ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
หลักภาษาไทย
แบบทดสอบภาษาไทย
ร้อยแก้ว
ร้อยกรอง
วรรณคดีไทย
บทอาขยาน
คำสับสน
สำนวน / สุภาษิต
คำราชาศัพท์์์
คำย่อ
ภาษาไทยใกล้ตัว
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 

หน้าแรก | มุมนักเรียน | หน้าแรกภาษาไทย | หลักภาษาไทย

หลักภาษาไทย
   

ไตรยางศ์และการผันอักษร
 
ภาษาไทย เป็นภาษาที่มีเสียงสูงต่ำหรือมีเสียงวรรณยุกต์ จึงแบ่งตัวพยัญชนะไทยตามเสียงสูงต่ำออกเป็น 3 หมู่ เรียกว่า "ไตรยางศ์" เพื่อประโยชน์ในการผันอักษร การเขียน และการอ่านคำ ได้แก่

หมู่ที่ 1 เรียกว่า อักษรสูง มี 11 ตัว คือ ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ห
หมู่ที่ 2 เรียกว่า อักษรกลาง มี 9 ตัว คือ ก จ ด ต ฎ ฏ บ ป อ
หมู่ที่ 3 เรียกว่า อักษรต่ำ มี 24 ตัว คือ ค ฅ ฆ ง ช ซ ฌ ญ ฑ ณ ท ธ น พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฬ ฮ


ซึ่งอักษรต่ำแบ่งเป็น 2 พวก ได้แก่

  1. อักษรคู่ คือ อักษรต่ำที่มีเสียงคู่กับอักษรสูง มี 14 ตัว คือ

    ค ฅ ฆ คู่กับ ข ฃ
    ช ฌ คู่กับ
    คู่กับ ส ศ ษ
    ฑ ฒ ท ธ คู่กับ ฐ ถ
    พ ภ คู่กับ
    คู่กับ
    คู่กับ


  2. อักษรเดี่ยว คือ อักษรต่ำที่ไม่มีเสียงคู่กับอักษรสูง มี 10 ตัว คือ ง ญ ณ น ม ย ร ล ว ฬ



การผันอักษร คือ การออกเสียงพยางค์ที่ประสมด้วยพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ ซึ่งเสียงวรรณยุกต์จะเปลี่ยนไป เช่น กา ก่า ก้า ก๊า ก๋า ซึ่งการผันอักษรต้องเข้าใจเรื่องความหมายของคำเป็นและคำตายก่อน ดังนี้

คำเป็น หมายถึง
  1. พยางค์ที่มีเสียงสระยาวในแม่ ก กา เช่น มา รู โต

  2. พยางค์ที่มีพยัญชนะตัวสะกด แม่ กง กน กม เกย เกอว เช่น นาง กิน ปม นาย หิว
    (หลักเกณฑ์ในข้อนี้ไม่คำนึงถึงสระเสียงสั้นหรือเสียงยาว)
คำตาย หมายถึง
  1. พยางค์ที่มีเสียงสระสั้นในแม่ ก กา เช่น ปะ ติ ฉุ

  2. พยางค์ที่มีพยัญชนะตัวสะกด แม่ กก กด กบ เช่น นก มัด รับ
    (หลักเกณฑ์ในข้อนี้ไม่คำนึงถึงสระเสียงสั้นหรือเสียงยาว)




พยัญชนะที่เรียกว่าอักษรกลางทั้ง 9 ตัว (ก จ ด ต ฎ ฏ บ ป อ ) เมื่อนำมาประสมกับสระเดียวกัน และใช้วรรณยุกต์รูปเดียวกัน จะออกเสียงวรรณยุกต์ได้ตรงกัน เช่น ก่า จ่า ด่า ต่า บ่า ป่า อ่า

อักษรกลางคำเป็น

พื้นเสียงเป็นเสียงสามัญ เช่น กา ดง จน ปม เตย กลอง
ผันด้วยไม้เอก เป็นเสียงเอก เช่น ก่า ด่ง จ่น ป่ม เต่ย กล่อง
ผันด้วยไม้โท เป็นเสียงโท เช่น ก้า ด้ง จ้น ป้ม เต้ย กล้อง
ผันด้วยไม้ตรี เป็นเสียงตรี เช่น ก๊า ด๊ง จ๊น ป๊ม เต๊ย กล๊อง
ผันด้วยไม้จัตวา เป็นเสียงจัตวา เช่น ก๋า ด๋ง จ๋น ป๋ม เต๋ย กล๋อง

จะเห็นว่าอักษรกลางคำเป็น ผันได้ครบ 5 เสียง และเสียงกับรูปวรรณยุกต์ตรงกัน

อักษรกลางคำตาย

พื้นเสียงเป็นเสียงเอก เช่น ปะ กาก จด โบก
ผันด้วยไม้โท เป็นเสียงโท เช่น ป้ะ ก้าก จ้ด โบ้ก
ผันด้วยไม้ตรี เป็นเสียงตรี เช่น ป๊ะ ก๊าก จ๊ด โบ๊ก
ผันด้วยไม้จัตวา เป็นเสียงจัตวา เช่น ป๋ะ ก๋าก จ๋ด โบ๋ก

(คำที่ยกตัวอย่าง เพียงเพื่อให้เห็นวิธีผัน อาจไม่มีที่ใช้เป็นปรกติในภาษาก็ได้)




พยัญชนะที่เรียกว่า "อักษรต่ำ" ทั้ง 24 ตัว (ค ฅ ฆ ง ช ซ ฌ ญ ฑ ฒ ณ ท ธ น พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฬ ฮ ) ถ้านำมาประสมกับสระเดียวกัน และใช้วรรณยุกต์รูปเดียวกัน จะออกเสียงวรรณยุกต์ได้ตรงกันทั้งหมู่ ต่างกันแต่เสียงพยัญชนะต้นของพยางค์เท่านั้น เช่น คัง งัง ชั่ง นั่ง ค้อน ช้อน ฟ้อน

อักษรต่ำคำเป็น

พื้นเสียงเป็นเสียงสามัญ เช่น คา ซน โคน วาว เชย
ผันด้วยไม้เอก เป็นเสียงโท เช่น ค่า ซ่น โค่น ว่าว เช่ย
ผันด้วยไม้โท เป็นเสียงตรี เช่น ค้า ซ้น โค้น ว้าว เช้ย

จะเห็นว่า อักษรต่ำคำเป็น ผันได้เพียง 3 เสียง คือ สามัญ โท ตรี

อักษรต่ำคำตาย

สระเสียงสั้น
พื้นเสียงเป็นเสียงตรี เช่น คะ นัด รัก
ผันด้วยไม้เอก เป็นเสียงโท เช่น ค่ะ นั่ด รั่ก


สระเสียงยาว
พื้นเสียงเป็นเสียงโท เช่น มาก เชิต โนต
ผันด้วยไม้โท เป็นเสียงตรี เช่น ม้าก เชิ้ต โน้ต

จะเห็นว่า อักษรต่ำคำตาย สระเสียงสั้น ผันได้เพียง 2 เสียง คือ โท และตรี (การผันคำตายด้วยไม้จัตวามีผู้ใช้เป็นครั้งคราว แต่ออกเสียงไม่สะดวกเหมือนเสียงจัตวาของคำเป็น)




พยัญชนะที่เรียกว่าอักษรสูง ทั้ง 11 ตัว (ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ส ษ ห) ถ้านำมาประสมกับสระเดียวกัน และใช้วรรณยุกต์รูปเดียวกัน จะออกเสียงวรรณยุกต์ได้ตรงกันทั้งหมู่ ต่างกันแต่พยัญชนะต้นของพยางค์ เท่านั้น เช่น ข่า ฉ่า ส่า ข้า ฉ้า ส้า

อักษรสูงคำเป็น

พื้นเสียงเป็นเสียงจัตวา เช่น ขา ผง เขย สาว
ผันด้วยไม้เอก เป็นเสียงเอก เช่น ข่า ผ่ง เข่ย ส่าว
ผันด้วยไม้โท เป็นเสียงโท เช่น ข้า ผ้ง เข้ย ส้าว


อักษรสูงคำตาย
พื้นเสียงเป็นเสียงเอก เช่น สะ ผลิ ฝาก ขูด
ผันด้วยไม้โท เป็นเสียงโท แต่คำที่ผันได้ไม่มีที่ใช้หรือไม่มีความหมายจึงมิได้แสดงไว้



ข้อสังเกตเพิ่มเติม
  1. อักษรนำ อักษรตาม หมายถึงพยัญชนะสองตัวเรียงกัน ประสมด้วยสระเดียวกัน ตัวแรกเป็นอักษรสูงหรืออักษรกลาง จะบังคับให้พยางค์หลัง ซึ่งมีพยัญชนะต้นของพยางค์เป็นอักษรเดี่ยว มีเสียงวรรณยุกต์ตามพยัญชนะตัวแรก ตัวอย่างเช่น

    • ขยาย ขย เป็นอักษรนำ อักษรตามอักษรตัวแรก ข (อักษรสูง) นำอักษรตัวหลัง ย (อักษรเดี่ยว) ย จึงต้อง ออกเสียงวรรณยุกต์ตามอักษรตัวแรก คือ ข คำเช่นนี้ เราออกเสียงพยัญชนะตัวแรกเป็นอะ กึ่งมาตรา ขาย มีเสียงวรรณยุกต์จัตวา ในคำ ขยาย จึงต้องอ่านพยัญชนะหลัง เป็นเสียงจัตวา (อ่านว่า ขะ-หยาย)


    • ตลิ่ง ตล เป็นอักษรนำ อักษรตาม อักษรตัวแรก ต (อักษรกลาง) นำอักษรตัวหลัง ล (อักษรเดี่ยว) เราอ่าน พยัญชนะตัวแรกเป็น อะกึ่งมาตรา พยางค์หลัง ออกเสียงเป็นเสียงเอก ตามเสียงอักษรกลาง ต ถ้าประสมกับ สระอิ มีวรรณยุกต์เอก อ่านว่า ติ่ง เพราะฉะนั้นพยางค์หลังจึงอ่านว่า หลิ่ง

    คำมากกว่าสองพยางค์ เช่น อุปราช ศักราช อุปโลกน์ ซึ่งอักษรกลาง เป็นตัวสะกดของพยางค์หน้า บังคับเสียงวรรณยุกต์ของพยางค์หลัง ให้เป็นไปตามเสียงอักษรกลาง จึงอ่านออกเสียงพยางค์หลังเป็นเสียงเอก

    อักษรนำ อักษรตาม มีอีกประเภทหนึ่ง คือ ห นำอักษรเดี่ยวทุกตัว และไม่ออกเสียง ห ตัวอย่าง เช่น เหงา หงอย หญ้า หนา หมู หมุน หยัก ไหล แหล่ง หว่าง ฯลฯ


  2. อักษรควบ หมายถึงพยัญชนะสองตัวเรียงกันออกเสียงกล้ำเป็นพยางค์เดียวนั้น ในการผันก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังที่กล่าวมาแล้วด้วยเช่นกัน

    อักษรควบมี 2 ประเภท คือ อักษรควบแท้และอักษรควบไม่แท้

    • อักษรควบแท้ คือพยัญชนะ 2 ตัว ที่มี ตัว ร ล ว ประสมอยู่ด้วย ประสมด้วยสระเดียวกัน อ่านออกเสียง พร้อมกันทั้ง 2 ตัว เช่น กลาง ครัว กวาง

    • อักษรควบไม่แท้ ได้แก่ พยัญชนะที่มีตัว ร ควบอยู่ด้วย แต่ไม่ออกเสียงตัว ร หรือมิฉะนั้นก็ออกเสียงเป็นเสียงอื่นไป

    ตัวอย่างอักษรควบไม่แท้ที่ออกเสียงแต่พยัญชนะตัวแรก เช่น จริง ไซร้ สร้าง ศรี เศรษฐี ตัวอย่างอักษรควบไม่แท้ ทร ออกเสียงเป็น ซ เช่น ไทร ทราย อินทรีย์ ทรัพย์ มัทรี ฯลฯ

    ตัวอย่างการผันอักษรควบไม่แท้

    สามัญ เอก โท ตรี จัตวา
    จริง จริ่ง จริ้ง จริ๊ง จริ๋ง
    - สร่าง สร้าง - สราง
    ไซร - ไซร่ ไซร้ -

   แบบฝึกหัดเรื่อง ไตรยางศ์และการผันอักษร (1), (2)
ที่มาข้อมูล : http://www.bwc.ac.th
จำนวนคนอ่าน 33823 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved