ข่าว O-NET/GAT/PAT
ข่าวการศึกษา
คะแนน แอดมิชชั่น
สูงสุด-ต่ำสุด
คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์
ฟิสิกส์ - เคมี - ชีวะ
ภาษาอังกฤษ
ภาษาไทย
ดาราศาสตร์
ประวัติศาสตร์
มุมคนเก่ง
คลังข้อสอบเก่า
คลังความรู้หลักสูตรเก่า
I.Q. Tests
 

 
หน้าแรก | มุมนักเรียน | หมายเหตุ

หมายเหตุ
   

พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา 2546 (ตอนที่ 2)
 
การประกอบวิชาชีพ

มีข้อกำหนด

  1. ห้ามมิให้ผู้ใดแสดงด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากคุรุสภา และห้ามมิให้สถานศึกษารับผู้ไม่ได้รับใบอนุญาต เข้าประกอบวิชาชีพควบคุมในสถานศึกษา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคุรุสภา

  2. ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตต้องประกอบวิชาชีพภายใต้ข้อบังคับของคุรุสภา (มาตรา 47)

  3. ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตต้องประพฤติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพตามข้อบังคับของคุรุสภา (มาตรา 48)

  4. ห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งอยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุมหรือแสดงด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพควบคุมนับแต่วันที่ทราบคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตนั้น (มาตรา 56)
มาตรฐานวิชาชีพ (มาตรา 49)

ประกอบด้วย

  1. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ

  2. มาตรฐานการปฏิบัติงาน

  3. มาตรฐานการปฏิบัติตน การกำหนดระดับคุณภาพของมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของคุรุสภา
จรรยาบรรณของวิชาชีพ (มาตรา 50) ประกอบด้วย

  1. จรรยาบรรณต่อตนเอง

  2. จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ

  3. จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ

  4. จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ

  5. จรรยาบรรณต่อสังคม
อำนาจการวินิจฉัยชี้ขาด (มาตรา 54)

ให้คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

  1. ยกข้อกล่าวหา

  2. ตักเตือน

  3. ภาคทัณฑ์

  4. พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดระยะเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกิน 5 ปี

  5. เพิกถอนใบอนุญาต การอุทธรณ์คำวินิจฉัยชี้ขาด (มาตรา 55) ให้ (1) ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพชี้ขาดตาม (2) (3) (4) หรือ (5) อาจอุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อคณะกรรมการคุรุสภาภายใน 30 วัน นับแต่ วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย (2) คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการคุรุสภาให้ทำเป็นคำสั่งคุรุสภาพร้อมด้วยเหตุผลของการวินิจฉัยชี้ขาด การขอรับใบอนุญาตของผู้ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งเพิกถอน จะยื่นขออีกไม่ได้จนกว่าจะพ้น 5 ปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอน (มาตรา 57)
สมาชิกของคุรุสภา

ประเภทสมาชิกของคุรุสภา (มาตรา 58) มี 2 ประเภทดังนี้ (1) สมาชิกสามัญ (2) สมาชิกกิตติมศักดิ์ คุณสมบัติของสมาชิก (มาตรา 59)) สมาชิกสามัญ ต้องเป็นผู้มีใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ (2) สมาชิกกิตติมศักดิ์ ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาแต่งตั้งโดยมติเป็นเอกฉันท์

สาระสำคัญเกี่ยวกับคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา

วัตถุประสงค์เพื่อ

  1. ส่งเสริมสวัสดิการ สวัสดิภาพ สิทธิประโยชน์เกื้อกูลอื่นของ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
  2. ส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

  3. ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาของกระทรวงในเรื่องสื่อการเรียนการสอน และเรื่องอื่นที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษา

  4. ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนา การดำเนินงานด้านสวัสดิการ สวัสดิภาพ และผดุงเกียรติของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา

(มาตรา 63) ได้แก่

  1. ดำเนินงานด้านสวัสดิการ สวัสดิภาพ สิทธิประโยชน์เกื้อกูลอื่นของผู้ประกอบ วิชาชีพทางการศึกษา

  2. ผดุงเกียรติของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

  3. ส่งเสริมให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้รับสวัสดิการต่างๆ

  4. ให้คำแนะนำในเรื่องการส่งเสริมสวัสดิการ สิทธิประโยชน์และความมั่นคงของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

  5. ดำเนินงานและบริหารจัดการองค์การจัดหาผลประโยชน์ของสำนักงานฯ

  6. ออกข้อบังคับและหลักเกณฑ์ในการดำเนินกิจการ

  7. แต่งตั้งคณะกรรมการ หรือคณะอนุกรรมการ หรือมอบหมายให้กรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯเพื่อกระทำการใดๆ แทน

  8. สรรหาและแต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา

  9. ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการบริหารงานสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นองค์กรบริหาร มีจำนวน 23 คน
(มาตรา 64) ประกอบด้วย

  1. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน

  2. กรรมการ โดยตำแหน่ง6 คน เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคุรุสภา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

  3. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจาก ผู้เชี่ยวชาญด้านละ 1 คน รวม 3 คน ด้านสวัสดิการสังคม ด้านบริหารธุรกิจและ ด้านกฎหมาย

  4. กรรมการที่ได้รับเลือกตั้งจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่มาจากสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา
  5. สถาบันอาชีวศึกษา สถานศึกษาเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 12 คน

  6. เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและ สวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ การได้มาซึ่งคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ (มาตรา 64 วรรคท้าย)
    (1) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ -ใช้วิธีการสรรหา
    (2) กรรมการผู้แทนจากผู้ประกอบวิชาชีพ -ใช้วิธีการเลือกตั้ง วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการ ส่งเสริมสวัสดิการฯ (มาตรา 65 วรรค 2) ให้กรรมการตามข้อ 3.3.1 (3) และ (4) อยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกแต่จะดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้
ให้มีสำนักสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา

มีฐานะเป็นนิติบุคคล ในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่

  1. รับผิดชอบเกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ

  2. ประสานและดำเนินการเกี่ยวกับกิจการอื่นที่คณะกรรมการมอบหมาย

  3. จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับการดำเนินงาน นอกจากอำนาจและหน้าที่ตามวรรคหนึ่งให้คณะกรรมการมีอำนาจกระทำกิจการตามวัตถุประสงค์ในการบริหารงานสำนักงาน ดังต่อไปนี้ด้วย
    (1) ถือกรรมสิทธิ์ หรือมีสิทธิครอบครองในทรัพย์สินหรือดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน ตลอดจนรับทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้
    (2) ทำนิติกรรมสัญญาหรือข้อตกลงใดๆ
    (3) เข้าร่วมลงทุนกับนิติบุคคลอื่น ในกิจการที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการบริหารงานสำนักงาน
    (4) กู้ยืมเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการบริหารงานสำนักงาน
    (5) สนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้มีเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯบริหารกิจการของสำนักงาน และมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน (มาตรา 69-73)
รายได้ของสำนักงาน

คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ (มาตรา 68)มีรายได้จาก

  1. เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน

  2. เงินค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมต่างๆ

  3. เงินผลประโยชน์ต่างๆ จากการลงทุนและการจัดหาผลประโยชน์

  4. เงินอุดหนุนจากภาคเอกชน หรือองค์กรอื่นจากต่างประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ

  5. ผลประโยชน์จากการจัดการทรัพย์สินและการดำเนินกิจการของสำนักงานฯ

  6. ดอกผลของเงินและทรัพย์สินตาม (2) (3) (4) และ (5) รายได้ของสำนักงานฯไม่เป็นรายได้ที่จะต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง และกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
การกำกับดูแลของรัฐมนตรี (มาตรา 74)

รัฐมนตรีมีหน้าที่

  1. กำกับดูแลการดำเนินงานและจัดสรรงบประมาณของรัฐอุดหนุน

  2. สั่งเป็นหนังสือให้กรรมการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการ

  3. สั่งเป็นหนังสือให้ระงับหรือแก้ไขการกระทำใดๆ ที่ปรากฏว่าขัดต่อวัตถุประสงค์กฎหมาย หรือข้อบังคับ
บทเฉพาะกาล

  1. ให้คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาเท่าที่มีอยู่ตามพรบครู พศ 2488 ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯไปพลางก่อน

  2. ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่ง จำนวน 15 คน ให้มีหน้าที่ดำเนินการให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ ภายใน 180 วัน นับแต่พระราชบัญญัติใช้บังคับ

    (มาตรา 77) ประกอบด้วย

    (1) ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5 คน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
    (2) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์สูง ด้านละ 1 คน รวม 5 คน
    (3) ผู้แทนสมาคมวิชาชีพด้านการศึกษาที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งเลือกกันเอง 5 คน ให้คณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ ดำเนินการให้มีการแต่งตั้งเลขาธิการคุรุสภาและเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ แล้วแต่กรณี ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการได้รับการแต่งตั้ง (มาตรา 78) ให้เลขาธิการคุรุสภา ตามพระราชบัญญัติครู พ.ศ. 2488 ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภาและเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ และให้รองเลขาธิการคุรุสภาตามพรบครู พ.ศ. 2488 ปฏิบัติหน้าที่รองเลขาธิการคุรุสภาและรองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯ ตามพระราชบัญญัตินี้ไปก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งเลขาธิการ (มาตรา 79) ให้เจ้าหน้าที่และพนักงานของคุรุสภาตามพรบครูพศ 2488 เป็นเจ้าหน้าที่และพนักงานของคุรุสภา และของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการฯตามพระราชบัญญัตินี้แล้วแต่กรณี โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน
ให้มีการปรับปรุงการบริหารจัดการขององค์การค้าของคุรุสภาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและมีประสิทธิภาพสามารถแข่งขันอย่างเสรีได้

ผู้ใดเป็นครูซึ่งเป็นสมาชิกคุรุสภาตามพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 อยู่แล้วก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มีสิทธิได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ หลักเกณฑ์และวิธีการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้เป็นไปตามข้อบังคับของคุรุสภา (มาตรา 81)

ในวาระเริ่มแรกให้คุรุสภาออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแก่ผู้ประกอบวิชาชีพที่ดำรงตำแหน่งครู ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น และภายใน 3 ปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้มีการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา ตามข้อบังคับของคุรุสภา ทั้งนี้ให้ผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งดังกล่าว มีสิทธิได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ (มาตรา 82)

ให้วุฒิปริญญาทางการศึกษา หรือปริญญาอื่นที่ ก.ค. กำหนดให้เป็นคุณวุฒิที่ใช้ในการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นคุณวุฒิในการขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ (มาตรา 85)

ให้สมาชิกคุรุสภาตามพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 ที่ได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่าง ๆ อยู่ก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ คงมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการนั้นๆ ต่อไป (มาตรา 86)

ย้อนกลับ
จำนวนคนอ่าน 2371 คน
   
 

© 2000 - 2014 www.myfirstbrain.com All Rights Reserved