บัตรทองเพิ่มสิทธิ์ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก นร.ทั่ว ปท.




สปสช.เตรียมบรรจุสิทธิ์ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกเต็มขั้นในปี 2560 นักเรียนชั้น ป.5 - 6 ครอบคลุมทั้งประเทศ

นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ รักษาการเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคนับเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ต้องดูแลให้ประชาชนเข้าถึงบริการอย่างครอบคลุม โดยเฉพาะการสนับสนุนวัคซีนพื้นฐาน ซึ่งได้ร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้หน่วยบริการสามารถจัดบริการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัยได้อย่างต่อเนื่อง อาทิ วัคซีนป้องกันวัณโรค วัคซีนป้องกันตับอักเสบบี วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน วัคซีนป้องกันโปลิโอ และวัคซีนป้องกันไข้สมองอักเสบ เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาช่วยลดอัตราการป่วยและเสียชีวิตของประชากรในประเทศลงได้

นพ.ประทีป กล่าวว่า เพื่อให้การป้องกันโรคโดยวัคซีนเป็นไปอย่างครอบคลุมมากที่สุด ในระยะ 3 - 4 ปีที่ผ่านมา สปสช.ร่วมกับกรมควบคุมโรคได้ติดตามความก้าวหน้าทางวัคซีน และรับข้อเสนอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงประสิทธิผลและความคุ้มค่าของวัคซีนใหม่ หรือที่ยังไม่มีใช้ในประเทศ เพื่อบรรจุในชุดสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยในปีงบประมาณ 2560 สปสช.ได้เตรียมการที่จะขยายสิทธิประโยชน์ด้านวัคซีนสำหรับเด็กเพิ่มเติม โดยวัคซีนที่อยู่ในแผนและหลายฝ่ายให้การสนับสนุนคือ "วัคซีนเอชพีวี" หรือ "วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก" ซึ่งคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคได้ให้ข้อมูลและแนะนำว่ามีประสิทธิผลในการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกได้ด้วยการฉีดวัคซีนเพียง 2 เข็ม จากเดิมที่ต้องฉีดถึง 3 เข็ม และให้ฉีดในเด็กนักเรียน ป.5 และ ป.6 ทำให้ทุ่นค่าใช้จ่ายลงได้

"ในปี 2558 กรมควบคุมโรคได้ดำเนินงานโครงการนำร่องการให้บริการวัคซีนป้องกันเอชพีวีในนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 5 จ.อยุธยา ซึ่งหาก สปสช.ดำเนินการทั้งประเทศ คาดว่าราคาวัคซีนดังกล่าวจะลงมาได้อีก ทำให้อยู่ในวิสัยที่จะของบประมาณสนับสนุนในปี 2560 ได้ สำหรับวัคซีนตัวอื่น เช่น วัคซีนฮิบ (HIB) ป้องกันโรคปอดอักเสบ และวัคซีนโรตา ป้องกันโรคอุจจาระร่วง เป็นต้น สปสช.อยู่ระหว่างการติดตามข้อมูลเพิ่มเติมอยู่" นพ.ประทีป กล่าว

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า สปสช.ไม่ได้เตรียมงบประมาณไว้ในปี 2559 เป็นเหตุให้ต้องเลื่อนโครงการนำร่องให้วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่จะขยายจาก 1 จังหวัดเป็น 10 จังหวัดนั้น นพ.ประทีปกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการขาดงบประมาณแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะโครงการนำร่องให้วัคซีนมะเร็งปากมดลูก 1 จังหวัดของกรมควบคุมโรคได้ให้ข้อมูลเพียงพอต่อการตัดสินใจแล้ว และหากจะขยายการนำร่องในจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเติมก็ไม่ได้ข้อมูลเพิ่มมากนัก ทั้งยังต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นอีก ทางกรมควบคุมโรคจึงเห็นว่าน่าจะคอยไว้ขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศในปี 2560 ตามแผนที่กำหนดไว้กับ สปสช.

"กรมควบคุมโรคและ สปสช.มีการทำงานร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดผ่านกลไกคณะทำงานประสานการจัดการวัคซีน โดยมีอธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นประธาน ส่งผลให้การทำงานด้านวัคซีนเป็นไปด้วยความราบรื่น ช่วยให้เด็กไทยได้เข้าถึงวัคซีนที่จำเป็น และไม่เจ็บป่วยด้วยโรคที่ป้องกันได้ ขณะเดียวกันก็ไม่เป็นภาระทางงบประมาณมากนัก" รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว


ที่มาข้อมูล : ไทยโพสต์
วันที่ 12 ตุลาคม 2558

    เรื่อง :
    เข้าชม : 68766
  • สนใจลงโฆษณาติดต่อ 0-629-1155