ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ข่าววิทยาศาสตร์
ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์
เรื่องน่ารู้
พจนานุกรม
นักวิทยาศาสตร์
คำถามวิทยาศาสตร์
สีสันวิทยาศาสตร์
การทดลองวิทยาศาสตร์
บทเรียน / แบบฝึกหัด
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 

หน้าแรก | มุมนักเรียน | หน้าแรกวิทยาศาสตร์ | บทเรียน | บทเรียน

บทเรียน
   

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 : ชีวิตพืช
 
ระดับชั้น : ประถมต้น

ชีวิตสัตว์ตัวเราสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราวัสดุรอบตัวเราแรงในธรรมชาติพลังงานดินดวงอาทิตย์




น้องๆ ได้เรียนมาในชั้น ป.1 แล้วว่า พืชประกอบด้วย รากและลำต้น เป็นหลัก ส่วนของลำต้นนั้น ยังประกอบด้วยใบ ดอก และผล ฯลฯ นอกจากนี้ เรายังจำแนกพืชได้จากแหล่งที่อยู่อาศัย ลักษณะรูปร่าง และอื่นๆ อีกมากมาย

พืช เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีส่วนประกอบที่แตกต่างจากคนและสัตว์ แล้วเรารู้ได้อย่างไรว่า พืชเป็นสิ่งมีชีวิต?

เรารู้ได้ว่า พืชเป็นสิ่งมีชีวิตเพราะพืชมีการเจริญเติบโต มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ สามารถแพร่พันธุ์ได้ และที่สำคัญพืชยังต้องการน้ำ อาหาร และอากาศที่ใช้ในการดำรงชีวิต การดำรงชีวิตของพืชย่อมแตกต่างกันตามขนาดและชนิดของพืช แต่ปัจจัยที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของพืชคล้ายกัน เรามาดูกันว่า อะไรที่เป็นปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของพืชบ้าง


ปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของพืช

  1. น้ำ เป็นปัจจัยหลักที่สำคัญต่อกระบวนการดำรงชีวิตของพืช เพราะน้ำช่วยละลายธาตุอาหารของพืชที่อยู่ในดิน ช่วยให้รากพืชสามารถดูดธาตุอาหารไปใช้ได้ และน้ำยังเป็นตัวกลางช่วยในการลำเลียงอาหารและแร่ธาตุไปใช้ในกระบวนการต่างๆ เพื่อการเจริญเติบโต น้ำยังทำให้ดินอ่อนนุ่มและร่วนซุย ช่วยรักษาอุณหภูมิของดินให้พอเหมาะไม่ร้อนจัดหรือเย็นจัดจนเกินไป ทำให้อินทรียวัตถุสลายตัวและเกื้อกูลจุลินทรีย์ในดินที่เป็นประโยชน์แก่พืชให้มีชีวิตอยู่ได้ ดังนั้น เราจึงจำเป็นจะต้องรดน้ำต้นพืชทุกวัน เพื่อพืชจะได้ดำรงชีวิตอยู่และเจริญเติบโตได้


  2. แสงแดด พืชต้องการแสงเพื่อช่วยในกระบวนการสร้างอาหารหรือที่เรียกว่า การสังเคราะห์แสง โดยมีน้ำ คลอโรฟิลล์ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ อาหารที่ได้จากการสังเคราะห์แสง คือ แป้ง และน้ำตาล อาหารเหล่านี้จะช่วยให้พืชเจริญเติบโตและดำรงชีวิตอยู่ได้


  3. อาหาร อาหารของพืช คือ แร่ธาตุที่อยู่ในดิน ได้จากซากพืชซากสัตว์ที่ตายแล้วสลายผสมอยู่ในดินชั้นบน เรียกว่า ฮิวมัส นอกจากนี้ แร่ธาตุยังหมายถึงปุ๋ยที่เราใส่ลงในดิน ปุ๋ยมีส่วนทำให้พืชเจริญเติบโตได้


  4. อากาศ พืชต้องการก๊าซออกซิเจนสำหรับหายใจ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับสร้างอาหาร พืชหายใจตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน


  5. ดิน เป็นส่วนที่อยู่อาศัยของพืช ดินมีส่วนสำคัญที่ทำให้รากยึดลำต้นได้ ดินแต่ละแห่งจะมีปุ๋ยและแร่ธาตุของพืชที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน พืชจะเจริญเติบโตได้ดี ถ้าปลูกในดินที่เหมาะสมกับพืชชนิดนั้นๆ


  6. อุณหภูมิ พืชต้องการอุณหภูมิของอากาศที่เหมาะสม เพื่อเป็นองค์ประกอบในการเจริญเติบโต พืชแต่ละชนิดมีความต้องการอุณหภูมิแตกต่างกันออกไป บางชนิดชอบอุณหภูมิสูง บางชนิดชอบอุณหภูมิต่ำๆ

ปัจจัยที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของพืช



ปัจจัยที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช

การเจริญเติบโตของพืช คือ การที่พืชมีลำต้นโตขึ้น แข็งแรงขึ้น บางชนิดสามารถออกดอกหรือออกผลได้เมื่อถึงอายุ พืชจะเติบโตได้นั้นต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญคือ น้ำ อากาศ แสงแดด แร่ธาตุ และอุณหภูมิที่เหมาะสม ดังนี้

  1. อากาศ พืชใช้ก๊าซออกซิเจนในการหายใจ และใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการสร้างอาหาร


  2. น้ำ ช่วยให้เปลือกเมล็ดอ่อนนุ่ม และช่วยละลายอาหารไปเลี้ยงต้นอ่อน น้ำเป็นตัวกลางในกระบวนการลำเลียงน้ำและแร่ธาตุ ใช้ในการสร้างอาหาร ช่วยลดอุณหภูมิภายในลำต้น


  3. แสงแดด พืชใช้แสงแดดในกระบวนการสร้างอาหารและสร้างคลอโรฟิลล์เก็บไว้ที่ใบสีเขียว


  4. อุณหภูมิที่พอเหมาะ คือ ไม่ร้อนเกินไป ไม่เย็นเกินไป จะช่วยในการงอกของเมล็ด และกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง


  5. แร่ธาตุ พืชใช้แร่ธาตุต่างๆ ช่วยในกระบวนการสร้างอาหาร แร่ธาตุเหล่านี้ได้แก่ แร่ธาตุธรรมชาติจากดิน หรือจากปุ๋ย


    ปุ๋ยเป็นธาตุอาหารที่พืชต้องการเพิ่มจากธาตุอาหารที่ได้จากดินตามธรรมชาติ ปุ๋ยมี 2 ประเภท คือ ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยวิทยาศาสตร์

      ปุ๋ยอินทรีย์ ได้จากการนำเศษอาหาร มูลสัตว์ ใบไม้กิ่งไม้ มาหมักทับถมกันจนเน่าเปื่อย เราเรียกว่า ปุ๋ยหมัก ส่วนปุ๋ยที่ได้มาจากมูลสัตว์ต่างๆ เรียกว่า ปุ๋ยคอก

      ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ คือ ปุ๋ยที่ได้จากการปรุงแต่งด้วยกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์ แร่ธาตุหลักที่พืชต้องการ ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และ โพแทสเซียม




การดูแลรักษาพืช

น้องๆ มีวิธีการดูแลรักษาพืชให้เจริญเติบโตและดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไร เรามาศึกษาวิธีการดูแลรักษาพืชให้เจริญเติบโตได้ดี ตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. รดน้ำทุกวัน การรดน้ำให้กับพืชต้องพอดีไม่มากเกินไป น้อยเกินไป การรดน้ำมากๆ อาจทำให้รากของพืชเน่าและตายได้ หรือถ้าขาดการรดน้ำหลายๆ วัน พืชจะเหี่ยวเฉาตายได้เช่นกัน


  2. พรวนดิน เพื่อให้ดินร่วนซุย น้ำจะได้ซึมผ่านได้ดี และอากาศถ่ายเทได้ดี จะทำให้รากพืชมีการเจริญเติบโตดี


  3. ให้พืชได้รับแสงแดดที่เพียงพอ เพราะพืชต้องการแสงแดดเพื่อใช้ในการสร้างอาหาร


  4. กำจัดศัตรูพืช เราต้องกำจัดศัตรูพืช เช่น พวกแมลง หนอน และวัชพืชต่างๆ เช่น หญ้า ออกจากบริเวณที่ปลูกพืช มิฉะนั้นจะทำให้วัชพืชแย่งอาหารได้


  5. ใส่ปุ๋ย การใส่ปุ๋ยเป็นการเพิ่มธาตุอาหารในดินให้พืช ทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น แต่ควรใส่แต่พอดี เป็นครั้งคราว ไม่ควรใส่ปุ๋ยทุกวัน


  6. รู้จักตัดแต่งกิ่งพืช เพื่อให้พืชเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์

การดูแลรักษาพืชทั้ง 6 ข้อนี้ เราเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การบำรุงรักษาพืช





การจำแนกพืช

ทำไมเราต้องจำแนกพืช เนื่องจากพืชมีหลายชนิด บางชนิดลำต้นไม่เหมือนกัน บางชนิดใบไม่เหมือนกัน บางชนิดมีดอกไม่เหมือนกัน ดังนั้น การจำแนกพืช จะช่วยให้เรารู้จักและจดจำพืชได้ง่ายขึ้น เราสามารถจำแนกชนิดของพืชได้หลายลักษณะ ดังต่อไปนี้

  • ใช้ลักษณะของใบเป็นเกณฑ์

    ใบกลม คือ ใบบัว ใบบัวบก ใบผักแว่น ฯลฯ

    ใบยาว คือ ใบมะพร้าว ใบไผ่ ใบอ้อย ฯลฯ



  • ใช้ลักษณะดอกเป็นเกณฑ์

    พืชมีดอก เช่น กุหลาบ ดาวเรือง ทานตะวัน ฯลฯ

    พืชไม่มีดอก เช่น สาหร่าย เฟิร์น ฯลฯ



  • ใช้ขนาดของลำต้นเป็นเกณฑ์

    พืชที่มีลำต้นขนาดใหญ่ เช่น มะม่วง มะขาม มะพร้าว ตาล ฯลฯ

    พืชที่มีลำต้นขนาดเล็ก เช่น กระเพรา พริก มะเขือ ดาวเรือง กุหลาบ ฯลฯ

การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช

พืชแต่ละชนิดมีลักษณะการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่มากระตุ้นแตกต่างกัน สิ่งเร้าที่พืชตอบสนอง ได้แก่ แสงแดด การสัมผัส

สิ่งเร้า หมายถึง ภาวะแวดล้อมที่มีผลต่อการตอบสนองของพืช และพืชสามารถปรับตัวให้สามารถดำรงอยู่ได้ สิ่งเร้าที่ทำให้สิ่งมีชีวิตมีความรู้สึกและตอบสนองมีหลายอย่าง เช่น ความชื้น ความร้อน แสงแดด การสัมผัส ฯลฯ เช่น การหุบใบของต้นไมยราบเมื่อถูกสัมผัส การหันเข้าหาแสงของดอกทานตะวัน

ประโยชน์ของการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของพืช คือ การตอบสนองต่อสิ่งเร้าจะมีผลทำให้พืชมีการเจริญเติบโต เช่น พืชหันเข้าหาแสงแดดเพื่อการปรุงอาหาร หรือการปรับตัวของพืชให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม เช่น ในที่แห้งแล้งพืชปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม โดยมีขี้ผึ้งเคลือบอยู่ที่ใบและลำต้นเพื่อกักเก็บน้ำให้มากที่สุด พืชที่ขึ้นในทะเลทรายจะมีลำต้นอวบและใบหนาเพื่อเก็บน้ำ ส่วนพืชที่อาศัยอยู่ในน้ำมักมีลำต้นที่อวบหรือมีส่วนที่ช่วยให้พืชลอยน้ำได้ เช่น ผักกะเฉด ฯลฯ


ประโยชน์และความสำคัญของพืช

พืช นับเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น นำมาเป็นอาหาร, ห่ออาหาร, ห่อของ, ใช้ทำยารักษาโรค, ใช้ทำเครื่องนุ่งห่ม, ใช้ประดับตกแต่ง รวมทั้งมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เป็นอย่างมาก นอกจากปัจจัยหลัก นำมาเป็นอาหาร, ยารักษาโรค, เครื่องนุ่งห่ม แล้ว บริเวณที่มีพืชปกคลุมหนาแน่นจะมีความชื้นมาก ทำให้มีฝนตก ช่วยกำจัดมลพิษในอากาศได้ นอกจากนี้แล้ว พืชยังนำมาสร้างที่อยู่อาศัย และใช้เป็นเชื้อเพลิงได้อีกด้วย

เนื่องจากพืชมีความสำคัญของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นเราควรช่วยกันรักษาพืชโดยการรักษาป่าไม้ที่เป็นแหล่งรวมพืชขนาดใหญ่ที่สุด ป่าไม้ยังเป็นแหล่งกำเนิดปัจจัยในการดำรงชีวิต 4 ประการ คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และที่อยู่อาศัย เราจึงควรช่วยกันดูแลรักษาต้นไม้และป่าไม้ไว้ให้มากที่สุดด้วยการช่วยกันทำดังนี้

  1. ไม่ตัดไม้ทำลายป่า


  2. ไม่ตัดไม้ที่ยังเติบโตไม่เต็มที่


  3. รู้จักปลูกป่าทดแทน


  4. ช่วยบำรุงรักษาพืชที่ปลูก และหมั่นขยายพันธุ์พืช


  5. การใช้ไม้อย่างประหยัด ใช้วัสดุอื่นแทนไม้ หรือการนำเศษไม้กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่

ดังนั้น เราสรุปได้ว่า

  1. พืชเป็นสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกันกับมนุษย์และสัตว์ จึงมีความต้องการน้ำ อากาศ อาหาร แสงแดด ใช้ในการดำรงชีวิต


  2. การดูแลรักษาพืช หรือการบำรุงรักษาพืช มีวิธีดูแลโดยรู้จักรดน้ำต้นไม้อย่างสม่ำเสมอ พรวนดิน กำจัดศัตรูพืชเป็นครั้งคราว ใส่ปุ๋ยเพิ่มธาตุอาหารในดินให้แก่พืช


  3. พืชที่อยู่รอบตัวเรา สามารถใช้เกณฑ์การแบ่งพืชได้หลายอย่าง เช่น แบ่งตามลักษณะของใบ แบ่งตามลักษณะของดอก หรือขนาดของพืช


  4. พืชมีการตอบสนองต่อสิ่งเร้า เช่น การหุบใบของต้นไมยราบเมื่อถูกสัมผัส การงอกของเมล็ดเมื่อได้รับความชื้น การเจริญเติบโตของต้นหรือกิ่งก้านและใบขึ้นสู่อากาศ การหันเข้าหาแสงแดดของดอกทานตะวัน


  5. พืชมีประโยชน์ต่อคนและสัตว์ คือ ใช้เป็นเป็นอาหาร ยารักษาโรค สร้างเป็นที่อยู่อาศัย ทำเครื่องนุ่งห่ม และของเล่นของใช้อื่นๆ อีกมากมาย




ที่มาข้อมูล : หนังสือแบบเรียนวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2 ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ 2544
คู่มือครูสาระการเรียนรู้พื้นฐาน ชั้นประถมศึกษา ปีที่ 2 ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ 2544
จำนวนคนอ่าน 45130 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved