วยการใช้วัสดุในท้องถิ่นมาผลิตกระดาษแทน เช่น เปลือกปอสา ใบอ้อย ใบสับปะรด ฯลฯ


  7. ปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนรักป่าไม้และเห็นความสำคัญของป่า

การอนุรักษ์แร่ธาตุและพลังงาน

  1. ควรการใช้แร่ธาตุอย่างประหยัดและลดการสูญเปล่า


  2. แร่บางชนิดที่ใช้ผลิตสิ่งของเครื่องใช้ สามารถหาแร่อื่นๆ มาใช้ทดแทนกันได้ เช่น การใช้อลูมิเนียมแทนเหล็ก ฯลฯ


  3. นำแร่ที่ใช้แล้วกลับมาใช้อีก เพื่อการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ควรมีการนำแร่ที่ใช้แล้วกลับมาใช้อีก เช่น ภาชนะเครื่องใช้ที่เป็นอลูมิเนียมบางอย่างที่หมดสภาพการใช้แล้วสามารถนำกลับมาหลอมใช้ใหม่ได้อีก


  4. ควรใช้น้ำมันและก๊าซธรรมชาติอย่างประหยัดและคุ้มค่า


  5. ไม่ควรเปิดไฟฟ้าทิ้งไว้


  6. รณรงค์ให้ประชาชนใช้รถจักรยานแทนรถยนต์หรือรถจักรยายนต์ เมื่อเดินทางในระยะใกล้ๆ เพราะนอกจากจะช่วยลดการใช้พลังงานแล้ว ยังช่วยลดมลพิษของอากาศอีกด้วย


ที่มาข้อมูล : หนังสือแบบเรียนวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 3 2544 กระทรวงศึกษาธิการ
คู่มือครูสาระการเรียนรู้พื้นฐาน ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 3 2544 กระทรวงศึกษาธิการ
จำนวนคนอ่าน 43521 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved