แผนที่อากาศ



แผนที่อากาศ

ทุกวันนี้มีสถานีตรวจอากาศอยู่ทั่วโลก ซึ่งสามารถตรวจวัดอุณหภูมิ ความดัน ปริมาณน้ำฝน ความเร็วและทิศทางลม และข้อมูลอื่นๆ ทุกๆ ชั่วโมงสถานีตรวจอากาศทั่วโลกจะเก็บข้อมูลของสภาพอากาศ ณ ตำแหน่งที่สถานีตรวจอากาศนั้นตั้งอยู่ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปยังศูนย์ข่าวอากาศระหว่างประเทศ นักอุตุนิยมวิทยาจะเพิ่มเติมข้อมูลจากเครื่องวิทยุหยั่งอากาศ บอลลูนตรวจอากาศ เราดาร์ตรวจอากาศ เรือตรวจอากาศ เครื่องบินตรวจอากาศ และดาวเทียมตรวจอากาศ เพื่อเขียนแผนที่อากาศ แผนที่จะระบุสภาพอากาศเหล่านี้เป็นแหล่งข้อมูลพื้นฐานที่นักอุตุนิยมวิทยาใช้พยากรณ์อากาศ

จากแผนที่อากาศจะทำให้เราทราบข้อมูลต่างๆ ดังนี้

รูปแสดงแผนที่อากาศหย่อมความกดอากาศ

  1. ตัวอักษร H แทนหย่อมความกดอากาศสูง หรือบริเวณที่มีความกดอากาศสูง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีความหนาแน่นของอากาศมาก และอากาศมีอุณหภูมิต่ำ


  2. ตัวอักษร L แทนความกดอากาศต่ำ หรือบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีอากาศเบาบาง และอากาศมีอุณหภูมิสูง


  3. เส้นแสดงความกดอากาศ คือเส้นที่ลาดผ่านบริเวณต่างๆ ที่มีค่าความกดอากาศเท่ากันในขณะที่มีการตรวจวัดสภาพอากาศนั้น จะมีลักษณะเป็นเส้นโค้งที่ลากขวางอยู่ในแผนที่อากาศ


  4. ทิศทางที่ลมพัด โดยลมจะพัดจากบริเวณที่มีความกดอากาศสูงเข้าสู่บริเวณที่มีความกดอากาศต่ำ
เมื่อนักอุตุนิยมวิทยาทราบสภาพอากาศปัจจุบัน ก็จะสามารถเตรียมการพยากรณ์อากาศในแต่ละวันได้ โดยนักอุตุนิยมวิทยาจะผสานข้อมูลของแผนที่พื้นผิว และแผนที่บรรยากาศเบื้องต้น ทั้งจากสถานีตรวจอากาศท้องถิ่นและสถานีตรวจอากาศกลาง ข้อมูลรูปร่างของเมฆจากดาวเทียม แผนที่จากเรดาร์ตรวจอากาศ และข้อมูลอื่นๆ