ปวดใจวัยเรียน EP.2 เปิดข้อสอบสตั๊น 3 วิ! ทำไมเรียนเบสิก แต่ข้อสอบวิกฤติโคตรยาก?



"คุณครูบางประเภทสอนในห้องเรียนเข้าใจ รู้เรื่องดี ส่วนครูบางคนสอนไม่รู้เรื่องเลย แต่ไม่ว่าจะเป็นครูประเภทไหนก็ตาม พอถึงเวลาสอบ ครูส่วนใหญ่มักจะออกข้อสอบยากกว่าที่เรียนกันในห้องเสมอ" นายศิลา ทองเทพ นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม แสดงทรรศนะต่อการเรียนการสอบของครูในปัจจุบัน




น.ส.กาญจนา ช่างพินิจ นิสิตปี 1 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะผู้มีประสบการณ์สอบข้อสอบ GAT-PAT เปิดใจว่า "ข้อสอบ GAT, PAT, O-NET ออกตรงกับเนื้อหาในวิชาที่เรียนใน ม.4-ม.6 แต่ข้อสอบยากและลึกมากกว่าเนื้อหาที่เรียน โดยเฉพาะ PAT วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ตอนเรียนไม่ได้เรียนลึกขนาดนี้ เนื้อหาในหนังสือและที่คุณครูสอนในห้องสามารถทำได้ไม่ยาก แต่พอมาสอบ เจอข้อสอบ PAT โจทย์ถามในเชิงลึกและยากกว่า ทำให้รู้สึกว่าข้อสอบโหดมาก"

คุณเคยเป็นอย่างเราบ้างไหม ตอนช่วงสอบทีไรเป็นแบบนี้ทุกที...ยามมีการเรียนการสอน ครูผู้สอนมักสอนเรื่องราวทั่วไป ไม่ซับซ้อน สามารถเข้าใจได้โดยง่าย แต่พอเปิดโจทย์ข้อสอบเท่านั้นแหละ นักเรียนอย่างเราๆ กลับพบเจอกับข้อสอบวกวนชวนเวียนหัว ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ เสาะหาคำตอบ ตีโจทย์คาใจของปัญหาดังกล่าว พร้อมยกตัวอย่างข้อสอบสุดมึนจนเป็นที่กล่าวขาน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะวัยเรียน หรือวัยร้างเรียน ไม่ควรพลาดรายงานพิเศษชิ้นนี้ด้วยประการทั้งปวง...

โอละพ่อสุดงงงวย! รวมข้อสอบชวนมึน เป็นที่พูดถึงไม่รู้ลืม

เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า บางครั้งข้อสอบบางข้อ ทำให้เราต้องอ่านแล้วอ่านอีก ช้อยส์นั้นก็ถูก ช้อยส์นี้ก็ใช่ เลือกแบบไหนดี รักพี่เสียดายน้อง ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยทีมข่าวคัดกรอง 3 ตัวอย่างข้อสอบสุดมึนที่ครั้งหนึ่งเคยมีเด็กหลายแสนคนต้องทำ หากจะบอกว่ายากก็ไม่ใช่ จะว่าง่ายก็คงผิด!

  • - หากเกิดอารมณ์ทางเพศขึ้นมา ต้องทำอย่างไร?

    ก. ชวนเพื่อนไปเตะบอล
    ข. ปรึกษาครอบครัว
    ค. พยายามนอนให้หลับ
    ง. ไปเที่ยวกับเพื่อนต่างเพศ
    จ. ชวนเพื่อนสนิทไปดูหนัง

    - ชาวบ้านเจอวัตถุประหลาด ลักษณะกลมๆ นิ่มๆ ต้องให้น้ำกิน ไม่งั้นจะหดเล็กลงเป็นก้อนแข็งๆ แต่พอให้น้ำก็จะกลับสภาพเดิม ถามว่าสิ่งนี้คืออะไร?

    ก. ไข่พญานาค
    ข. ไข่สลาแมนเดอร์ยักษ์
    ค. หินเขี้ยวหนุมาน
    ง. เม็ดชานมไข่มุก
    จ. เจลดินวิทยาศาสตร์

    - นักเรียนอยากคบเพื่อนแบบใด?

    ก. เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
    ข. เอาใจเขามาใส่ใจเรา
    ค. อัธยาศัยดี
    ง. มีน้ำใจ

ข้อสอบข้างต้นอาจดูตลก มึน ฮา อยู่บ้าง แต่คำถามที่เกิดขึ้นตามมา ก็คือ ข้อสอบเหล่านี้ถูกออกแบบมาตรงกับหลักสูตรที่ร่ำเรียนกันมาเป็นปีๆ หรือไม่? วัดความรู้ของเด็กได้จริงหรือ? ข้อสอบเหล่านี้ เป็นเพียงเครื่องวัดศักยภาพการเดาของนักเรียนเท่านั้นหรือไม่?

เปิดคำถามคาใจ เรียนง่าย สอบยาก เพื่ออะไร?

นางลำใย สนั่นรัมย์ รองผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษา และในฐานะผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาเครื่องมือและบริการการทดสอบ ตอบคำถามคาใจนักเรียนทุกคนว่า เหตุผลที่ครูผู้สอนออกข้อสอบยากกว่าตอนทำการเรียนการสอนนั้น มาจากครูต้องการให้นักเรียนสามารถวิเคราะห์สิ่งที่ร่ำเรียนภายในห้องเรียนออกมาได้อย่างถูกต้อง โดยวิเคราะห์ต่อยอดจากคำถามในข้อสอบ ผ่านกระบวนการคิดออกมาเป็นคำตอบในที่สุด

"จากที่มีประสบการณ์ดูงานในต่างประเทศ ความยากง่ายของข้อสอบในประเทศอื่นๆ มีความคล้ายคลึงกันกับประเทศไทย ซึ่งครูมีหน้าที่สอนให้เด็กนักเรียนเกิดความเข้าใจ จนสามารถวิเคราะห์ต่อยอดสิ่งที่ได้ร่ำเรียนไปด้วยตนเอง และเมื่อถึงตอนสอบ ข้อสอบจะมีความยากผสมกับความซับซ้อน เพื่อฝึกให้เด็กคิดและวิเคราะห์ขั้นสูง" รอง ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษา เทียบข้อสอบไทย-เทศ

"การออกข้อสอบแต่ละครั้ง ผู้เป็นครูไม่ควรนำเนื้อหาจากในหนังสือมาออกข้อสอบ เพราะการออกข้อสอบจากในหนังสือ เป็นเพียงการทดสอบความจำของนักเรียน ไม่ได้เป็นกระบวนการที่ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้" นางลำใย รอง ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษา กล่าวถึงการศึกษาไทย

ขณะที่ การออกข้อสอบที่เหมาะสม ควรมีการวิเคราะห์หลักสูตรเสียก่อนว่า หลักสูตรนั้นๆ มีตัวชี้วัดใดที่เป็นเป้าหมายของบทเรียน ถัดมาจึงจะเข้าสู่กระบวนการสร้างข้อสอบ และสุดท้ายควรพิจารณาข้อสอบที่สร้างขึ้นมาว่า ตรงกันกับตัวชี้วัดหรือไม่

"ปัจจุบัน ครูไม่ค่อยได้วิเคราะห์ตัวชี้วัด สอนแต่ตามหนังสือ ยกตัวอย่างเช่น ครูสอนแบบตอนนี้ยังขาดอีก 5 บท ยังไม่จบแต่จะสอบแล้ว รีบๆ สอนให้ครบ ซึ่งสิ่งนี้คือจุดอ่อนอย่างร้ายแรง แม้กระทรวงศึกษาธิการปรับหลักสูตรสักกี่ครั้ง จะไม่เกิดผลสำเร็จเลย หากยังไม่ปรับการเรียนการสอน" รอง ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษา วิเคราะห์อย่างตรงไปตรงมา

ครูไม่ควรออกข้อสอบยาก! หัวใจสำคัญ คือ เรียนกับสอบต้องเชื่อมโยง

ดร.สุทธศรี วงษ์สมาน เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวถึงความยากง่ายของของข้อสอบที่นักเรียนไทยเผชิญอยู่ในปัจจุบันว่า โดยทั่วไป การออกข้อสอบนั้น ผู้ออกข้อสอบจะต้องออกตามเนื้อหาสาระและเป้าหมายของการเรียนการสอน เพื่อทำให้ข้อสอบมีความเชื่อมโยงกับหลักสูตรที่ครูผู้สอนได้สอนให้แก่นักเรียน

"ส่วนความยากที่นักเรียนบอกนั้น ยากในที่นี้ เป็นความรู้สึกของนักเรียนเอง หรือเป็นสิ่งที่นักเรียนเรียนมาแล้ว แต่ไม่เข้าใจในสิ่งที่ครูสอน หรือครูไม่ได้สอน หากข้อสอบออกตามที่ครูสอน เชื่อว่าคงไม่ยากเกินความสามารถของเด็ก ดังนั้น ต้องวิเคราะห์หาสาเหตุเสียก่อน เพราะโดยทั่วไปแล้ว ครูจะต้องออกตามที่สอน เพื่อทำให้ข้อสอบมีความเชื่อมโยงกับหลักสูตรที่ได้สอนไปในชั่วโมงเรียน" เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวถึงหลักการที่ถูกต้อง

ขณะที่ ข้อสอบควรมีความเชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ที่ครูผู้สอนต้องการให้แก่เด็ก หรือเป็นไปตามที่ครูตั้งความหวังไว้หรือไม่ ดังนั้น ควรมีเทคนิคในการวัดผล กล่าวคือ มีเทคนิคในการออกข้อสอบ เพื่อวัดความรู้ของนักเรียน และควรเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ซักถาม เพื่อสร้างความเข้าใจ

"ครูไม่ควรออกข้อสอบให้ยากเกินไป แต่เลือกออกในสิ่งที่ผู้เป็นครูคาดหวัง ว่าเด็กจะได้รับหลังจากการเรียนการสอน บางทีข้อสอบของครูอาจไม่ได้ยาก แต่อาจอยู่ที่เทคนิคในการสอนของครูแต่ละคน บางครั้งข้อสอบอาจไม่ตรงไปตรงมา แต่อาจซับซ้อน เพื่อให้นักเรียนได้คิดวิเคราะห์" ดร.สุทธศรี แสดงทรรศนะทิ้งท้าย

อย่างไรก็ตาม ทางทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้ติดต่อไปยัง รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เพื่อสอบถามถึงกระบวนการออกข้อสอบของ สทศ. และความยากง่ายของข้อสอบ ซึ่งทางแหล่งข่าวไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ เนื่องจากติดภารกิจหนักตลอดทั้งเดือน โดยในช่วงสิ้นเดือนตุลาคม ทาง สทศ. จะดำเนินการตรวจเยี่ยมสนามสอบ GAT/PAT

ข้อสอบจะยาก หรือง่าย มิใช่ขึ้นอยู่กับครูผู้สอนเพียงอย่างเดียว...หากผู้เรียนต้องการทำข้อสอบให้สำเร็จถูกต้อง ระดับท็อปของคลาสเรียน แต่ผู้เรียนกลับขาดความมุ่งมั่น ตั้งใจ จะเอาคะแนนที่ไหนจากข้อสอบเหล่านี้?


ที่มาข้อมูล : ไทยรัฐออนไลน์
13 ต.ค. 2558

    เรื่อง :
    เข้าชม : 53083
  • สนใจลงโฆษณาติดต่อ 0-629-1155