ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ฟิสิกส์
เคมี
ชีววิทยา
บทเรียนชีววิทยา
สิ่งมีชีวิต
ศัพท์ชีววิทยา
แบบฝึกหัดชีววิทยา
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 

หน้าแรก | มุมนักเรียน | หน้าแรกฟิสิกส์-เคมี-ชีวะ | หน้าแรกชีววิทยา | สิ่งมีชีวิต

สิ่งมีชีวิต
   

พลับพลึงขาว
 
Division : Magnoliophyta

รูปประกอบ :

คลิกเพื่อดูภาพเพิ่มเติม


ชื่อสามัญ :
Poison bulb, Spider Lily

ชื่ออื่นๆ : ลิลัว วิรงรอง

ชื่อวิทยาศาสตร์ :
Crinum asiaticum L.

Class :
Liliopsida

Order :
Liliales

Family :
Liliaceae

ประโยชน์ :
ต้น ปลูกเป็นไม้ประดับ
ใบ มีรสเอียน ต้มน้ำดื่ม ทำให้อาเจียน หรือย่างไฟนำมาประคบแก้ฟกซ้ำดำเขียวเคล็ดขัดยอก
เมล็ด มีรสเฝื่อน ขับปัสสาวะ บำรุงร่างกาย ระบายท้อง แก้น้ำดีพิการ
ราก มีรสเฝื่อน เคี้ยวกลืนน้ำกินทำให้อาเจียน ตำพอกบาดแผล


ลักษณะทั่วไป :
ลำต้น
เป็นพืชล้มลุก อายุหลายปี มีหัวฝังอยู่ใต้ดิน แตกหน่อออกเป็นกอจำนวนมาก ส่วนเหนือดินประกอบด้วยกาบใบหุ้มซ้อนกันเป็นชั้น สูงประมาณ 1 เมตร
ใบ
ใบเป็นรูปแถบเรียวยาว ออกเดี่ยวๆ เรียงซ้อนกันสลับเป็นวง แผ่นใบสีเขียวเข้ม หนา อวบน้ำ ยาว 1 เมตร กว้าง 7-15 เซนติเมตร
ดอก
ดอกออกเป็นช่อขนาดใหญ่ แทงออกมาจากกลุ่มใบตอนปลาย มีดอกย่อยเป็นกระจุก 12-40 ดอก กลีบดอกสีขาว โคนกลีบเชื่อมกันเป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็น 6 กลีบ มีเกสรยาวสีแดง ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ก้านช่อดอกอวบใหญ่ ออกดอกตลอดปี
ผล
ผลสีเขียวเข้ม ค่อนข้างกลม อยู่รวมกันเป็นกระจุก
นิเวศวิทยา
มีถิ่นกำเนิดในเอเชียเตร้อน เช่น ประเทศอินเดียและมาเลเซีย รวมถึงหมู่เกาะโพลีนีเซียและออสเตรเลีย ในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาค แต่จะไม่พบ บนภูเขาสูงที่มีอากาศหนาวเย็น สภาพนิเวศที่พบ คือ ตามป่าเบญจพรรณและป่าผลัดใบ


ข้อมูลเพิ่มเติม : ใบและหัวใต้ดินของพลับพลึงขาวมีสารกลุ่มอัลคาลอยด์ชื่อ lycorine ซึ่งมีฤทธิ์ต้านไวรัสซึ่งเป็นสาเหตุของโรคโปลิโอและหัด แต่ทุกส่วนของพลับพลึงขาว (ยกเว้นส่วนหัว) มีพิษ ถ้ากินเข้าไปจะทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย
จำนวนคนอ่าน 887 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved