ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
หลักภาษาไทย
แบบทดสอบภาษาไทย
ร้อยแก้ว
ร้อยกรอง
วรรณคดีไทย
บทอาขยาน
คำสับสน
สำนวน / สุภาษิต
คำราชาศัพท์์์
คำย่อ
ภาษาไทยใกล้ตัว
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 

หน้าแรก | มุมนักเรียน | หน้าแรกภาษาไทย | แบบฝึกหัด

แบบฝึกหัด
   

แบบทดสอบ หลักภาษาไทย ชุดที่ 4
 
ระดับชั้น : มัธยมต้น

จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
 

1. ประโยคในข้อใดมีวิสามานยนาม
 ขนมทองม้วนทำยากมาก  
 สุนัขหลังอานมีราคาแพงมาก  
 ปากกาลูกลื่นด้ามนี้เขียนดีมาก  
 วิทยาลัยราชสุดามีบริเวณกว้างขวางมาก  

2. ประโยคในข้อใดมีคำนามต่างชนิดกับคำนามในข้ออื่น
   
 แสงทองทาบขอบฟ้ายามอรุณงดงามมาก  
 ดินสอดำใช้วาดภาพแรเงาของหญิงสาว  
 อาหารจานนี้มีรสชาติหลากหลายน่าลิ้มลอง  

3. ข้อใดใช้ลักษณะนามผิด
 งาช้างสามกิ่งได้มาจากช้างป่าสองตัว  
 แหสามปากวางทับอยู่บนเลื่อยสามปื้น  
 อ้อยลำนี้ตัดด้วยมีดเล่มใหญ่  
 ปี่สามเลาใช้บรรเลงพร้อมซอสามเครื่อง  

4. ประโยคใด ไม่มีอาการนามประกอบอยู่
 ข่าวการเมืองวันนี้ทุกคนต้องอ่านเป็นการบ้าน  
 รักดีต้องมีความเพียรจึงจะประสบความสำเร็จในชีวิต  
 ความเจริญทางวัตถุมีมาก บางครั้งความเสื่อมทางจิตใจก็ตามมา  
 วันนี้พระเทศน์เรื่องความเมตตา และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  

5. ประโยคใด ไม่ใช้สรรพนามเชื่อมประโยค
 เขาชอบหญิงสาวที่รู้จักเอาใจ  
 เธอไม่ใช่คนร่ำรวยแต่เธอเป็นคนดี  
 รถยนต์ที่มีควันซึ่งเป็นมลพิษจะถูกจับ  
 เกียรติยศอันสูงส่งมากจากความดีที่สร้างสม  

6. คำว่า "ใคร" ในข้อใดไม่ใช่คำสรรพนามที่ใช้ถาม
 ใครนำเขาออกไปจากโรงพยาบาล  
 ใครมาจากอาคารเรียนหลังใหญ่  
 ใครก็ไม่ต้องการพบเขาในสภาพนี้  
 ใครเขาชอบขนมจานนี้กันนะ  

7. คำสรรพนามในข้อใดไม่ได้จำแนกคำนามข้างหน้าเป็นส่วนๆ
 เด็กๆ ร้องเพลงและเล่นซ่อนหากัน  
 เด็กๆ บ้างซ้อมวิ่ง บ้างซ้อมว่ายน้ำ  
 เด็กๆ ต่างดายหญ้า ต่างกวาดขยะให้เรียบร้อย  
 เด็กๆ กันสุนัขให้ออกเป็นพวก เพื่อดูความแตกต่าง  

8. ข้อใดมีสรรพนามที่ไม่เจาะจง แต่ใช้ในความหมายทั่วไป
 เขาไม่ต้องการเข้าไปที่ไหนทั้งนั้น  
 เมื่อวานนี้เธอกลับบ้านพร้อมกับใคร  
 ในชีวิตของเขาต้องการแสวงหาอะไร  
 ผู้ใดทำให้ระบบข้อมูลในคอมพิวเตอร์แปรปรวน  

9. ข้อใด ไม่ได้ใช้คำสรรพนาม
 ปากกาด้ามนั้นวางอยู่บนมือเขา  
 อาหารทุกจานมีผักเป็นหลักใหญ่  
 นักฟุตบอลต่างทำสถิติที่น่าชื่นชม  
 ทุกคนที่เข้าไปในนั้นต่างสนใจเล่นแสงเสียง  

10. ข้อใดใช้คำสรรพนามมากชนิดที่สุด
 สิ่งใดที่คนต่างแย่งชิงกันเป็นเจ้าของ  
 บ้านนั้นมีใครบ้างอยากเข้าไปพักอาศัย  
 เขาไม่เล่นว่าวกันบนโน้นเพราะอะไร  
 ต้นไม้ริมทะเลฝั่งโน้นเฉาตายเป็นจำนวนมากแล้ว  

11. กริยาในข้อใดต้องการกรรมมารับทุกคำ
 แสวงหา ล้อเล่น คุ้มครอง  
 เห็นใจ ซักฟอก ทุจริต  
 ทวงถาม ขัดขวาง ปกป้อง  
 บุกรุก ฝึกหัด พักผ่อน  

12. กริยาในข้อใดต้องการส่วนเติมเต็ม
 เขาคล้ายเธอมากทีเดียว  
 เป็ดทุกตัวว่ายน้ำเก่งมาก  
 สายลมพัดมาจากหุบเขา  
 อาหารทุกจานน่ารับประทาน  

13. ข้อใดไม่มีคำช่วยกริยา
 เขาเคยยิงปืนลูกซองมาแล้ว  
 อากาศหนาวคงจะช่วยทำให้ดีขึ้น  
 เครื่องบินกำลังจะร่อนลงในไม่ช้า  
 ทุกชีวิตพึ่งพาน้ำในการดำรงชีวิตทั้งสิ้น  

14. ข้อใด ไม่มีคำวิเศษณ์
 ขนมจานนี้ทำจากแป้งสาลี  
 ผ้าผืนยาวพาดเป็นพรมประดับพื้น  
 การเดินเร็วๆ เป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง  
 รุ้งสีสวยพุ่งพาดสายทาบขอบฟ้างามจับตา  

15. ข้อใดมีคำวิเศษณ์บอกลักษณะอย่างเดียวกันทุกคำ
 อ่อน หนา เกลี้ยง เย็น เฉื่อย  
 เพราะ กลมกล่อม หวาน ขื่น กว้าง  
 กลม สี่เหลี่ยม แฟน นูน รี  
 ฉุน เหลือง เลว เข้มแข็ง บาง  

16. ข้อใดมีคำวิเศษณ์ชนิดเดียวกับคำว่า "ก่อน"
 พรุ่งนี้ฉันจะรีบเข้าห้องสมุด  
 คนมากจะทำให้สับสนวุ่นวาย  
 ภายในร้านอาหารทุกคนต่างคนต่างกิน  
 นักเรียนทั้งหมดต้องตั้งใจอ่านหนังสือ  

17. ข้อใดจัดเรียงลำดับคำที่ใช้เติมในช่องว่างของประโยคข้างล่างได้ถูกต้อง
นักข่าวอวยพร.....นายกรัฐมนตรีก่อนแถลงนโยบาย.....รัฐสภา.....ให้กำลังใจ
 แก่ กับ เพื่อ  
 แก่ ต่อ กับ  
 แด่ สู่ และ  
 แด่ ต่อ เพื่อ  

18. ข้อใดมีคำบุพบทน้อยที่สุด
 ปากกาของเขาใช้เขียนกับกระดาษบางๆ ได้ดี  
 เสื้อขนสัตว์ไม่เหมาะกับคนอยู่เมืองร้อนอย่างยิ่ง  
 น้ำบนโต๊ะมีไว้บริการลูกค้าที่มาติดต่อกับบริษัท  
 คนรับใช้ในบริษัทแห่งนี้บริการลูกค้าด้วยความเต็มใจยิ่ง  

19. คำสันธานในข้อใด ไม่ได้ใช้เชื่อมประโยคเพื่อแสดงเหตุและผล
 ทุกคนคิดว่าเขาทำผิดแต่ความจริงเป็นการเข้าใจผิด  
 ชายหนุ่มริอ่านเป็นนักเลงเพราะเขาต้องการปิดบังความอ่อนแอ  
 ดอกไม้ทุกดอกได้รับเลือกสรรเป็นอย่างดี จึงมีราคาสูงมาก  
 เขาขาดความเพียรในการทำงาน ดังนั้นเขาจึงขัดสนเงินในการใช้จ่าย  

20. "เขาและเธอตั้งใจเรียนมาก แต่ผลการสอบก็ยังไม่น่าพอใจ ดังนั้นเขาทั้งสองจึงต้องปรับปรุงการเรียนใหม่ เพื่ออนาคตของตนเอง" ประโยคข้างต้นคำใดมิได้เป็นคำสันธาน
 และ  
 แต่  
 เพื่อ  
 ดังนั้น...จึง  

21. ข้อใดอ่านถูกต้อง
 เสวก อ่านว่า สะ-เหวก  
 ปรัศจิม อ่านว่า ปัด-จิม  
 สมานฉันท์ อ่านว่า สะ-มา-นะ-ฉัน  
 ประกาศนียบัตร อ่านว่า ประ-กาด-สะ-นี-บัด  

22. ข้อใดอ่านผิด
 ขมีขมัน อ่านว่า ขะ-หมี-ขะ-หมัน  
 ขมุกขมัว อ่านว่า ขะ-หมุก-ขะ-หมัว  
 ขวนขวาย อ่านว่า ขะ-หวน-ขะ-หวาย  
 ขยุกขยิก อ่านว่า ขะ-หยุก-ขะ-หยิก  

23. คำในข้อใดอ่านอย่างอักษรนำทุกคำ
 สมัคร ขยาด ตวัด  
 ทแยง จรวด ถนอม  
 ปรวด พยาน ผงาด  
 อนาถ กบฏ ฉมวก  

24.
สิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบตัวเรา พืชที่อยู่รอบตัวเรา
สัตว์ที่อยู่รอบตัวเรา
เรารักของเล่นของใช้ แรงและการเคลื่อนที่ ดิน ท้องฟ้าแสนสวย




มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิต สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยอาหาร อากาศและน้ำ ร่างกายของมนุษย์เราประกอบด้วยอวัยวะต่างๆ มากมายทั้งภายในและภายนอกร่างกาย อวัยวะต่างๆ เหล่านี้ต่างทำหน้าที่แตกต่างกันไป แต่การทำหน้าที่ของอวัยวะเหล่านี้จะเกี่ยวข้องสอดคล้องกันเสมอทำให้มนุษย์เราสามารถดำรงชีวิตเป็นไปอย่างปกติ

ร่างกายของเราประกอบด้วยอวัยวะต่างๆ เช่น ตา หู จมูก ปาก มือ แขน ขาและเท้า ฯลฯ แต่ละส่วนจะทำหน้าที่แตกต่างกัน อวัยวะที่กล่าวมานี้มีหน้าที่และความสำคัญอย่างไร เรามีวิธีการดูแลรักษาอวัยวะเหล่านี้อย่างไรเพื่อให้ใช้งานได้นานๆ เราไปดูกันเลย




จากภาพด้านบนแสดงอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกาย และมีหน้าที่ดังนี้

  1. ศีรษะ เป็นอวัยวะส่วนที่อยู่บนสุดของร่างกาย ภายในศีรษะจะมีสมองที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ด้านหน้าของศีรษะประกอบไปด้วย คิ้ว ตา จมูก ปาก และคาง ด้านข้างจะเป็นตำแหน่งที่อยู่ของหู


  2. ผม ประกอบด้วยเส้นผมเล็กๆ มากมายนับไม่ถ้วน มีหน้าที่ปกคลุมศีรษะป้องกันความร้อนและความเย็นให้กับศีรษะ


  3. ตา เป็นอวัยวะที่อยู่บนใบหน้า ทำหน้าที่รับแสง โดยสัตว์แต่ละชนิดจะมีอวัยวะรับแสงที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ ตายังทำหน้าที่ช่วยในการมองเห็น หรือดูสิ่งต่างๆ ที่เปลือกตาจะมีขนตา ส่วนตาดำจะเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยให้เรามองเห็น โดยดวงตาของสัตว์ที่พัฒนาแล้ว มักจะมีเพียง 2 ดวง


  4. จมูก เป็นอวัยวะที่อยู่บนใบหน้า เป็นส่วนที่ยื่นออกมาจากตรงกึ่งกลางของใบหน้า รูปร่างของจมูกมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมพีระมิด ปลายจมูกจะมีรู 2 รู รูจมูกทำหน้าที่เป็นทางผ่านของอากาศที่หายใจเข้าไปยังช่องจมูกและกรองฝุ่นละอองด้วย

    จมูกมีหน้าที่ช่วยในการดมกลิ่นและหายใจ เราจะรับรู้กลิ่นต่างๆ ได้จากการสูดดมเข้าไปในจมูกพร้อมกับอากาศ เช่น กลิ่นของดอกไม้ น้ำหอม ฯลฯ ถ้าคนเราไม่มีจมูก จะไม่สามารถหายใจได้ หากเราไม่มีจมูกเราก็ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้


  5. หู เป็นอวัยวะที่อยู่ด้านข้างของใบหน้า มี 2 ข้าง หูเป็นอวัยวะของสัตว์ที่ใช้การดักคลื่นเสียง ทำให้เราได้ยินเสียงต่างๆ หน้าที่ของหูคือ ใช้ฟังเสียงและใช้ในการทรงตัวให้ยืนตรงอยู่ได้ สัตว์แต่ละประเภทจะมีตำแหน่งหูที่แตกต่างกันออกไป





  6. ปาก เป็นอวัยวะส่วนหน้า อยู่ใต้จมูก ภายในปากมีฟันและลิ้น ฟันทำหน้าที่บดเคี้ยวอาหาร ลิ้นเป็นอวัยวะรับรสอาหาร เมื่ออาหารเข้าไปสัมผัสกับลิ้น อาหารจะไปกระตุ้นระบบการรับรส จึงทำให้เรารับรู้ว่าอาหารที่กินเข้าไปนั้นมีรสหวาน เปรี้ยว เค็ม หรือขม หน้าที่ของปากคือใช้กินอาหารและดื่มน้ำ ปากเป็นจุดเริ่มต้นของระบบย่อยอาหาร


  7. ลำตัว เป็นส่วนที่อยู่ถัดลงมาจากศีรษะ ลำตัวนี้เป็นแกนหลักของร่างกาย มีกระดูกสันหลังช่วยพยุงให้ลำตัวตั้งตรง ระหว่างศีรษะกับลำตัวจะมีคอเป็นส่วนเชื่อมต่อ นอกจากนี้ ลำตัวยังประกอบด้วยส่วนสำคัญๆ คือ บ่า หน้าอก ท้อง และหลัง


  8. มือ เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายอยู่ต่อจากแขน มี 2 ข้าง มีหน้าที่หยิบ จับสิ่งของ เขียนหนังสือ และทำงานต่างๆ


  9. ผิวหนัง เป็นอวัยวะที่ห่อหุ้มร่างกาย ที่ผิวหนังมีประสาทรับความรู้สึก ทำให้ทราบลักษณะของสิ่งที่สัมผัสได้ เช่น ร้อน หนาว เจ็บ ฯลฯ นอกจากนี้ ผิวหนังยังทำหน้าที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ ช่วยป้องกันเชื้อโรค และยังช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย โดยผ่านต่อมเหงื่อที่ผิวหนัง


  10. เท้า เป็นส่วนที่อยู่ล่างสุดของร่างกาย มี 2 ข้าง เท้าเป็นส่วนที่ใช้รับน้ำหนักตัวเรา มีหน้าที่ไว้สำหรับเดิน วิ่ง หรือยืน


การดูแลรักษาอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย

อวัยวะต่างๆ ของร่างกายมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต เราจึงต้องดูแลรักษาอวัยวะต่างๆ เพื่อจะทำให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดี สมบูรณ์และแข็งแรงอยู่เสมอ


การรักษาความสะอาดและป้องกันอันตรายที่เกิดกับอวัยวะต่างๆ


การรักษาความสะอาดของตา

ใช้น้ำยาล้างตา หรือล้างตาด้วยน้ำสะอาดทุกครั้งที่มีผงหรือฝุ่นละอองเข้าตา





การป้องกันอันตรายที่เกิดแก่ตา

  1. ไม่ขยี้ตาด้วยมือที่สกปรก


  2. อย่าให้ของแข็งหรือของมีคมเข้าตาหรือกระทบตา


  3. ไม่มองแสงที่จ้าเกินไป เช่น มองดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่า


  4. ไม่อ่านหนังสือบนรถขณะที่รถวิ่ง


  5. อ่าน หรือเขียนหนังสือในที่ที่มีแสงสว่างอย่างเพียงพอ


  6. ไม่ควรใช้สายตาติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ควรพักสายตาบ้าง


  7. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสายตา เช่น ผักผลไม้หลากสี



การรักษาความสะอาดของหู

จะต้องให้ผ้าหรือลำสีเช็ดหู ตามซอกหูและใบหูให้สะอาดอยู่เสมอ





การป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดกับหู

  1. ไม่ให้ของแข็งหรือใช้ของแข็งแคะหู


  2. ขี้หูเป็นสารธรรมชาติที่ร่างกายสร้างขึ้น เพื่อหล่อเลี้ยงให้หูชั้นนอกชุ่มชื้น และป้องกันการติดเชื้อจากแบคทีเรีย และป้องกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในช่องหู โดยธรรมชาติขี้หูจะถูกขับออกมาเองจากช่องหู ไม่จำเป็นต้องแคะหู


  3. ควรระมัดระวังอย่าให้เกิดอันตรายหรืออุบัติเหตุกับหู


  4. ระวังอย่าให้แมลงเข้าหู


  5. ระวังอย่าให้น้ำเข้าหู เพราะจะทำให้เป็นหูน้ำหนวก


  6. ไม่อยู่หรือหลีกเลี่ยงจากบริเวณที่มีเสียงดังมากเกินไป


  7. ถ้าเกิดโรคเกี่ยวกับหู หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในหู ควรไปหาหมอทันที




การรักษาความสะอาดของจมูก

เราจะทำความสะอาดจมูกโดยใช้ผ้าหรือสำลีชุบน้ำอุ่น หรือน้ำสะอาดบิดผ้าให้หมาดๆ เช็ดในรูจมูกเบาๆ เพื่อไม่ให้ฝุ่นละอองเกาะขนจมูกหรือน้ำมูกแห้งติดรูจมูก





การป้องกันอันตรายที่เกิดแก่จมูก

  1. ไม่สั่งน้ำมูกแรงๆ


  2. ไม่ใช้ของแข็งแคะจมูกหรือแหย่เข้าไปในรูจมูก


  3. อย่าให้จมูกกระทบกระแทกกับของแข็ง


  4. ไม่ถอนขนจมูก เพราะขนจมูกมีหน้าที่ป้องกันฝุ่นละอองต่างๆ ที่จะเข้าไปในจมูก


  5. หลีกเลี่ยงการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แออัด มีฝุ่นละออง ควัน สารเคมี มลพิษ กลิ่นฉุนหรือแรง


  6. เมื่อมีโรคหรืออาการผิดปกติเกี่ยวกับจมูกควรปรึกษาแพทย์




การดูแลรักษามือ

มือ เป็นอวัยวะที่หยิบจับสิ่งของต่างๆ อยู่เป็นประจำ จึงทำให้มือสกปรก และอาจมีเชื้อโรคติดอยู่ที่มือและเล็บ ดังนั้น ภายหลังการทำงาน หรือเข้าห้องน้ำ และก่อนรับประทานอาหารทุกครั้งควรล้างมือให้สะอาด แล้วเช็ดให้แห้ง





การดูแลรักษาเล็บ

เล็บ ต้องตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ ถ้าปล่อยให้เล็บมือเล็บเท้ายาวจะเป็นที่อยู่อาศัยของเชื้อโรค เพราะเชื้อโรคต่างๆ จะอาศัยอยู่ตามซอกเล็บมือเล็บเท้า เราสามารถทำความสะอาดเล็บมือเล็บเท้าได้ด้วยการแปรงขนนุ่ม กับสบู่อ่อนๆ ถูเบาๆ บริเวณเล็บมือเล็บเท้าเพื่อล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่กับเล็บ



การดูแลรักษาเท้า

เท้า เป็นอวัยวะที่ใช้เดินและวิ่ง พยายามหรือหลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าในบริเวณที่สกปรก เพราะอาจจะทำให้เราติดเชื้อโรคได้ ดังนั้น เราต้องล้างเท้าและทำความสะอาดเท้าอยู่เสมอ เมื่อล้างแล้วต้องเช็ดเท้าให้แห้ง เวลาออกนอกบ้านต้องสวมรองเท้าเสมอ



การดูแลรักษาผิวหนัง

ผิวหนัง เราควรทำความสะอาดผิวหนังหรือร่างกายอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ตื่นนอนตอนเช้า และตอนเย็น เช็ดตัวให้แห้งหลังอาบน้ำ และสวมเสื้อผ้าที่สะอาด ระวังอย่าให้ผิวหนังโดนแดดที่ร้อนจัด และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์




การดูแลรักษาผม

ผม เราต้องทำความสะอาดผมอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง แล้วเช็ดผมให้แห้งหลังการสระผมทุกครั้ง เพราะถ้าผมสกปรกจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค เด็กๆ ควรตัดผมสั้น เพราะจะได้ทำความสะอาดง่าย



นอกจากนี้แล้วน้องๆ ควรจะไม่ลืมรักษาความสะอาดของปากและฟันด้วย


การดูแลรักษาปากและฟัน

  1. แปรงฟันอย่างถูกวิธี ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือ ตอนเช้าและก่อนเข้านอน


  2. ไม่ใช้ปากเปิดหรือแทะสิ่งของ เพราะจะทำให้ฟันหักหรือบิ่นได้


  3. การเคี้ยวผักสดหรือผลไม้อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้สุขภาพเหงือกและฟันแข็งแรง


  4. ถ้ามีเศษอาหารติดตามซอกฟัน ควรใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาด


  5. ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อปากและฟัน เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์


  6. ควรพบหมอฟัน หรือตรวจสุขภาพฟันทุกๆ 6 เดือน






 ขนาบ กษาปณ์ สรวล  
 จลาจล ตรลบ มกราคม  
 ทรราช ผยอง พธู  
 ปรอท ยถากรรม อรนุช  

25. "ฑ" ในข้อใดออกเสียงเป็น "ด"
 มณฑล  
 มณฑป  
 มณฑก  
 มณฑา  

26. คำในข้อใดอ่านออกเสียงพยัญชนะต้นสองตัว (พยัญชนะควบกล้ำ) ทุกคำ
 เผลอ แปรง บวร  
 ครุ จริต ฉลาก  
 ตลบ ท่วงท่า มวย  
 กรน ขลัง ครุฑ  

27. คำในข้อใดออกเสียง "อะ" ระหว่างคำทุกคำ
 ทาสกรรมกร นามธรรม ชลประทาน  
 กลอุบาย มรณบัตร พลการ  
 มูลนิธิ ดาษดื่น ปรัชญา  
 ศีลธรรม อภัยโทษ คุณโทษ  

28. คำพ้องเสียงในข้อใดอ่านผิด
 ชาวนาตัดต้นโสน (สะ-โหนฺ)  
 ในสระมีจอกแหน (น ออกเสียงพยัญชนะต้น)  
 ลมหนาวพัดมาเพลาเย็น (เพ-ลา)  
 เงินภาษาเขมรเรียกว่า ปรัก (ปะ-หรัก)  

29. คำในข้อใด ไม่ใช่คำสมาสแต่อ่านอย่างคำสมาสทุกคำ
 เทพเจ้า กรมวัง พลความ  
 อุดมคติ สารคดี ราชวัง  
 โจรกรรม นาฏศิลป์ อาชีววิทยา  
 อุบัติเหตุ ประวัติการณ์ อดีตกาล  

30. คำในข้อใดเป็นคำไทยที่ออกเสียง อะ ระหว่างคำทุกคำ
 ปัจนึก สัปหงก คุณวุฒิ  
 ชุกชี จักจั่น ตุ๊กตา  
 เทศกาล แชล่ม ลักเพศ  
 ชักเย่อ ยมบาล ตรัสรู้  

31. คำในข้อใดอ่านเรียงพยางค์ทุกคำ
 กุลีกุจอ กาฬโรค คุณพิเศษ  
 อรหัตผล จตุรงคสันนิบาต สัตบุรุษ  
 บุรพบท ทัศนา สัปดาห์  
 กรณี คีตกวี เถรสมาคม  

32. คำในข้อใดมีวิธีอ่านออกเสียงคำต่างจากคำอื่น
 จิตศาสตร์  
 ภูมิลำเนา  
 วัฒนธรรม  
 ประเทศราช  

33. หนังสือราชการเลขที่ ศธ ๗๓๒๑/๑๒๑ อ่านว่าอย่างไร
 สอ-ทอ เจ็ดพันสามร้อยยี่สิบเอ็ดทับหนึ่งสองหนึ่ง  
 สอ-ทอ เจ็ดพันสามร้อยยี่สิบเอ็ดทับหนึ่งร้อยยี่สิบเอ็ด  
 สอ-ทอ เจ็ดสามสองหนึ่งทับหนึ่งร้อยยี่สิบเอ็ด  
 สอ-ทอ เจ็ดสามสองหนึ่งทับหนึ่งสองหนึ่ง  

34. คำในข้อใดเป็นภาษาต่างประเทศแต่อ่านอย่างอักษรนำในพยางค์สุดท้ายทุกคำ
 อารักขา กัลยา ภัสดา  
 จัตวา ดุษฎี วาสนา  
 ริษยา ปรารถนา ศาสนา  
 อัศวิน ศิลปิน กฤษณา  

35. คำในข้อใดตัวพยัญชนะ ร ไม่ออกเสียงทุกคำ
 ทรุดโทรม กรวย ตรง  
 ทรวง สรวล อินทรี  
 จริง ไทร ปราบ  
 ทรัพย์ พุทรา ราง  

36. คำในข้อใดเป็นคำไทยแต่อ่านออกเสียงอย่างคำสมาสทุกคำ
 สีกรมท่า ผลไม้ ทุนทรัพย์  
 อุทกภัย ราชการ สัจธรรม  
 สัปเหร่อ ผลิตผล ธนบัตร  
 เกษตรกรรม กรรมการ พุทธศิลป์  

37. พจนานุกรมส่วนใหญ่ไม่ได้บอกสิ่งใด
 คำอ่าน  
 ความหมาย  
 ที่มาของคำ  
 วิธีสร้างคำ  

38. พจนานุกรมบอกรูปคำเดิมของคำนั้นพร้อมชื่อภาษาในเครื่องหมายใด
 "     "  
 [     ]  
 (     )  
 {     }  

39. อักษรย่อในข้อใดเป็นทั้งอักษรย่อบอกชนิดของคำและเป็นอักษรย่อบอกภาษาเดิมของคำ
 ส., อ., บ.  
 ป., ข., ม.  
 น., ญ., ว.  
 จ., นิ., ฝ.  

40. คำในข้อใดเป็นภาษาปากทุกคำ
 กระหัด เจ๊ง ทะแม่ง  
 นะ ประท้วง โป๊  
 เมื่อย โล้เล้ วอกแวก  
 สมี อ้อน อีลุ่ยฉุยแฉก  

41. หากพบข้อความและเครื่องหมาย (แบบ) จะไม่พบข้อความและเครื่องหมายใด
 (ราชา)  
 [คำอ่าน]  
 (ส.)  
 ว.  

42. ข้อใดเรียงลำดับคำก่อนหลังตามพจนานุกรมได้ถูกต้อง
 กันลอง กันลึง กันยา  
 ขอบข่าย ขอบเขต ขอบคุณ  
 เจือสม เจียร เจียร  
 เตอะ เตลิด เตว็ด  

43. ข้อใดเรียงลำดับคำก่อนหลังตามพจนานุกรมผิด
 ทุเลา ทุศีล ทูต  
 นางรม นางเล็ด นางเลิ้ง  
 พาย พ่าย พ่าน  
 เยี่ยง เยียน เยียบ  

44. คำในข้อใดเรียงลำดับตามพจนานุกรมมาเป็นอันดับแรก
 เฟื้อง  
 เฟือย  
 เฟื่อง  
 แฟง  

45. คำในข้อใดเรียงลำดับตามพจนานุกรมมาเป็นอันดับสอง
 ทรหด  
 ทรัพย์  
 ทราย  
 ทรุด  

46. คำในข้อใดเรียงลำดับคำตามพจนานุกรมมาเป็นอันดับสาม
 ดรรชนี  
 ดั่งเดิม  
 ดรุณี  
 ดัสกร  

47. คำในข้อใดเรียงลำดับตามพจนานุกรมเป็นอันดับสุดท้าย
 ข้างขึ้น  
 ข่าว  
 ข้าศึก  
 ขึ้นฉ่าย  

48. อักษรย่อว่า (สำ) ในพจนานุกรมใช้ตามหลังข้อความในข้อใด
 บอกกล่าว  
 บอกวัตร  
 บอกยี่ห้อ  
 บอกเล่าเก้าสิบ  

49. ข้อใดไม่ใช่ (กฎ) ตามพจนานุกรม
 สิทธิครอบครอง  
 ภาระจำยอม  
 บุริมสิทธิ  
 ฝ่ายเป็นกลาง  

50. คำในข้อใดมาจากภาษาเดียวกันทุกคำ
 คุณ ตาฬ นวกะ  
 ประเจิด กรีฑา กิริณี  
 เชษฐา ท่อ บริภาษ  
 ปลัก ภุชงค์ เสน่ง  
 
           
 
 
 
 
จำนวนคนอ่าน 10089 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved